TicWatch Pro Review

TicWatch Pro Share
นาฬิกา TicWatch Pro สมาร์ทวอทช์ ใช้ระบบปฏิบัติการ Wear OS by Google

รีวิวฉบับนี้เป็นรีวิวนาฬิกาอัจฉริยะ หรือที่เรียกว่า “สมาร์ทวอทช์ (Smartwatch)” ฉบับแรกบนเว็บไซต์ Thanop.com แห่งนี้ โดยเป็นสมาร์ทวอทช์ที่มีชื่อว่า TicWatch Pro (รหัสรุ่น WF12096) นาฬิกาที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องบอกเวลาอย่างเดียว แต่มันยังมีความสามารถต่างๆ เข้ามามากมาย ไม่ว่าจะเป็น การสตรีมเพลงจากอินเทอร์เน็ต จับระยะทางการก้าวเดิน หรือวิ่ง พร้อมวัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate) แถมหน้าจอก็เป็นระบบสัมผัสได้พร้อมการแสดงผล 2 ระบบ (หน้าจอ 2 ชั้น) เพื่อการประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ ให้สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้น กับอีกมุมหนึ่งคือ สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

และเมื่อเห็นความสามารถของ นาฬิกา TicWatch Pro ที่ได้กล่าวมาข้างต้นแบบนี้แล้ว ถือว่าความสามารถของมันนั้นก็น้องๆ โทรศัพท์มือถืออัจฉริยะ หรือ สมาร์ทโฟน (Smartphone) ที่พวกเราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เลยทีเดียว

ด้านล่างนี้เป็นเมนูลัด (Shortcut) ที่ให้คุณได้สามารถข้ามไปอ่านยังเนื้อหาของ รีวิวนาฬิกา TicWatch Pro ที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

  1. รู้จักกับนาฬิกา TicWatch Pro กันก่อน
  2. Wear OS คืออะไร ?
  3. แกะกล่องผลิตภัณฑ์
  4. อุปกรณ์ที่ให้มาภายในกล่องผลิตภัณฑ์
  5. ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค (Specification)
  6. คุณสมบัติ และความสามารถของผลิตภัณฑ์
  7. สำรวจส่วนประกอบของเรือนนาฬิกา TicWatch Pro
  8. เริ่มต้นใช้งาน นาฬิกา TicWatch Pro กับ iPhone
  9. ความรู้สึกหลังการใช้งาน นาฬิกา TicWatch Pro กับ iPhone
  10. คำถามที่ต้องอยากรู้ (FAQs)
  11. บทสรุปการใช้งาน ข้อดี ข้อเสีย

ด้านล่างนี้เป็นคลิปวีดีโอรีวิวนาฬิกา TicWatch Pro ประมาณ 13 นาทีเพื่อแสดงคุณสมบัติ และความสามารถคร่าวๆ ว่ามีอะไรบ้าง และให้ดูว่า การใช้งานจริงๆ มันยุ่งยากมากน้อยแค่ไหน

รู้จักกับ นาฬิกา TicWatch กันก่อน ?

TicWatch Pro Grand Opening Event on the Shelf
นาฬิกา TicWatch Pro บนชั้นวาง ในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ในเมืองไทย

Ticwatch Pro (อ่านออกเสียงภาษาไทยว่า “ทิควอช โปร”) เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ของ บริษัท เซี่ยงไฮ้ ม็อบวอย อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จำกัด (Shanghai Mobvoi Information Technology Company Limited) หรือเรียกสั้นๆ ว่า บริษัท Mobvoi (อ่านออกเสียงภาษาไทยว่า “ม็อบวอย“) บริษัทผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI – Artificial intelligence) จากประเทศจีน ที่เคยได้รับการลงทุนผ่านเว็บไซต์ระดมทุนออนไลน์ รายใหญ่ของโลก อย่าง Kickstarter และมีผลงานการพัฒนาที่โดดเด่นจนทำ ให้ Google เข้ามาร่วมลงทุน และได้ทุ่มเงินลงทุนให้อีกหลายพันล้านบาทเพื่อสนับสนุน

Mobvoi มีจุดเริ่มต้นจาก Zhifei Li ที่อยากจะพัฒนาระบบ AI ในการสั่งเพื่อค้นหาข้อมูลต่างๆ ด้วยคำ สั่งภาษาจีน ในแอพพลิเคชั่นหนึ่งเท่านั้น ใน ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555) และหลังจากนั้น Google ได้มองเห็นถึงประสิทธิภาพจึงได้เข้ามาจับมือเพื่อร่วมพัฒนาระบบของเทคโนโลยี การใช้คำสั่งเสียงภาษาจีน บนอุปกรณ์ Android wear จนกลายมาเป็นโปรเจค Ticwatch ที่สร้างการระดมทุนอย่างถล่มถลาย ใน Kickstarter ด้วยเงินทุนถึง 2.1 ล้านดอลล่าร์

ปัจจุบัน Mobvoi ได้มีพนักงานกว่า 400 คน สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ เมืองปักกิ่ง ประเทศจีน และสำนักงานนานาชาติในเมืองซีแอตเติลและซานฟรานซิสโก พร้อมด้วยพนักงานที่เคยอยู่ในบทบาท สำคัญของบริษัท เทคโนโลยีชั้นนำของโลกเช่น Google/ Microsoft/ Amazon/ Nokia/ Tencent และ Baidu

ซึ่งทาง Mobvoi มีการพัฒนา และผลิตสินค้าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น

  • TicWatch (สมาร์ทวอทช์) : นาฬิกาอัจฉริยะที่ใส่เที่ยวก็ได้ ใส่ออกกำลังกายก็ดี มีเทคโนโลยี และเซ็นเซอร์ติดตัวมาให้มากมาย เหมาะสำหรับคนที่มีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย
  • TicPods (หูฟังไร้สายอัจฉริยะ) : หูฟังไร้สาย (Wireless Earbuds) ที่เอาไว้ใช้กับสมาร์ทโฟน และยังสามารถโต้ตอบกับสมาร์ทโฟนได้ด้วย เช่นการแตะเบาๆ ที่หูฟังเพื่อรับสายเข้า วางสาย เปลี่ยนเพลงที่ฟังอยู่ หรือแม้แต่ เลื่อนสไลด์ที่หูฟังเพื่อปรับระดับความดังของเสียง ได้อีกด้วย และยังมีความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย
  • TicHome (ระบบบ้านอัจฉริยะ) : ลำโพงบลูทูธขนาดพกพา ที่มาพร้อมกับระบบ Google Assistant (ระบบคำสั่งเสียงเพื่อช่วยเหลือจาก Google ) ที่ทำให้ทั้งบ้านของคุณกลายเป็นสมาทโฮม (Smart Home)
  • TicAuto (ระบบรถยนต์อัจฉริยะ) : พัฒนาระบบรถยนต์อัจฉริยะ ให้สามารถโต้ตอบ และสั่งงานด้วยเสียงได้ ติดตั้งการนำทาง การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน การฟังเพลง มีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายไร้สายอย่าง Wi-Fi และ 4G มีการร่วมมือกับรถยนต์แบรนด์โฟล์กสวาเกน (Volksawagen – VW) ประเทศเยอรมัน อีกด้วย
TicWatch Pro Grand Opening Event on the Stage
ผู้บริหาร TicWatch ประเทศไทย และ Mobvoi ร่วมงานเปิดตัว TicWatch Pro เมื่อช่วงปลายปี ค.ศ. 2018 (พ.ศ. 2561) ที่ลานอีเดน ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ มี นายณเดชน์ คูกิมิยะ เป็นพรีเซ็นเตอร์

