เช่ารถในอเมริกา เช่ารถขับเที่ยวในอเมริกา

Nissan Maxima 2013
ครั้งหนึ่งได้มีโอกาส เช่ารถ Nissan Maxima 2013 ขับเที่ยวอเมริกา

ตั้งแต่เกิดมาผมมีโอกาสไปเที่ยวประเทศสหรัฐอเมริกา (USA) อยู่หลายครั้ง (เกิน 10 ครั้ง) กับครอบครัว ทั้งเป็นการเที่ยวส่วนตัวบ้าง เที่ยวกับทัวร์บ้าง แต่ก็ยังไม่เคยมีโอกาสได้ขับรถเองแบบจริงๆ จังๆ สักที มีเคยอยู่เมื่อสองปีก่อน ที่ได้ขับในตัวเมือง ลาสเวกัส ซึ่งเป็นระยะสั้นๆ ระยะทางการขับรถไม่น่าเกิน 50 กิโลเมตร ซึ่งอย่าเรียกว่ามีประสบการณ์เลยดีกว่า แต่ก็อยากหาวิธีลอง เช่ารถในอเมริกา สักครั้งว่ามันเป็นอย่างไร ขับรถพวงมาลัยซ้ายยากมั้ย เป็นความท้าทายอีกอย่างนึง

หลังจากแต่งงานเมื่อช่วงสิ้นเดือนมกราคม พ.ศ.2556 (ค.ศ.2013) ที่ผ่านมาผมก็แพลนว่าจะไปเที่ยวอเมริกา กับภรรยา ซะหน่อย พูดง่ายๆ ก็คือไปฮันนีมูน นะแหละครับ สาเหตุที่ไปเที่ยวอเมริกา ก็เพราะว่า

  1. ภรรยายังไม่เคยไป
  2. เที่ยวอเมริกา

มีหลากหลายอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์สนุกสุดเหวี่ยง อารมณ์สัมผัสธรรมชาติ และ เทคโนโลยี เราสองคนจึงตัดสินใจไปฮันนีมูนที่นี่ทั้งคู่ อย่างไม่มีข้อติดขัดแต่อย่างใด

แต่เนื่องจากการไปเที่ยวอเมริกานั้น ประเทศนี้ไม่ค่อยนิยมการโดยสารโดยรถไฟสักเท่าไหร่ หากเปรียบเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วประเทศอื่นๆ โดยส่วนมากประเทศสหรัฐอเมริกา จะใช้รถไฟเพื่อการขนส่งสินค้าเป็นหลัก การเดินทางโดยสารในอเมริกานั้นจะมีสองอย่างที่เป็นที่นิยมอย่างมากคือ ทางเครื่องบินโดยสาร และทางบกโดยการขับรถ นั่นเอง ถ้าพร้อมแล้ว อ่านด้านล่างได้เลย

เช่ารถในอเมริกา USA Freeway from Los Angeles to Las Vegas
หากคุณอยากเผชิญความท้าทายใหม่ๆ เช่ารถขับเองในอเมริกา คุณต้องมีความกล้าที่จะลอง

สถานที่ที่ไปเที่ยวที่ผมวางแผนไปคือ ลอสแอนเจลิส (Los Angeles – LA) -> ลาสเวกัส (Las Vegas) -> อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี (Yosemite National Park) -> ซานฟรานซิสโก (San Francisco) และ กลับไปขึ้นเครื่องกลับไทยที่ ลอสแอนเจลิส อีกครั้ง นั่งคำนวนเส้นทางจาก Google Maps แล้ว มีเกิน 2,000 กิโลเมตร แน่นอน สาเหตุที่ผมไม่เลือกการโดยสารโดยเครื่องบินเพราะว่า การขับรถ จะทำให้เราได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิดมากกว่า

เอาเป็นว่าเข้าเรื่องเลยดีกว่า เนื่องจากว่า ผมไปเที่ยวอเมริกา แบบเช่ารถเที่ยวระยะเวลาประมาณ 3 อาทิตย์ ก่อนไปก็มีคนโน้นคนนี้พูดมาว่า ขับรถที่อเมริกา ขับรถลำบาก ขับรถยาก กฎจราจรไม่เหมือนบ้านเรานะ พอได้ยินแบบนี้มาก็เล่นทำเอาผมกลัวเหมือนกัน แต่ก็เอาวะ ถ้าไม่ได้ไป มัวแต่ไปถามคนอื่น เมื่อไหร่มันจะรู้จริงสักที ขอเล่าเป็นขั้นตอนเลยนะครับ

1. ไปทำใบขับขี่สากล เพื่อ เช่ารถในอเมริกา

การขับรถในต่างประเทศ สิ่งที่คนไทยทุกคนจะต้องมีคือ ใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศ (ใบขับขี่สากล)  ซึ่งเราจะต้องไปขอมา มีค่าธรรมเนียม 505 บาท แต่มีอายุได้แค่ 1 ปี เท่านั้น หากเกินกว่านั้นก็ต้องมาทำเรื่องขอใหม่ ตรงนี้ไม่ขอพูดถึง รายละเอียดมีอยู่มากมาย ซึ่งสามารถไป อ่านรายละเอียด การขอใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศ ได้เลย

2. การจอง เช่ารถในอเมริกา ผ่านเว็บไซต์

ก่อนเดินทางผมสอบถามหลายๆ คนทั้งเพื่อร่วมงาน ญาติพี่น้อง ที่เคยขับรถในอเมริกา ก็พอทราบมาว่า บริษัท เช่ารถในอเมริกา ก็มีหลายบริษัท อยู่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น

  • Thrifty Car Rental
  • Enterprise Rent-A-Car
  • Hertz
  • Avis
  • และอื่นๆ อีกมากมาย

สุดท้ายผมเลือกใช้บริการเช่ารถจาก Enterprise Rent-A-Car ด้วยสาเหตุที่หลายๆ คนบอกว่าถูก และ บริการดี ทั้งๆ ที่ผมไม่เคยมีประสบการณ์เช่ารถจากที่ใดมาก่อน และอีกอย่างเป็นแบรนด์ที่ไม่รู้จักเลยในเมืองไทย (อยู่เมืองไทยเรา ก็จะรู้จักประมาณ Avis หรือ Hertz เป็นต้น)

เช่ารถในอเมริกา ผ่านเว็บไซต์ Enterprise Rent-A-Car
หน้าตาเว็บไซต์จองเช่ารถของ Enterprise

เริ่มจากการ เช่ารถในอเมริกา ก็ง่าย ก็แค่เข้าไปที่เว็บไซต์ของเค้า http://www.enterprise.com เพื่อทำการกรอกข้อมูลสิ่งต่างๆ ดังต่อไปนี้ (หากใครใช้บริการบริษัทเช่ารถเจ้าอื่นๆ หลักการก็จะคล้ายๆ กัน)

1. Rent a car in: US : เลือกประเทศ ที่จะเช่า

2. Return the car to a different location : ช่องนี้หากคุณเลือกติ๊กถูกตรงจุดนี้ หมายความว่าคุณจะเช่ารถที่นึง และไปคืนรถอีกที่นึง ซึ่งจะบอกว่าค่าเช่าจะแพงกว่ามากๆ ดังนั้นแนะนำว่า ให้ไปเช่ารถ และ คืนรถ ในที่เดียวกันจะถูกกว่ามากๆ

3. Pick up Location : สถานที่ หรือสาขาของบริษัทเช่ารถ ที่คุณจะไปเช่ารถ (รับรถมาขับ) หากคุณเดินทางมาโดยเครื่องบิน แนะนำให้เลือกติ๊กถูกตรง “Show airport locations only” ด้วยเพราะทางบริษัทเขาจะให้คุณเลือกสาขารับรถที่ใกล้กับสนามบิน และมีรถเวียน (Shuttle Bus) เวียนมารับที่สนามบิน ตลอดทุกๆ 15 นาที ทั้งหมดฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

4. Pick up Date and Time : วันและเวลา ที่จะมารับรถ และ คืนรถ โดยการเช่ารถรายสัปดาห์ (เช่น 7 วัน 14 วัน) อัตราค่าเช่าโดยมากแล้ว จะถูกกว่าการเช่ารถรายวัน (เช่น 3 วัน 5 วัน) แต่ในกรณีหากคุณเช่า 9 วัน เค้าก็จะคิดรายสัปดาห์ 7 วัน และอีก 2 วันที่เหลือ ก็จะคิดอัตราค่าเช่ารายวันปกติ