สำหรับในประเทศไทย Mobvoi ได้ทำการเปิดตัว TicWatch Pro สมาร์ทวอชที่ได้มีการพัฒนาเป็น Wear OS ที่รองรับภาษาไทยอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยสเปคครบเครื่องและราคาที่น่าคบหา ทำให้กลายเป็นสมาร์ทวอชที่น่าสนใจในเวลาอันรวดเร็ว

ข้อมูลอ้างอิง : นำมาจากเว็บไซต์

  • https://www.mobvoi.com/th/pages/about-us
  • https://en.wikipedia.org/wiki/Mobvoi

แกะกล่องกล่องผลิตภัณฑ์ นาฬิกา Ticwatch Pro

TicWatch Pro Box
กล่องนาฬิกา TicWatch Pro

กล่องของนาฬิกา TicWatch Pro มาในขนาดกระทัดรัดเล็กกว่าฝ่ายมือ มาในสีเทาดำ และตัวอักษรบนกล่องสีขาว มันมีขนาดมิติอยู่ที่ ยาว (L) 120 x กว้าง (W) 80 x สูง (H) 120 มิลลิเมตร (ข้อมูลจากคู่มือการใช้งาน) และมีน้ำหนักสุทธิของกล่องรวมผลิตภัณฑ์ (Net Weight) อยู่ที่ประมาณ 0.306 กิโลกรัม (ชั่งด้วยเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลขนาดเล็ก)

ด้านหน้ากล่อง : หัวมุมกล่องด้านซ้ายบนมีข้อความเขียนว่า “TicWatch Pro” ขณะที่ตรงกลางเป็นรูปตัวเรือนนาฬิกา Ticwatch Pro สีดำ พร้อมกับโลโก้สีแดง ภายในมีตัวหนังสือสีขาว เขียนว่า “iF Design Award 2018” ซึ่งนี่ก็คือ รางวัลการออกแบบผลิตภัณฑ์ จากประเทศเยอรมัน และแน่นอน เจ้านาฬิกา TicWatch Pro ตัวนี้ ก็ได้รางวัลนี้มาประดับบารมีด้วยเช่นกัน ในปี ค.ศ. 2018 (พ.ศ. 2561)

ด้านหลังกล่อง : มีชื่อนาฬิกา TicWatch Pro อยู่ด้านบน พร้อมข้อความเขียนว่า “A premium Wear OS smartwatch that lasts up to 5 days on a single charge.” หมายความว่า “นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ ที่สามารถอยู่ได้ 5 วันต่อการชาร์จไฟแค่ครั้งเดียว” แต่อย่างไรก็ตามเขาก็มีข้อแม้อยู่นะ

ในขณะที่ข้อมูลส่วนล่าง ก็ยังมีคุณสมบัติ และความสามารถของตัวนาฬิกาอีก 10 อย่าง พร้อมรูปไอคอนประกอบในแต่ละความสามารถ (ดูคุณสมบัติ และความสามารถทั้งหมดของนาฬิกา TicWatch Pro)

ด้านบนกล่อง : มีรูปของเรือนาฬิกาอยู่ด้านซ้ายมือ ภายในหน้าจอเขียนว่า “Wear OS by Google” พร้อมกับคุณสมบัติและ ความสามารถหลักๆ 5 อย่างด้วยกัน (ดูคุณสมบัติ และความสามารถทั้งหมดของนาฬิกา TicWatch Pro)

ด้านล่างกล่อง : ฝั่งซ้ายเป็นสติ๊กเกอร์สีขาว มีบอกรายละเอียดของตัวเรือนนาฬิกาต่างๆ มากมายอาทิ ชื่อรุ่น (Model) สีผลิตภัณฑ์ (Color) พร้อมหมายเลขซีเรียลประจำเรือน (Serial Number) ที่จะเป็นเลขเฉพาะ ไม่ซ้ำกับเรือนอื่นๆ เลย รวมไปถึงชื่อบริษัทผู้ผลิต (Manufacturer) อย่าง Shanghai Mobvoi Information Technology Company Limited ตัวเรือนผลิตในประเทศจีน (Made in China) และข้อมูลอื่นๆ อีกมากมาย

ขณะที่ด้านขวามีข้อมูลเกี่ยวกับ The Google AssistantTM ที่บอกว่าไม่สามารถใช้งานได้ในทุกประเทศ และทุกภาษา พร้อมกับบอก อุปกรณ์ที่ให้มาภายในกล่องผลิตภัณฑ์ (What’s in the Box ?) ว่ามีอะไรบ้าง

ด้านซ้าย และด้านขวาของกล่อง : ไม่มีข้อมูลใดๆ (เป็นแค่สีเทาเข้มของกล่อง)

อุปกรณ์ที่ให้มาภายในกล่องผลิตภัณฑ์ นาฬิกา TicWatch Pro

TicWatch Pro Box Uncovered
เรือนนาฬิกา TicWatch Pro ขณะวางอยู่ภายในกล่องผลิตภัณฑ์

เมื่อยกฝากล่องผลิตภัณฑ์ออกมา ก็จะพบกับตัวเรือนนาฬิกา TicWatch Pro (ขนาดมิติ 45.0 x 45.0 x 14.6 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 76.6 กรัม) วางอยู่อย่างสวยเด่นเป็นสง่า พร้อมกับแผ่นพลาสติกปิดกันรอย ที่วางแนบอยู่บนหน้าจอเช่นกัน

โดยเราสามารถยกตัวเรือนนาฬิกาออกมา เพื่อดูอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ที่ให้มาด้วย อีก 3 ชิ้น ดังต่อไปนี้

  1. USB Charging Cable and Magnetic Charging Dock (สายชาร์จ USB พร้อมแท่นชาร์จแบบแม่เหล็ก) : มีขนาดความยาวสายไฟประมาณ 80 เซนติเมตร (0.8 เมตร) พร้อมกับแท่นชาร์จแบบแม่เหล็ก (รหัสรุ่น WF20028) ที่สามารถยึดติดกับตัวเรือนนาฬิกาด้วยแม่เหล็กได้เลย สะดวกทั้งการนำนาฬิกาเข้ามาชาร์จ และการนำออกไปใช้งาน
  2. Quick Guide (คู่มือการใช้งานฉบับย่อ) : หนังสือคู่มือการใช้งานฉบับย่อขนาดเล็ก ขนาดฉบับกระเป๋ามากๆ มันมีความกว้าง 53 x ยาว 99.5 มิลลิเมตร (mm) ภายในมีทั้งหมด 7 ภาษา ได้แก่
    1. ภาษาอังกฤษ (English – EN)
    2. ภาษาอิตาลี (Italian – IT)
    3. ภาษาสเปน (Spanish – ES)
    4. ภาษาฝรั่งเศส (French – FR)
    5. ภาษาเยอรมัน (Germany – DE)
    6. ภาษาญี่ปุ่น (Japanese – JP)
    7. ภาษารัสเซีย (Russian – RU)
  3. Silica Gel (ซองกันชื้น) : ภายในซองประกอบไปด้วยสารดูดความชื้น (Desiccant) ที่ใช้เพื่อป้องกันความชื้นที่อยู่ในอากาศ เข้าไปสร้างความเสียหายให้กับแผงวงจร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ต่างๆ ที่อยู่ภายในตัวเรือนนาฬิกาในขณะก่อนแกะกล่อง เพื่อเป็นการยืดอายุการใช้งาน แต่ว่าหลังจากใช้งานไปแล้ว แม้จะเก็บภายในกล่องผลิตภัณฑ์แล้วมีซองกันชื้น จะใช้งานไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่ เพราะสามารถมีอากาศเล็ดลอดเข้าไปภายในกล่องได้แล้ว มันจะใช้งานได้ผลดี ขณะก่อนแกะห่อพลาสติกมากกว่า

ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคของ นาฬิกา TicWatch Pro

TicWatch Pro Featured Image
นาฬิกา TicWatch Pro
รายละเอียด
(Specification)
ขนาดมิติ
(Dimension)
45.0 x 45.0 x 14.6 มิลลิเมตร
น้ำหนักตัวเรือนนาฬิกา
(Net Weight)
76.6 กรัม (0.0766 กิโลกรัม)
ชิปเซ็ต
(Chipset)
Qualcomm® Snapdragon Wear™ 2100
ระบบปฏิบัติการ
(Operating System – OS)
Wear OS by Google™
ประเภทของหน้าจอแสดงผล
(Display Type)
  • AMOLED (โหมดแสดงผลแบบสมาร์ท)
  • FSTN LCD (โหมดแสดงผลเฉพาะฟังก์ชั่นที่จำเป็น)
หน่วยความจำ
(Memory)
  • RAM (หน่วยความจำชั่วคราว) : 512 MB.
  • Storage (พื้นที่เก็บข้อมูล) : 4 GB.
ไฟเข้า
(Input)
DC 5V 1.0A
ไฟออก
(Output)
DC 5V 0.8A (Rated)
ประเภทของแบตเตอรี่
(Battery Type)
Li-Ion
ปริมาณความจุแบตเตอรี่
(Battery Capacity)
450 mAh
อายุการใช้งานแบตเตอรี่
(Battery Life)
  • Only Smart Mode : 2 วัน
    (เฉพาะโหมดแสดงผลแบบสมาร์ท)
  • Only Essential Mode : 30 วัน
    (เฉพาะโหมดแสดงผลเฉพาะฟังก์ชั่นที่จำเป็น)
  • Mixed Usage : 5-30 วัน
    (ผสมระหว่าง 2 โหมด)
รายละเอียดเซ็นเซอร์
(Sensor Details)
  1. Accelerometer (เซ็นเซอร์ตรวจวัดอัตราเร่ง)
  2. Gyroscope Sensor (เซ็นเซอร์ตรวจจับท่วงท่าการหมุน)
  3. Magnetic Sensor (เซนเซอร์ตรวจจับแม่เหล็ก)
  4. PPG Heart Rate Sensor (เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ)
  5. Ambient Light Sensor (เซ็นเซอร์วัดแสงรอบๆ)
  6. Low Latency Off-Body Sensor (เซ็นเซอร์ตรวจจับการสวมใส่นาฬิกา)
การเชื่อมต่อ
(Connectivity)
  • Bluetooth (บลูทูธ) : 4.2
  • Wi-Fi (ไวไฟ) : 802.11 b/g/n 2.4 GHz

 

ข้อมูลจากเว็บไซต์ : https://www.mobvoi.com/

คุณสมบัติ และความสามารถของนาฬิกา TicWatch Pro

นาฬิกา TicWatch Pro มีความสามารถติดไม้ติดมือมาให้มากมาย ทั้งความสามารถด้านกายภาพ และความสามารถด้านฟังก์ชั่นต่างๆ

1. Wear OS by Google (ระบบปฏิบัติการ Wear OS จาก Google)

TicWatch Pro with Wear OS on the AMOLED Display
โลโก้ระบบปฏิบัติการ Wear OS แสดงผลผ่านหน้าจอแบบ AMOLED ของนาฬิกา TicWatch Pro

นาฬิกา TicWatch Pro ใช้ระบบปฏิบัติการยอดฮิตของอุปกรณ์พกพาที่สวมใส่ได้ (Wearable Device) อย่าง Wear OS by Google (อ่านเพิ่มเติม Wear OS คืออะไร ?) ดังนั้นเรื่องการทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนต่างๆ หรือแม้แต่แอพพลิเคชั่นยอดฮิตต่างๆ ที่ใช้เชื่อมต่อกันระหว่างตัวนาฬิกา กับตัวสมาร์ทโฟน ก็สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัวมากๆ เลยทีเดียว

2.  Dual Layered Display Technology (เทคโนโลยีการแสดงผลแบบ 2 ชั้น)

TicWatch Pro Feature Dual Layered Display Technology
เทคโนโลยีการแสดงผลแบบ 2 ชั้น (Dual Layered Display Technology) ผ่านหน้าจอแบบ AMOLED สีสันสวยงาม เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด (ชั้นล่าง) และ FSTN แสดงผลสีเดียว เพื่อประหยัดพลังงาน (ชั้นบน) (ภาพจาก : Mobvoi.com)

ตัวเรือนนาฬิกา มาพร้อมกับหน้าจอการแสดงผลแบบ 2 ชั้นคือ AMOLED สำหรับโหมดแสดงผลแบบสมาร์ท ขนาด 1.39 นิ้ว (Inch) ความละเอียด 400 x 400 พิกเซล (Pixels) และ หน้าจอ FSTN สำหรับโหมดแสดงผลเฉพาะฟังก์ชั่นที่จำเป็น ซึ่งจะประหยัดพลังงาน (แบตเตอรี่) มากกว่าโหมดแสดงผลกว่าสมาร์ท

โดยทั้งสองโหมดนี้ผู้ใช้งานสามารถสลับเองได้ตามต้องการ แต่ะมันจะมีการสลับเป็นโหมดแสดงผลเฉพาะฟังก์ชั่นที่จำเป็น (Essential Mode) โดยอัตโนมัติเมื่อแบตเตอรี่เริ่มอ่อน เพื่อให้นาฬิกาสามารถทำงานงานต่อไปได้อีกประมาณ 3 วัน ซึ่งจะมีการส่งข้อมูล (Sync) เข้าสมาร์ทโฟนของเราทันทีเมื่อมีการชาร์จไฟ ก่อนจะกลับมาใช้โหมดแสดงผลแบบสมาร์ท (Smart Mode) อีกครั้ง

2.1 Smart Mode – Lower Layer (โหมดแสดงผลแบบสมาร์ท – ชั้นล่าง)

แสดงผลผ่านหน้าจอ AMOLED (Active Matrix Organic Light Emitting Diodes) มันเป็นเทคโนโลยีการแสดงผลที่มักนิยมใช้ใน อุปกรณ์พกพาต่างๆ อย่าง สมาร์ทวอทช์ คอมพิวเตอร์แล็ปท็อป ในหลายๆ รุ่น หลายๆ ยี่ห้อ มันเป็นการแสดงผล แบบเต็มประสิทธิภาพ มีสีสันสวยงาม แต่ก็จะมีการสิ้นเปลืองพลังงานเช่นกัน หน้าจอถูกติดตั้ง ซ้อนอยู่ชั้นล่าง (ข้างใต้หน้าจอ LCD) ของหน้าปัดนาฬิกา