หมายเหตุ : การคืนรถล่าช้า เช่น นัดหมายในเว็บ บอกว่าจะมาคืนรถวันที่ 30 มีนาคม 2013 เวลา 9.00 น. แต่ดันมาคืนจริงๆ 11 โมง ก็จะมีค่าปรับ คืนรถล่าช้าอีกนะครับ อย่างของ Enterprise ที่ผมเช่าก็จะคิดในอัตรา $4.90 ต่อชั่วโมง (ประมาณ 150 บาทต่อชั่วโมง) ก็จะโดนไป 300 บาท สำหรับ การคืนรถที่ล่าช้าไป 2 ชั่วโมง ซึ่งที่นี่เป็นเงินเป็นทองหมดละครับ

5. Vehicle Class : ส่วนนี้เป็นขนาดของรถ ที่เราต้องการจะเช่ามีขนาดตั้งแต่เล็กกระจิ๊ดริด ไปยันใหญ่โคตรๆ แน่นอนว่าราคาก็สูงขึ้นตามขนาดของรถด้วยเช่นกัน โดยของทาง Enterprise Rent-A-Car ที่ผมไปเช่า เขาแบ่งระดับคลาสของรถตามนี้เลย

  • EconomyCompact
  • Intermediate
  • Standard
  • Full Size
  • Premium
  • Luxury
  • Intermediate SUV
  • Standard SUV
  • Large SUV
  • Pickup Truck
  • Large Pickup
  • Premium Crossover
  • Premium SUV

ซึ่งที่ผมไป ผมได้เช่ารถในระดับ Premium ไปซึ่งรถที่ได้มาขับคือ Nissan Maxima (มันคือรถ Nissan Teana บ้านเรา แต่เครื่องใหญ่กว่าเป็น 3,500 cc. ในขณะที่ Nissan Teana บ้านเราแค่ 2,500 cc. เท่านั้น)

หมายเหตุ : หากคุณไปเที่ยวแล้วมีสัมภาระจำนวนมากๆ และต้องขับรถข้ามเมือง ข้ามรัฐ ก็ควรจะเช่ารถขนาดใหญ่ไปจะดีกว่า และที่ประเทศสหรัฐอเมริกา นี้รถจะมีกำหนดเลยว่าห้ามนั่งไม่เกินกี่คน อย่างรถที่ผมเช่า Nissan Maxima มีกำหนดว่าห้ามมีผู้โดยสารเกิน 5 คน ต้องห้ามเกินจริงๆ ไม่เหมือนบ้านเราที่รถขนาดนี้อาจจะนั่งอัดกันไปถึง 8-9 คนได้ ที่นี่ไม่ได้ หากโดนตำรวจจับจะมีโทษปรับที่สูงมากๆ ฉะนั้นต้องระวังให้ดี

หลังจากจองเสร็จก็จะได้รับอีเมล์ยืนยันการจองเช่ารถ พร้อมรหัสยืนยันการจอง (Confirmation Number) ของเรามา เราก็ทำการพิมพ์ (Print) ใส่กระดาษ เพื่อนำไปยื่นให้ที่ศูนย์เช่ารถ ในวันนัดหมายรับเช่ารถนั่นเอง

Enterprise Rent-A-Car Confirmation E-Mail
รายละเอียดอีเมล์ ที่จะส่งมา แจ้งเตือน และยืนยันการจองเช่ารถ ตามวันเวลาที่กำหนดไว้

3. ไปรับเช่ารถที่ศูนย์เช่ารถ

พอถึงวันที่เราจะไปรับเช่ารถ หากเราเลือกไปรับเช่ารถ ที่สนามบิน (ที่ตอนจองผ่านเว็บติ๊กถูกตรง Show airport locations only) สถานที่รับเช่ารถ ก็จะอยู่ใกล้สนามบินเอามากๆ และที่สำคัญอย่างที่บอกไปข้างต้น มันจะมีรถเวียน (Shuttle Bus) มารับที่สนามบินตลอด ทุกๆ 15 นาที อย่างผมจองรับเช่ารถที่สนามบินนานาชาติลอสแอนเจลิส (LAX) เอาไว้ ก็สามารถขึ้นรถเวียนของทางบริษัท Enterprise Rent-A-Car ไปได้เลยฟรีๆ สำหรับใครที่เช่ารถกับเจ้าอื่น ก็มีบริการแบบนี้เช่นกัน ดูป้ายรถดีๆ แต่ส่วนใหญ่รถเวียนเหล่านี้ก็ตกแต่งจนเด่นเป็นสง่าอยู่แล้ว

รูปรถเวียน (Shuttle Bus) ของศูนย์เช่ารถ

แต่หากลืมจริงๆ บอกเค้าแค่ Lastname (นามสกุล) พร้อมกับยื่น ID (ในที่นี้คือหนังสือเดินทาง หรือ Passport) และ บัตรเครดิต (Credit Card) ที่เราใช้จองไป ก็เพียงพอแล้วครับ

หลังจากนั้นพนักงานรับรถก็จะขอบัตรเครดิตที่เราได้ทำการใช้จองรถผ่านอินเทอร์เน็ตไปลงบันทึกเอาไว้ และยัง ถามเราว่าจะประกันแบบคุ้มครองทั้งหมดเลยมั้ย ทั้งอุบัติเหตุ (Collision Damage) รถหาย (Loss Damage Waiver (LDW)) ซึ่งราคาก็จะเพิ่มสูงขึ้นไปอีกวันละประมาณ $15 – $30 ขึ้นอยู่กับขนาดของรถ

สำหรับผมก็บอก “เยส เยส เยส” กับเค้าไปให้หมด เพราะเราเองก็ไปขับรถต่างถื่นต่างเมือง เอาไว้ก่อนดีกว่าครับ ถึงจะแพงกว่าค่าเช่ารถพอสมควร แต่ก็ทำให้ผมรู้สึกอุ่นใจเมื่อได้ทำประกันภัย

หลังจากนั้นพนักงานก็จะพาเราไปเลือกรถที่ต้องการ ที่จอดไว้รอให้ลูกค้ามาเลือกอยู่แล้วที่ลานจอดรถด้านนอก อย่างเวลาเราจอง รุ่น Premium Car ในเว็บแจ้งว่าเป็น Nissan Maxima หรือเทียบเท่า บางทีเราอาจจะคาดหวังว่าจะได้รถรุ่นนี้ เพราะเป็น รุ่นที่ต้องการ หรือรุ่นที่ชอบ ความเป็นจริงรถรุ่นนั้นอาจจะไม่มีในสต็อกก็ได้ เราก็อาจจะได้รถรุ่นที่เทียบเคียงมาก็เป็นได้ ซึ่งหากไม่เห็นรถที่จอดจริงๆ เราสามารถบอกเจ้าหน้าที่เค้าได้ว่ามีรถรุ่นนี้หรือเปล่า

พอเห็นรถที่ถูกใจแล้ว ก็ขอให้เราก็ลองเดินวนรอบรถดูตำหนิ ที่เกิดขึ้นอย่างคร่าวๆ ไม่ต้องละเอียดมากก็ได้ เพราะไม่ใช่รถที่เราซื้อ เป็นแค่เช่ารถ หากมีจุตำหนิที่เด่นๆ สำคัญๆ ก็ชี้ให้เจ้าหน้าที่ดู เพื่อรับทราบ แต่จริงๆ เค้าก็ดูเองอยู่แล้วละ หากมีโทรศัพท์มือถือที่มีกล้อง ก็ถ่ายรูปตำหนิตรงนั้นเอาไว้หน่อยก็ดี

หลังจากนั้นก็ขับรถออกไปหน้าประตูทางออก ยื่นใบนำรถออกให้เจ้าหน้าที่ปากประตู (ซึ่งใบนำรถออกจะได้มาจากพนักงานต้อนรับเรา นะแหละ) ก็เป็นอันเสร็จพิธี 🙂

ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการเช่า เช่ารถในอเมริกา

Airport Concession Fee

การเช่ารถจากศูนย์เช่ารถที่อยู่ใกล้สนามบินจะมีค่าใช้จ่ายอันนึงที่เรียกว่า ค่าสัมปทานสนามบิน (Airport Concession Fee) ที่เราจะต้องจ่ายเพิ่มให้กับศูนย์เช่ารถที่อยู่ใกล้สนามบิน ตรงที่เราเลือก “Show airport locations only” ไปตั้งแต่แรกนี่แหละในอัตราประมาณ คล้ายๆ กับเมืองไทย ที่หากเราขึ้นแท็กซี่จากสนามบินสุวรรณภูมิ จะต้องมีเสียเงินเพิ่ม 50 บาท ตรงจุดนี้ด้วย แต่ข้อดีที่ยังพอมีให้เห็นอยู่บ้างคือ มีบริการรถเวียนรับส่งสนามบิน (Shuttle Bus) จากศูนย์เช่ารถ ฟรี