2.2 Essential Mode – Upper Layer (โหมดแสดงผลเฉพาะฟังก์ชั่นที่จำเป็น – ชั้นบน)

โหมดนี้สามารถเรียกได้อีกชื่อว่า “โหมดประหยัดพลังงาน” มันจะแสดงผลผ่านหน้าจอ LCD ที่เป็นกระจกใส อยู่ชั้นบนสุด ด้วยระบบ FSTN (Film Compensated Super Twisted Nematic) โดยโหมดนี้จะแสดงข้อมูลเป็นสีเดียว (Monochrome) เฉพาะเวลา รวมไปถึงข้อมูลด้านฟิตเนส การออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็น อัตราการเต้นของหัวใจ และการนับก้าว และข้อมูลอื่นๆ ได้อีกบางส่วน

การแสดงผลหน้าจอในโหมดนี้ จะแสดงผลเป็นสีขาว-ดำ ซึ่งจะประหยัดพลังงาน (ประหยัดแบตเตอรี่) เอามากๆ เรียกได้ว่า ถ้าเปิดใช้ในโหมดนี้ นาฬิกาจะสามารถอยู่ได้ยาวนานถึง 30 วัน (1 เดือน) ต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้งเลยทีเดียว แถมยังมีคุณสมบัติแสดงผลได้ดี อ่านข้อมูลบนหน้าจอรู้เรื่องในขณะมีแสงแดดจ้า (High-sunlight Readability)

3. 5-Day Battery Life (แบตเตอรี่อยู่ได้ 5 วันต่อการชาร์จไฟแค่ครั้งเดียว)

TicWatch Pro Charging Other Times
หน้าจอขณะกำลังชาร์จไฟทั่วๆ ไป (หลังจากที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนแล้ว)

ความอึดของ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-Ion Battery) ของนาฬิกา TicWatch Pro เรือนนี้ ทำให้มันสามารถอยู่ได้ยาวสูงสุดถึง 5 วันโดยไม่ต้องชาร์จไฟ ซึ่งข้อมูลตรงนี้มาจากการทดสอบการแบบผสมระหว่าง 2 โหมดคือ โหมดแสดงผลแบบสมาร์ท และ โหมดแสดงผลเฉพาะฟังก์ชั่นที่จำเป็น (โหมดประหยัดพลังงาน)

4. Premium Materials (วัสดุเกรดพรีเมี่ยม)

TicWatch Pro Watch Strap Removed
สายนาฬิกา TicWatch Pro สามารถถอดเปลี่ยนได้ง่ายๆ แค่บีบสลักล็อคที่อยู่ข้างใต้

ตัวเรือนมีความแข็งแรงผลิตมาจากวัสดุคุณภาพดีอย่าง เส้นใยคาร์บอน (Carbon Fiber) แท้เสริมด้วยเสริมด้วยไนลอนที่มีความแข็งแรงสูง (High Strength Nylon) จึงทำให้ตัวเรือนมีคุณสมบัติเบา แต่แข็งแรงภายใต้คอนเซป  “Tough and Durable” หรือ “เหนียว และทนทาน” นั่นเอง

ในขณะที่สายนาฬิกา (Watch Strap) ด้านนอกเป็นสายหนังแท้จากประเทศอิตาลี (Genuine Italian Leather) ให้ความหรูหรา ช่วยเสริมบุคลิกให้ผู้สวมใส่ดูดีมีระดับ ในขณะที่ด้านในส่วนที่สัมผัสกับผิวหนัง ใช้เป็น ซิลิโคนที่เป็นมิตรกับผิวหนัง (Skin-Friendly Silicone) เป็นลายซี่ๆ คล้ายดอกยางของยางรถยนต์ มีคุณสมบัติระบายอากาศดี ช่วยรีดเหงื่อที่อยู่ใต้สายนาฬิกา แถมยังสามารถถอดเปลี่ยนได้ง่ายๆ ด้วยการบีบสลักล็อคสายนาฬิกาออก

5. IP68 Water and Dust Resistant (มาตรฐานการกันน้ำ และฝุ่นแบบ IP68)

TicWatch Pro Feature IP68 Water and Dust Resistant
มาตรฐานการกันน้ำ และฝุ่นแบบ IP68 (IP68 Water and Dust Resistant)

นาฬิกา TicWatch Pro ได้มาตรฐานการกันน้ำ และฝุ่นแบบ “IP68 Rating” ซึ่งจากข้อมูลของมาตรฐานนั้น หลักแรก (บอกคุณสมบัติการป้องกันของแข็ง) คือ เลข 6 หมายความว่ามันสามารถป้องกันฝุ่น ไม่ให้สามารถเข้าไปยังแผงวงจร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่อยู่ภายในตัวเรือนได้เลย

ในขณะที่ข้อมูลหลักที่สอง (บอกคุณสมบัติการป้องกันของเหลว) คือ เลข 8 เป็นความสามารถในการกันน้ำหรือของเหลว ในระดับความลึกได้ไม่เกิน 1.5 เมตร และสามารถอยู่ภายในระดับความลึกนั้นได้ 30 นาที โดยไม่กระทบกับแผงวงจร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่ก็ไม่แนะนำให้ใส่ลงว่ายน้ำ ตรงนี้ทางแบรนด์น่าจะเอามาให้ใช้ในระบบกันพวกฝน กันเหงื่อ หรือโดนน้ำสาดผ่านๆมากกว่า

6. Heart Rate Sensor/ Step Tracking and GPS Tracker (มีระบบตรวจวัดชีพจร จำนวนก้าว และระบบระบุตำแหน่งบนพื้นโลก)

TicWatch Pro Feature Heart Rate Sensor Step Tracking and GPS Tracker
มีระบบตรวจวัดชีพจร จำนวนก้าว และระบบระบุตำแหน่งบนพื้นโลก (Heart Rate Sensor/ Step Tracking and GPS Tracker)

นาฬิกาเรือนนี้ ยังมีเซนเซอร์การจับข้อมูลในด้านสุขภาพ และการออกกำลังกาย (Fitness Tracking) ที่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง เซ็นเซอร์ต่างๆ ที่อยู่ในตัวเรือนนาฬิกา ร่วมกันกับแอพพลิเคชั่น โดยสามารถมันวัดค่าได้ทั้งอัตราการเต้นของหัวใจ (Hear Rate) จำนวนก้าวที่เดินและวิ่ง (Step Tracking) ในแต่ละวัน รวมไปถึงจับระยะทาง และการเผาผลาญแคลลอรี่ในแต่ละวันได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นทั้งนาฬิกาใส่ออกงานสังคม ใส่เที่ยว รวมไปถึง ใส่ออกกำลังกาย ได้อีกด้วย

ระบบระบุตำแหน่งบนพื้นโลก อย่าง GPS (Global Positioning System) ที่จะต้องทำงานร่วมกับดาวเทียมอย่างน้อย 4 ดวงที่ลอยอยู่เหนือพื้นโลก เพื่อยืนยันตำแหน่งปัจจุบันที่แน่นอน ระบบนี้ถือเป็นระบบพื้นฐานที่อุปกรณ์พกพา อย่าง สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือแม้แต่สมาร์ทวอทช์ จะต้องมีมาให้ ซึ่งนาฬิกา TicWatch Pro ก็ไม่ลืมที่จะติดมาให้เช่นกัน เพื่อทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่น และฟังก์ชั่นต่างๆ