Facility Charges

ค่าบริการส่วนที่เราไปใช้บริการของเค้า ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นค่าอะไร อาจมองเป็นค่าน้ำดื่มที่เราไปดื่มในศูนย์เช่ารถ ค่าห้องน้ำ ค่าโน่นนี่นั่น (โดนไปประมาณ $10.00)

Tourism Charges

ค่านักท่องเที่ยว ตรงนี้ผมไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นค่าอะไร ถ้าแปลตรงๆ เลยก็คือ เป็นนักท่องเที่ยว หรือ ชาวต่างชาติ ก็เลยโดนเพิ่มอีก โดนไปประมาณ ($10.11) เช่นกัน แต่ตอนผมเช่าตอนแรก

Sales Tax

ค่าภาษีโดนเพิ่มอีก 9.00% ของรายการที่นำมาคิดภาษี มันจะมีบางรายการที่รวมภาษีไปแล้ว ก็จะไม่ถูกนำมาคำนวณภาษี

4. วันกลับมาคืนเช่ารถ ที่ศูนย์เช่ารถ

วันกลับมาคืนเช่ารถ ไม่มีอะไรมากเลย ขับรถเข้าไปที่ศูนย์เช่ารถ หาป้าย Rental Return แล้วขับเข้าไปจอด ในช่อง เดี๋ยวก็จะมีพนักงานโบกเองว่าให้เราเข้าจอดช่องไหน หลักจากนั้นกระบวนการคืนเช่ารถ ง่ายมากๆ พอเราจอดรถเสร็จพนักงานจะเดินมาถามว่ามีปัญหาอะไรมั้ย โอเคมั้ย อะไรก็ว่าไป พร้อมกับยื่นสลิปใบเสร็จให้เราพร้อมกับบอกว่ายอดดังกล่าวจะถูกตัดบัญชีบัตรเครดิตโดยอัตโนมัติ เป็นอันเสร็จพิธี

สำหรับใครที่ประสงค์จะเดินทางกลับไปยังสนามบิน ก็เดินมารอที่ข้างหน้าศูนย์เช่ารถ ได้เลยก็จะมีรถเวียนมาทุกๆ 15 นาทีเช่นกัน

หมายเหตุ : หากเราสังเกตุดูที่พื้นประตูทางเข้าของที่นี่จะมีหนามคมๆ แหลมๆ อยู่ ตรงนั้นเอาไว้ทิ่มยางรถที่วิ่งออกจากศูนย์ แต่สามารถขับทับหนามตรงนี้เข้าไปได้ พูดง่ายๆ คือเอาไว้ กันขโมยรถ แล้ววิ่งออกทางนี้นั่นเอง

27 ความคิดเห็น

  1. ขอสอบถามนิดนึงครับ
    ถ้าวันคืนรถกำหนดเป็นตอนเช้า ประมาน 5:00 แต่ศูนย์เช่าเปิด 6:00 ต้องคืนรถยังไงหรอครับ เพราะต้องขึ้นเครื่องบินตอน 6:00 ครับ

    • แนะนำให้คืนรถในคืนก่อนบินจะดีกว่าไหมครับผม คืนเสร็จแล้วค่อยกลับที่พักครับ

  2. ข้อมูลน่าสนใจและละเอียดมากค่ะ จะไปเที่ยวอเมริกาด้วยการขับรถเองเหมือนกันค่ะ ประมาณ สองอาทิตย์กว่าๆ ตอนแรกว่าจะเช่าทั้งทริปที่ไปค่ะ แต่เนื่องจากไปคนเดียวและขับเดี่ยว มีเพื่อนแนะนำให้เช่าเฉพาะแอลเอ เพื่อท่องเที่ยวในแอลเอและคืนรถไปเลยระยะเวลาประมาณ 4-5 วัน หลังจากนั้นใช้บินในประเทศไปเวกัส เพื่อไปเที่ยวแกรนด์แคนย่อน ชมเขื่อนฮูเวอร์ อยู่เวกัสโดยอาศัยทัวร์และรถแท๊กซี่ 2-3 วัน จากนั้นค่อยไปซานฟรานโดยเช่ารถอีก แต่สิ่งที่เห็นจากข้อมูลที่คุณให้ คือเช่าที่ไหนควรคืนที่เดิมเพื่อความประหยัดกว่ามากๆ อยากรบกวนถามว่า ถ้าขับคนเดียวตลอด เกือบ 20 วัน ใน อเมริกา ตามลำดับเมืองต่อไปนี้ จะยากและอันตรายไม๊คะตามระยะเส้นทางที่วิ่งผ่านๆไป แอลเอ ไป เวกัส ไป แกรนด์แคนย่อน กลับ เวกัส ไป ซานฟราน อยู่ซานฟราน พักนึง แล้วลงใต้ไปซานดิเอโก แล้ววกกลับขึ้นมาแอลเอ แล้วกลับบ้าน รบกวนด้วยนะคะ

  3. ไปแถวpalo alto,ca.ดูงานstanford 2 เดือนค่ะ ที่พักคงพักแถวๆนั้นยังหาอยุ่คืะ
    4 คน 28 กันยายน ถึงสนามบิน safran
    ใบ้รถไรดีคะ
    เช่าแบบไหนดีคะ

  4. ขอสอบถามหน่อยค่ะพอดีจะไปเที่ยวกัน8คน พร้อมกะเป๋าเดินทาง6ในเช่าเป็นรถแวน12ที่นั่งของbudget แต่ใบขับขี่สากลระบุว่าให้ใช้สำหรับรถไม่เกิน8ที่นั่งไม่ทราบว่าใช้ได้มั๊ยค่ะ

    • ตามกฏระเบียบไม่ได้ครับ ต้องระวังนิดนึง อย่างทำผิดกฏละกันครับ แต่ทางที่ดีให้สอบถามกรมการขนส่งทางบกดีกว่า ว่ามีใบอนุญาตประเภทที่สามารถขับรถแวนแบบ 12 ที่นั่งได้หรือไม่ครับผม เอาชัวร์ๆ ปลอดภัยแน่ๆ ครับ

  5. รบกวนถามหน่อยค่ะ ว่าจะไปเที่ยวเมกา ฝั่งนิวยอร์ค 6คน สัมภารธกระเป๋า ๘ใบ มีรถแบบไหนแนะนำมั๊ยค่ะ และแนะนำเวปที่จะเช่าให้ด้ยได้มัยค่ะ

    • เยอะไปนะครับ ถ้า 6 คนพร้อมสัมภาระด้วยนี่ เช่า 2 คันดีกว่า เพราะตอนเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา นั้นผมเช่า Chevrolet Traverse เป็น Mid-Size SUV คันใหญ่พอสมควรไปกัน 4 คนพร้อมสัมภาระ ยังยัดกันไม่ค่อยจะลงเลยครับผม แต่ถ้าใน 6 คนนี้มีเด็กสัก 2 คนยังพอไหวอยู่ครับผม ส่วนบริษัทรถเช่าที่ผมใช้บริการคือ Enterprise Rent-a-Car ครับผม

  6. ขออนุญาติสอบถามการใช้ใบขับขี่สากลค่ะ พ่อจะมาเที่ยวประมาน10วันที่ILแล้วช่วงที่มาเที่ยว เพื่อนมีใบขับขี่ของที่นี่จะเป็นคนเช่ารถและพ่อจะช่วยขับระหว่างทาง
    ซึ่งพ่อมีใบขับขี่ถาวรเป็นภาษาไทยและใบขับขี่สากลด้วยค่ะ ในกรณีนี้พ่อสามารถขับรถได้ไหมค่ะ ถ้าขับได้แล้วตำรวจเรียกเราควรมีเอกสารอะไรที่ต้องแสดงให้ตำรวจดูค่ะ

    ขอบคุณค่ะ

    • ผมคิดว่าได้นะครับ ใบขับขี่สากล มีอายุ 1 ปี และในขณะที่ขับ ใบขับขี่สากลนั้นจะต้องยังไม่หมดอายุนะครับ ยังไงก็พกคู่กับพาสปอร์ต เอาไว้เลยนะครับ

      • ขออนุญาตนะคะ การเช่ารถขับในสหรัฐฯ บริษัทรถเช่าจะสอบถามว่าจะมีคนขับกี่คน เพราะเราจะเสียเงินค่าทำเนียมการประกันภัยที่แตกต่างกัน และจะต้องใส่ชื่อคนขับและมีการเก็บสำเนาใบขับขี่ไว้ด้วย หากเราแจ้งว่าขับคนเดียว แต่เอาเข้าจริงขับสองคน ถ้าไม่เกิดอะไรขึ้นระหว่างทางก็ไม่เป็นไรค่ะ แต่ถ้ามีอะไรที่คาดฝันเกิดขึ้น เขาจะไม่รับผิดชอบนะคะ