7. Google Assistant Built-in (มีระบบผู้ช่วยอัจฉริยะส่วนตัวจาก Google)

TicWatch Pro Feature Google Assistant Built-in
ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะส่วนตัวจากกูเกิล (Google Assistant) อยากรู้อะไรถามได้เลย …

สามารถสั่งงานผ่าน Google Assistant ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ตั้งค่าการแจ้งเตือนต่างๆ เช็คสภาพดินฟ้าอากาศ หาเส้นทางไปที่โน่นที่นี่ หาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต หรือสั่งให้จับเวลาการวิ่ง ได้ด้วยคำสั่งเสียง (Voice Command)

8. Google Pay with NFC Payments (รองรับการชำระเงิน Google Pay)

Google Pay Logo
โลโก้บริการ Google Pay (ภาพจาก : Kisspng.com)

นาฬิกา TicWatch Pro รองรับการใช้งานเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายผ่าน เทคโนโลยีการส่งข้อมูลด้วย คลื่นวิทยุระยะใกล้ หรือ NFC (Near Field Communication)

เทคโนโลยีนี้ จะทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม Google Pay (G Pay) ที่ทาง Google คิดค้น และพัฒนาขึ้นมา เพื่อที่จะให้คุณได้สามารถจ่ายเงิน กับร้านค้า หรือบริการสาธารณะต่างๆ ที่รองรับระบบนี้ ได้โดยตรงผ่านตัวนาฬิกาได้เลย เพียงแค่นำตัวนาฬิกาไปแนบใกล้ๆ กับเครื่องอ่าน ระบบก็จะตัดเงินจากบัญชีของคุณโดยอัตโนมัติ

การมี Google Pay นี้จะช่วย เพิ่มความสะดวกให้กับชีวิตประจำวันได้มากๆ เลยทีเดียว ทำให้การจ่ายเงินเป็นไปด้วยความรวดเร็ว แถมยังไม่ต้องพกกระเป๋าสตางค์อีกด้วย

9. 1,000+ Watch Faces with Google Play (มีรูปแบบหน้าจอของหน้าปัดนาฬิกากว่า 1,000 แบบ ให้เลือกใช้)

TicWatch Pro Feature Watch Face with Google Play
มีรูปแบบหน้าจอ ของหน้าปัดนาฬิกา (Watch Face) ให้เลือกกว่ากว่า 1,000 แบบ

คุณสามารถบ่งบอกความเป็นตัวเอง ได้จากรูปแบบหน้าจอของหน้าปัดนาฬิกา (Watch Face) (หรือที่บางคนเรียกว่า “Skin – สกิน”) ที่มีให้เลือกดาวน์โหลดไปใช้ มากกว่า 1,000 รูปแบบ ผ่าน Google Play โดยมีทั้งแบบแจกฟรี และแบบเสียเงิน (ราคาไม่แพงมากเท่าไหร่) แถมในอนาคต จะมีมากขึ้นไปอีกเรื่อยๆ

การเปลี่ยนรูปแบบหน้าจอ สามารถทำได้จากตัวนาฬิกาได้โดยตรงเลยด้วยการกดหน้าจอค้างเอาไว้ประมาณ 1-2 วินาที มันก็จะขึ้นแบบต่างๆ มาให้เลือกมากมาย ทั้งจากที่ติดมากับตัวเรือนประมาณ 20 แบบ ถ้าไม่จุใจก็เข้าไปเลือกจาก Google Play ต่อได้เลย

หรือถ้าเลือกจาก Google Play แล้วก็ยังไม่ถูกใจอยู่ดี ก็สามารถดาวน์โหลดแอพสร้างรูปแบบหน้าจอของหน้าปัดนาฬิกา (Watch Face Maker) ได้เอง เพื่อเอาไปสร้างได้ตามใจชอบอีกด้วย เช่นกัน

10. Music Streaming (สตรีมเพลงฟังจากอินเทอร์เน็ต)

TicWatch Pro Feature Music Streaming
สตรีมเพลงฟังจาก อินเทอร์เน็ต (Music Streaming) (ภาพจาก : Mobvoi.com)

นาฬิกา TicWatch Pro เรือนนี้ สามารถสตรีมเปิดเพลงผ่านแอพพลิเคชั่นอย่างแอพ Google Play Music* หรือแม้แต่แอพ Spotify* ได้

หรือจะดาวน์โหลดเพลงลงมาเก็บเอาไว้ ในพื้นที่จัดเก็บ (Storage) ของนาฬิกา TicWatch Pro ขนาด 4 GB. เพื่อฟังขณะออกกำลังกาย หรือเดินทาง จากอินเทอร์เน็ตได้ พร้อมสตรีมผ่านหูฟังบลูธูธไร้สาย (Bluetooth Headphone)

หมายเหตุ* : แอพพลิเคชั่นฟังเพลงดังกล่าว จะต้องดาวน์โหลดมาติดตั้งจาก Google Play Store เสียก่อน ไม่ได้ให้ติดมาด้วยตั้งแต่ตอนแรก

อ้างอิงจาก : https://www.mobvoi.com/th/pages/ticwatchpro

สำรวจส่วนประกอบของเรือนนาฬิกา TicWatch Pro

มาดูส่วนประกอบของตัวเรื่องนาฬิกา TicWatch Pro กันดูบ้างว่ามีอะไร ส่วนไหนที่น่าสนใจกันบ้าง โดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนประกอบด้านบน (Top Component) และ ส่วนประกอบด้านล่าง (Underside Component)

Top Component (ส่วนประกอบเรือนนาฬิกาด้านบน)

TicWatch Pro Component Top
ส่วนประกอบด้านบน ของนาฬิกา TicWatch Pro
  1. Round Dual Layered Display (หน้าจอแสดงผลแบบ 2 ชั้น)
  2. Power Button (ปุ่มเปิดเครื่อง)
    1. Press and Hold (กดค้างเอาไว้) : เพื่อเปิดเครื่อง
    2. Press and Hold when Power On (กดค้างเอาไว้ขณะเปิดเครื่อง) : เพื่อเปิดระบบ Google Assistant
    3. Press Once (กดสั้นๆ ครั้งเดียว) : มีทั้งหมด 3 สถานการณ์
      1. ถ้าอยู่ใน Essential Mode จะกลับไปที่หน้าจอของหน้าปัดในโหมดสมาร์ท (Smart Mode)
      2. ถ้าอยู่ในหน้าจอของหน้าปัดในโหมดสมาร์ท อยู่แล้ว จะไปหน้าแสดงรายการแอพพลิเคชั่น (App List)
      3. ถ้าอยู่ในหน้าแสดงรายการแอพพลิเคชั่น (App List) หรืออยู่ในแอพฯ ใดๆ ก็ตาม ก็จะกลับไปที่หน้าจอของหน้าปัดในโหมดสมาร์ท โดยทันที
  3. Function Button (ปุ่มฟังก์ชั่น)
    1. Press and Hold (กดค้างเอาไว้) : เปิดเมนูทางลัด โดยมีเมนูย่อยดังต่อไปนี้
      1. Essential Mode (เปลี่ยนไปเป็นโหมดแสดงผลเฉพาะฟังก์ชั่นที่จำเป็น หรือโหมดประหยัดพลังงาน)
      2. Restart (รีสตาร์ทเครื่องใหม่)
      3. Power Off (ปิดเครื่อง)
      4. Customize Function Button (ปรับแต่งปุ่มฟังก์ชั่น เปลี่ยนแอพพลิเคชั่นตั้งต้นให้เข้าถึงได้เร็วขึ้น)
    2. Press Once (กดสั้นๆ ครั้งเดียว) : เพื่อเปิดแอพพลิเคชั่นตั้งต้น (Default App) โดยเราสามารถตั้งได้ ว่าต้องการจะให้เป็นแอพฯ อะไร
    3. Double Click (กด 2 ครั้ง) : เพื่อเปิดแอพพลิเคชั่นที่ใช้ในการจ่ายเงิน (Payment App)

Underside Component (ส่วนประกอบเรือนนาฬิกาด้านล่าง)

TicWatch Pro Component Underside
ส่วนประกอบด้านล่าง ของนาฬิกา TicWatch Pro
  1. Microphone (ไมโครโฟน)
  2. Charging Contact Points (จุดสัมผัสแท่นชาร์จ)
  3. Dynamic Optical Heart-rate Monitor (เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ)
  4. Speaker (ลำโพง)
  5. Watch Straps Unlocker (สลักปลดล็อคสายนาฬิกา)

เริ่มใช้นาฬิกา TicWatch Pro กับระบบปฏิบัติการ iOS (ใช้กับ iPhone)

มาดูขั้นตอนการเริ่มต้นใช้งานนาฬิกา TicWatch Pro กันดูว่ามีอะไรยุ่งยากซับซ้อน มากน้อยแค่ไหน

1. ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Wear OS by Google และ Mobvoi ลงบนสมาร์ทโฟน

การใช้งานนาฬิกา TicWatch Pro เราจะต้องดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นมาติดตั้งบนสมาร์ทโฟน 2 ตัวคือ แอพ Wear OS by Google และเพื่อการใช้งานความสามารถการออกกำลังกายที่สมบูรณ์แบบ ก็แนะนำให้ดาวน์โหลดแอพ Mobvoi มาใช้ด้วย (ข้อแตกต่างระหว่างแอพพลิเคชั่น Wear OS by Google และ Mobvoi)

Wear OS by Google App Logo
โลโก้ แอพพลิเคชั่น Wear OS by Google

อันดับแรกเราจะต้อง (ย้ำว่า “ต้อง !“) ดาวน์โหลด แอพพลิเคชั่น Wear OS by Google ลงมาติดตั้งบนสมาร์ทโฟนเสียก่อน เพื่อทำการจับคู่เชื่อมต่อ (Pair) และโอนข้อมูลให้ตรงกัน (Sync) ระหว่างนาฬิกา กับสมาร์ทโฟนของเรา มิเช่นนั้นจะไม่สามารถเริ่มต้นใช้งานนาฬิกา TicWatch Pro ได้เลย

โดยแอพ Wear OS by Google มีหน้าที่ทำความรู้จักระหว่างนาฬิกา กับสมาร์ทโฟน โดยมีให้ดาวน์โหลดกันทั้ง 2 ค่ายเลยคือ iOS และ Android โดยจากที่สังเกตดูก็มีการอัพเดทแก้ไขเวอร์ชั่นใหม่ๆ อยู่บ่อยครั้งอีกด้วย

  1. ดาวน์โหลดแอพ Wear OS by Google สำหรับ iOS ผ่าน App Store
  2. ดาวน์โหลดแอพ Wear OS by Google สำหรับ Android ผ่าน Play Store
Mobvoi App Logo
โลโก้ แอพพลิเคชั่น Mobvoi

และนอกจากนี้แล้ว เรายังสามารถดาวน์โหลด แอพพลิเคชั่น Mobvoi มันเป็นแอพพลิเคชั่นที่ถูกพัฒนาขึ้นมา โดยผู้ผลิตนาฬิกา TicWatch เองมาติดตั้งเป็นออปชั่นเสริม สำหรับผู้ที่ชอบการออกกำลังกาย และใช้แอพ TicHealth (แต่ถ้าไม่ต้องการดาวน์โหลดแอพ Mobvoi ตัวนี้ ก็ไม่เป็นไร สามารถใช้แอพ Google Fit แทนได้เช่นกัน)

สำหรับลิงค์ดาวน์โหลดก็มีให้เลือกอยู่ทั้ง 2 ค่ายของระบบปฏิบัติการเช่นกันคือ iOS และ Android

  1. ดาวน์โหลดแอพ Mobvoi สำหรับ iOS ผ่าน App Store
  2. ดาวน์โหลดแอพ Mobvoi สำหรับ Android ผ่าน Play Store

2. ชาร์จแบตเตอรี่ เพื่อเตรียมตัวก่อนใช้งานครั้งแรก

TicWatch Pro Charging First Time
หน้าจอขณะกำลังชาร์จไฟครั้งแรกหลังแกะกล่อง

การชาร์จแบตเตอรี่ (หรือชาร์จไฟ) นั้น บางแหล่งก็บอกใช้เวลาชาร์จประมาณ 60 นาทีบ้าง 90 นาทีบ้าง สรุปเป็นว่าชาร์จข้ามคืนไปเลยละกัน สบายใจสุด เพราะระบบมีการตัดไฟ เมื่อแบตเตอรี่เต็มความจุโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว สรุปคือชาร์จไปเถอะ