  7. รบกวนถามว่าถ้าเดินทางกับคุณพ่อคุณแม่, เวลาไปรับรถเช่าโดยใช้ shuttle bus ของบริษัทรถเช่า, ควรจะไปรับรถด้วยกันหมดเลยหรือให้ยืนรอท่าหน้า terminal ดีครับ? ปล่อยให้ยืนก็เป็นห่วง

    • ขึ้น Shuttle Bus ไปรับรถพร้อมกันให้หมดเลยดีกว่าครับ อย่างที่คุณว่าครับ ปล่อยยืนไว้ที่ Terminal เดี๋ยวเราจะหลงกันอีก เพราะที่สนามบินอเมริกานี้ค่อนข้างวุ่นวายมากๆ ครับ ไปด้วยกันเลย จะได้ไปช่วยกันดูสภาพรถพร้อมกันด้วยครับผม 🙂

  8. ถ้าเช่าขับในตัวเมืองแอลเอเพือไปเที่ยวฮอลลีวู้ดกับuniversal studio จะขับยากมั้ยครับ ขอบคุณครับ

    • ในตัวเมือง LA ไม่ยากเลยครับยังไงก่อนขับรถลองอ่านบทความของผมอีกตัวนึงดูนะครับ วิธีขับรถในอเมริกาครับ

      http://www.thanop.com/2013/04/driving-in-usa/

      ตอนที่ผมไป ผมใช้ iPad แล้วติดตั้งแอพ Sygic US (GPS Navigation) ลงไป (ตอนนี้ราคาลดแล้วครับ อยู่ที่ $79.99) ดาวน์โหลดทีเดียว สามารถใช้ได้ทุกรัฐใน ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ไปรัฐไหนก็โหลด Map เฉพาะรัฐนั้นรอเอาไว้ เพราะถ้าโหลดหมด จะเปลืองเนื้อที่มากๆ อย่างคุณ Isara จะไป California ก็โหลดแผนที่ของรัฐนี้รอเอาไว้เลยก็ได้ครับ แต่ถ้าไป Las Vegas ด้วย อย่าลืมโหลดของ Nevada มาด้วยนะครับ เพราะสองเมืองนี้อยู่คนละรัฐกันครับผม

      ดาวน์โหลดแอพ Sygic US ตรงนี้

      นำทางเราได้ดีมากๆ มีเสียงคนพูดเป็นภาษาไทยด้วย (ปรับได้ในตัวแอพ) ซึ่งตัวนี้ไม่จำเป็นจะต้องใช้สัญญาณโทรศัพท์มือถือด้วย ดังนั้นในป่าเขา ใช้ได้เลย หายห่วงครับ ไม่ต้องรอสัญญาณบอกพิกัดตำแหน่งดีเลย์ด้วย เพราะดึงข้อมูลตรงมาจากดาวเทียมเลยครับ

  9. คุณthanopขับจากแอลเอมาซานฟรานแล้วต้องขับกลับไปคืนรถจะเป็นการย้อนไปย้อนมามั้ยครับอาจะทำให้เสียเวลาเที่ยว

  10. ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ ตอนนี้หาเจอแล้วค่ะ ขอโทษที่รบกวนค่ะ จะลองเช่าดูแล้วถ้ามีเรื่องสงสัยจะขอรบกวนถามนะคะ
    ขอบคุณค่า

  11. ขอถามข้อมูลหน่อยได้ไหมคะ ว่าถ้าเราไม่รับรถที่สนามบินแต่ต้องการรับที่ในเมืองซานฟราน จะใส่ชื่อสถานที่ว่าอะไรน่ะคะ
    ลองใส่ว่า San Francisco แต่ระบบบอกว่าไม่รู้จักสถานที่น่ะค่ะ แล้วเราสามารถยกเลิกการจองได้ไหมคะ

  12. ขอบคุณค่ะ ข้อมูลเป็นประโยชน์มากค่ะ เดี๋ยวไปลองจองจริง สงสัยอะไรขอมาถามต่อนะคะ อิอิ

    • ยินดีครับผม ขอบคุณมากๆ นะครับสำหรับคำขอบคุณ ส่วนหากมีคำถามอะไรเพิ่มเติมถามผมมาได้เลยนะครับ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here