3. เชื่อมต่อแอพพลิเคชั่น Wear OS by Google เข้ากับนาฬิกา TicWatch Pro

Wear OS by Google App Interface Start Setup
หน้าจอแรก เมื่อเปิดแอพ Wear OS by Google ขึ้นบน iPhone
  1. กด “ปุ่มเปิดปิดเครื่อง (Power Button)” ค้างเอาไว้เพื่อเปิดเครื่อง
  2. แตะ (Tab) ที่หน้าจอเพื่อเริ่มกระบวนการติดตั้ง
  3. เลือกภาษา ที่มีมากกว่า 30 ภาษา (มีภาษาไทยด้วย)
  4. อ่านเงื่อนไขต่างๆ พร้อมเลื่อนหน้าจอลงมาเรื่อยๆ จนเรียบร้อยแล้วกด “ปุ่ม I’ve read it” ที่อยู่ด้านล่าง
  5. กลับไปที่สมาร์ทโฟน เพื่อดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น พร้อมทำการเชื่อมต่อซึ่งกันและกัน (เปิดการเชื่อมต่อบลูทูธของสมาร์ทโฟน ให้เรียบร้อยด้วยเช่นกัน)
  6. เปิดแอพ Wear OS แล้วทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
      1. First Screen (หน้าแรก) : กด “ปุ่ม Start Setup” เพื่อเริ่มกระบวนการเชื่อมต่อ iPhone กับนาฬิกา TicWatch Pro
      2. Terms of Service Screen (หน้าเงื่อนไขการให้บริการ) : อ่านเงื่อนไขการให้บริการ ให้เรียบร้อยแล้วกด “ปุ่ม Agree” เพื่อยอมรับเงื่อนไข
      3. Make Wear OS Better Screen (หน้าปรับปรุง Wear OS ให้ดียิ่งขึ้น) : หน้าระบบจะถามเรื่องของการส่งข้อมูลการใช้งานต่างๆ (ที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนตัว) อาทิประสิทธิภาพโดยรวม (Overall Performance) อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ (Battery Life) และข้อมูลอื่นๆ สามารถกด “ปุ่ม I agree” ถ้ายินยอมให้ส่งข้อมูลให้ Google หรือกด “ปุ่ม No thanks” ถ้าไม่ยินยอมให้ส่งข้อมูลเหล่านี้ให้ทาง Google
      4. Connect Your Watch Screen (หน้าจอเชื่อมต่อกับนาฬิกา) : หน้านี้จะแสดงรายการนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ ที่ค้นพบในระยะใกล้เคียง ซึ่งมาจากการค้นหาสัญญาณบลูทูธ (อย่าลืมเปิดบลูทูธที่โทรศัพท์ของเราเสียก่อน) กดที่ “ชื่อของนาฬิกา” ตัวอย่างคือ “TicWatch Pro xxxx” โดย xxxx คือรหัสของนาฬิกา โดยรหัสจะต้องตรงกับหน้าจอที่แสดงบนนาฬิกา
      5. Connecting to TicWatch Pro xxxx Screen (หน้าจอขอเปิดการเชื่อมต่อกับนาฬิกา) : มันจะขึ้นขอเชื่อมต่อกับนาฬิกาด้วยการจับคู่กัน (Pairing Request) ถ้าทุกอย่างถูกต้องทั้งหมด ให้กด “ปุ่ม Pair” เพื่อดำเนินการต่อ
      6. Confirm Code to Connect Screen (หน้าจอยืนยันรหัสการเชื่อมต่อ) : หน้าจอจะแสดงโค้ดเป็นภาษาอังกฤษ ผสมกับตัวเลขทั้งหมด 6 หลักขึ้นมา ถ้าโค้ดตรงกันให้กดที่ “ปุ่ม Confirm” เพื่อยืนยัน และดำเนินการต่อ หลังจากนั้นรอสักครู่ ให้ระบบทำการเชื่อมต่อซึ่งกันและกัน
      7. Choose a Google Account to Copy to your Watch Screen (หน้าจอเลือกบัญชี Google เพื่อส่งต่อให้นาฬิกา) : เลือกอีเมลของเรา ที่ต้องการจะส่งข้อมูลบัญชีให้กับนาฬิกา TicWatch Pro ของเราแล้วกดปุ่ม “Continue as ชื่ออีเมลของเรา” แต่ถ้าหากยังไม่ต้องทำตอนนี้สามารถกด “ปุ่ม Skip” เพื่อข้ามขั้นตอนไปก่อนได้
      8. ระบบจะทำการสอบถามการเชื่อมต่อโน่นนี่นั่น อาทิ ปฏิทิน รายชื่อผู้ติดต่อ และอื่นๆ ถ้าต้องการก็สามารถกด “ปุ่ม Sync” ได้
  7. เริ่มใช้งานนาฬิกา TicWatch Pro ได้เลย

ความรู้สึกหลังการใช้งาน นาฬิกา TicWatch Pro ผ่านระบบปฏิบัติการ iOS (ใช้บนมือถือ iPhone)

จุดที่ประทับใจ หรือสิ่งที่ TicWatch Pro กับระบบปฏิบัติการ iOS สามารถทำได้ 🙂

  • ทุกอย่างรองรับภาษาไทย อย่างไม่มีที่ติด ไม่มีปัญหาสระลอย หรือการแสดงผลที่ผิดเพี้ยน
  • สามารถดูรายชื่อผู้ที่ต่อ (Contact) พร้อมเบอร์โทรศัพท์ (ทุกเบอร์ที่เมมไว้) ได้ทั้งหมด
  • ฟังก์ชั่น “Media Control” สามารถควบคุมเพลง เปลี่ยนเพลง หยุดเพลงต่างๆ หรือปรับระดับความดังของเสียง (Volume) ผ่านนาฬิกาได้ ทั้งจากส่วนของ คลังเพลง (Music Library) แอปเปิลมิวสิค (Apple Music)
  • ฟังก์ชั่น “Find my Phone” กดแล้วเสียงดังที่ iPhone จริงๆ
  • แอพ “Google Fit” สามารถซิงค์สถิติ และข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการออกกำลังกาย กับแอพ Wear OS by Google ที่ติดตั้งไปตอนใช้งานเครื่องครั้งแรก ได้อย่างไม่มีปัญหา
  • แอพ “TicHealth” สามารถซิงค์สถิติ และข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการออกกำลังกาย กับแอพ Mobvoi ที่ติดตั้งไปตอนใช้งานเครื่องครั้งแรก ได้อย่างไม่มีปัญหาเช่นกัน
  • การแจ้งเตือน (Notification) จากแอพพลิเคชั่นต่างๆ ของบน iOS อย่างเช่น LINE/ Facebook และแอพฯ อื่นๆ ก็สามารถแสดงอย่างไม่มีปัญหา (รองรับภาษาไทยได้เช่นกัน)

จุดที่ไม่ประทับใจ หรือสิ่งที่ TicWatch Pro กับระบบปฏิบัติการ iOS ไม่สามารถทำได้ 🙁

  • จำกัดความสามารถด้านการควบคุมฟังก์ชั่นโทรศัพท์ (โทรเข้า โทรออก) ในขณะที่ทางฝั่ง Android ไม่น่าจะมีปัญหาใดๆ แต่ก็ต้องทำใจ เพราะเป็นเรื่องของระบบปฏิบัติการจาก 2 ค่ายยักษ์ใหญ่ แต่ดันมาใช้ข้ามสายพันธุ์ ก็เลยอาจจะมีการกั๊กความสามารถกันบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา

คำถามที่คุณต้องอยากรู้เกี่ยวกับ นาฬิกา TicWatch Pro (FAQs)

1. แอพ Wear OS by Google กับ Mobvoi แตกต่างกันอย่างไร ?

หลายคนอาจจะมีคำถามเหมือนผมว่าทำไมต้องติดตั้ง 2 แอพ (ทั้ง Wear OS by Google และ Mobvoi) จะมีเอาไว้ทำไม ต้องลงหรือไม่

แอพ Wear OS by Google

  • จำเป็นต้องติดตั้งก่อนใช้งานนาฬิกา (ถ้าไม่ติดตั้ง จะไม่สามารถใช้งานนาฬิกา TicWatch ได้เลย)
  • ใช้สำหรับถ่ายโอนข้อมูลต่างๆ จากสมาร์ทโฟน มาลงที่นาฬิกาอาทิ ข้อมูลผู้ติดต่อ ปฏิทิน ตารางการนัดหมาย
  • ใช้ตั้งค่าผูกกับบัญชีอีเมล (E-Mail Account) ของ Gmail กับนาฬิกา TicWatch
  • ดูข้อมูลการออกกำลังกายอย่างละเอียดจากแอพ Google Fit บนนาฬิกา TicWatch พร้อมกรอกข้อมูลส่วนตัว
  • ตั้งค่าการแจ้งเตือน (Notification) ว่าแอพพลิเคชั่นไหน จะให้แจ้งเตือนบนนาฬิกา TicWatch บ้าง
  • ตั้งค่าอื่นๆ เช่นค่าความเป็นส่วนตัว (Privacy) การเอียงที่จะทำให้นาฬิกาเปิดทำงาน (Tilt to Wake) ฯลฯ

แอพ Mobvoi

  • ไม่จำเป็นต้องติดตั้ง (ถ้าไม่ได้ใช้แอพ TicHealth บนนาฬิาก็ไม่จำเป็น ถือเป็นออปชั่นเสริมในการใช้งาน)
  • ดูข้อมูลการออกกำลังกายอย่างละเอียดจากแอพ TicHealth บนนาฬิกา TicWatch พร้อมกรอกข้อมูลส่วนตัว

หมายเหตุ : ความสามารถของแอพพลิเคชั่นต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้อีกในอนาคต

2. สายนาฬิกา TicWatch Pro สามารถหาซื้อได้ที่ไหน ?

TicWatch Pro Watch Strap
สามารถซื้อสายนาฬิกาขนาด 22 มิลลิเมตรใดๆ ก็ได้มาใส่นาฬิกา TicWatch Pro ของคุณ

ตอบ : ปัจจุบันนี้ทาง TicWatch ประเทศไทย ยังไม่ได้นำเอาสายนาฬิกาของแท้ (ที่เป็นสายหนังแท้จากอิตาลี) เข้ามาจำหน่ายเป็นอะไหล่ แต่อย่างไรก็ตาม คุณสามารถซื้อสายนาฬิกาขนาด 22 มิลลิเมตร (mm) แบบใดก็ได้ มาเปลี่ยนใส่กับนาฬิกา TicWatch Pro ของคุณ

3. นาฬิกา TicWatch Pro รับประกันกี่ปี ?

ตอบ : รับประกันตัวเครื่อง (เรือนนาฬิกา) 1 ปีพร้อมแบตเตอรี่

4. ราคาอะไหล่ของนาฬิกา TicWatch Pro แพงหรือไม่ ?

ตอบ : แบตเตอรี่ราคาประมาณ 1,500 บาท (กรุณาสอบถามราคาจากศูนย์บริการอีกที หากต้องการจะเปลี่ยนจริงๆ)

5. สามารถสั่งซื้อนาฬิกา TicWatch Pro ได้ที่ไหน ?

ตอบ : ถ้าอยากดูของจริงที่ร้านค้า สามารถเข้าไปหาซื้อ พร้อมชมผลิตภัณฑ์ตัวอย่างได้ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายอย่าง บีทูเอส (B2S) บานาน่าไอที (Banana IT) และ ไอทีซิตี้ (IT City) ขณะที่ถ้าต้องการซื้ออนไลน์ก็มีขายทางเว็บไซต์ลาซาด้า (Lazada) เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม คุณสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดนาฬิกา TicWatch Pro หรือรุ่นอื่นๆ ได้ที่รายละเอียดการติดต่อด้านล่างนี้เลย

  • Telephone No (เบอร์โทรศัพท์) : 0-2215-2577
  • Website (เว็บไซต์) : http://ticwatchthailand.com
  • Line ID (ไลน์ไอดี) : @ticwatch
  • Facebook Page (เพจเฟสบุ๊ค) : ticwatchTH (ทิควอทช์ทีเฮช) ตามกรอบด้านล่าง

บทสรุปการใช้งาน ข้อดี ข้อเสีย ของนาฬิกา TicWatch Pro

ข้อดี 🙁

  • ราคาไม่แพงมากประมาณ 9,9xx บาท จัดว่าคุ้ม ยิ่งนำไปใช้กับสมาร์ทโฟน Android ด้วยแล้วยิ่งคุ้มมาก
  • เป็นสมาร์ทวอชที่ใส่แล้วให้ความรู้สึกในความเป็นพรีเมี่ยม ด้วยขนาดหน้าจอที่วัสดุอย่างสแตนเลสสตีล และสายนาฬิกา ที่หุ้มด้วยหนังแท้
  • สามารถสลับเป็นโหมดประหยัดพลังงาน (Essential Mode) ให้เองได้เลยเมื่อแบตเตอรี่เริ่มอ่อน
  • มีอายุการใช้งานยาวนานมากถึง 30 วันต่อการชาร์จไฟหนึ่งรอบ ส่วนใหญ่สมาร์ทวอชต้องชาร์จไฟกันวันต่อวัน
  • สามารถกันน้ำกันเหงื่อได้ดีกับเทคโนโลยี IP68 ที่ป้องกันฝุ่นไม่ให้เข้าภายในตัวเรือนนาฬิกาอย่างหมดจด และ กันน้ำได้ลึกถึง 1.50 เมตร ยาวนานถึง 30 นาที (ครึ่งชั่วโมง)
  • การใช้นิ้วเลื่อนสไลด์ต่างๆ หรือการแตะบนหน้าจอ สามารถทำได้อย่างเนียน ไม่ตะกุกตะกัก ไม่มีหน่วง ให้ความรู้สึกเหมือนใช้สมาร์ทโฟนอย่าง iPhone
  • สามารถเรียกใช้งาน Google Assistant ได้ ทำให้สั่งงานนาฬิกา TicWatch Pro ได้อย่างรวดเร็ว แถมฟังคำพูด (ฟังเสียง) ของเราได้ง่ายๆ (จะบอกว่าพูดภาษาอังกฤษแบบสำเนียงไทย ก็ยังฟังรู้เรื่องอยู่)
  • ระบบปฏิบัติการ Wear OS เองก็รองรับภาษาไทยด้วย ถึงแม้ว่าคู่มือการใช้งานฉบับย่อ จะไม่มีภาษาไทยมาให้ก็ตาม

ข้อเสีย 🙂

  • การเริ่มต้นใช้งานนาฬิกาจะต้องทำการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน Android หรือ iOS เสียก่อน อาจจะทำให้เกิดความยุ่งยากสำหรับผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟนไม่คล่อง หรือไม่มีสมาร์ทโฟนเลย ก็จะไม่สามารถใช้งานนาฬิกา TicWatch Pro ได้เลย
  • วัสดุปิดผิดของหน้าจอเป็นรอยลายนิ้วมือง่ายไปหน่อย (แต่ใช้ผ้า หรือกระดาษทิชชู่ หรือแขนเสื้อเช็ดก็ออกนะ)
  • น่าจะมีความสามารถในการใส่ซิมการ์ดได้ เพื่อให้มันออกอินเทอร์เน็ตได้ โดยไม่ต้องพึ่ง Wi-Fi หรือสมาร์ทโฟนที่อยู่ใกล้ๆ
ทบทวนภาพรวม
รูปทรง และความสวยงาม
9
ความง่ายในการเริ่มต้นใช้งาน
7
ความง่ายในการใช้งานทั่วไป
8
ความสามารถด้านการตรวจจับการออกกำลังกาย
9
การประหยัดพลังงาน (แบตเตอรี่)
9
การเข้ากันได้กับระบบปฏิบัติการ iOS
6
การเข้ากันได้กับระบบปฏิบัติการ Android
10
ความคุ้มค่าเทียบกับราคา
9
ความพึงพอใจโดยรวม
9
บทความก่อนหน้านี้แอร์ฟอกอากาศ LG DUALCOOL with Air Purifying System ฟอกอากาศเต็มรูปแบบ และเย็นเร็วขึ้น 40% สั่งงานผ่าน App ได้
Thaiware.com Founder + Thanop.com Blogger + Business Director, Cloud Business Co.,Ltd. + Former Committee Thai Webmaster Association

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here