iRobot Roomba i7 Plus

iRobot Roomba i7 Plus Share
หุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot Roomba i7 Plus

รีวิวฉบับนี้เป็นรีวิวเครื่องหุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot จากประเทศสหรัฐอเมริกา (USA) นั่นก็คือ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot Roomba i7 Plus ตัวนี้ถือเป็น หุ่นยนต์ดูดฝุ่น จาค่าย iRobot ตัวที่ 3 แล้วที่ได้มารีวิวลงบนเว็บไซต์ Thanop.com แห่งนี้ โดยรุ่นนี้ก็ยังคงเอาไว้ซึ่งเทคโนโลยีเสริมต่างๆ ที่มีอยู่มากมายจากรุ่นก่อนๆ รวมไปถึงความเฉลียวฉลาด และการมีพลังดูดที่แรง ตามสไตล์ของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นอเมริกัน มันยังมีความสามารถที่เพิ่มเข้ามาอีก 1 อย่างคือ การกำจัดสิ่งสกปรกจากกล่องใส่ขยะฝุ่นละอองได้เองอัตโนมัติ (Automatic Dirt Disposal) ทำให้คุณไม่ต้องคอยนำฝุ่นไปทิ้งถังขยะเองอยู่บ่อยๆ นั่นเอง

🠆 คุณสามารถสั่งซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot Roomba i7+ ได้ที่นี่ !

โดยระบบกำจัดสิ่งสกปรกจากกล่องใส่ขยะฝุ่นละอองได้เองอัตโนมัตินั้น ที่แท่นชาร์จของมันจะมีความสามารถในการดูดเอาฝุ่นที่อยู่ในกล่องใส่ขยะฝุ่นละออง เข้าไปเก็บใน ถุงเก็บฝุ่นแบบใช้แล้วทิ้ง (Dirt Disposal Bag) ที่ติดตั้งอยู่ที่ด้านบนของแท่นชาร์จเอง โดยถุงเก็บฝุ่นฯ นี้ว่ากันว่ามันสามารถรองรับฝุ่นจากการดูดฝุ่นได้สูงสุดถึง 30 ครั้ง ด้วยกันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าสามารถปล่อยให้เครื่องทำงานไปได้เลย เหมาะมากๆ สำหรับคนที่ไม่ค่อยอยู่บ้าน หรือนานๆ กลับมาที

มาเริ่มเข้าเนื้อหาในแต่ละส่วนกันเลยดีกว่า โดยคุณสามารถเลือกหัวข้อต่างๆ ของบทความรีวิวหุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot Roomba i7 Plus ฉบับนี้ เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

  1. รู้จักกับ หุ่นยนต์ทำความสะอาด iRobot
  2. แกะกล่องผลิตภัณฑ์
  3. อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องผลิตภัณฑ์
  4. ข้อมูลจำเพาะ ข้อมูลทางเทคนิค ของเครื่อง
  5. คุณสมบัติ และ ความสามารถของตัวเครื่อง
  6. สำรวจรอบๆ ตัวเครื่อง
  7. เตรียมเครื่อง และเปิดใช้งานจริง
  8. คุณสมบัติ และความสามารถของตัวแอปพลิเคชัน iRobot HOME
  9. คำถามที่คุณต้องอยากรู้ (FAQs) เกี่ยวกับการใช้งาน
  10. บทสรุปหลังการใช้งาน ข้อดี ข้อเสีย

ด้านล่างนี้คือคลิปวีดีโอรีวิวหุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot Roomba i7 Plus แบบละเอียดยิบ ทุกซอกทุกมุม เวลาเกือบๆ ครึ่งชั่วโมง ถ้าใครพอมีเวลา ลองดูจากคลิปนี้ก่อนได้เลย ถ้าสงสัยอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติม ค่อยมาดูจากบทความฉบับนี้ต่อ

รู้จักกับ หุ่นยนต์ทำความสะอาด iRobot ให้มากขึ้นกว่านี้

iRobot Logo
โลโก้ผลิตภัณฑ์ หุ่นยนต์ทำความสะอาด iRobot

คุณสามารถทำความรู้จักกับ ที่มาที่ไปของแบรนด์ หุ่นยนต์ทำความสะอาด iRobot ให้มากกว่านี้ ว่าเป็นใครมาจากไหน น่าเชื่อถือได้แค่ไหน ได้โดยการกดที่ลิงค์เชื่อมต่อด้านล่างนี้ได้เลย

⇒ ทำความรู้จักกับ หุ่นยนต์ทำความสะอาด iRobot ได้ที่นี่

แกะกล่องผลิตภัณฑ์ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot Roomba i7 Plus

iRobot Roomba i7 Plus Box
กล่องผลิตภัณฑ์ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot Roomba i7 Plus

กล่องผลิตภัณฑ์มาโทนสีเขียว ขาว และดำ ตามธีมของแบรนด์ iRobot โลโก้ผลิตภัณฑ์ หุ่นยนต์ทำความสะอาด iRobot โดยตัวกล่องฯ มีขนาดมิติอยู่ที่ ยาว (L) 419 x กว้าง (W) 400 x สูง (H) 498 มิลลิเมตร ในขณะที่น้ำหนักสินค้ารวมกล่อง (Gross Weight) อยู่ที่ประมาณ 12 กิโลกรัม (ข้อมูลทั้ง 2 นำมาจากเว็บไซต์ iRobot.com เอง)

ด้านหน้ากล่อง : มีรูปหุ่นยนต์ดูดฝุ่น และแท่นชาร์จ วางเด่นเป็นสง่า ทางด้านซ้าย พร้อมกับชื่อยี่ห้อ และรุ่นอยู่ทางด้านขวา มีความสามารถเด่นที่เขียนว่า “Robot Vaccum + Automatic Dirt Disposal” และภาษาอื่นๆ รวมกว่า 6 ภาษา ถือว่านี่คือกล่องหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่เอาแท่นชาร์จมาโชว์ไว้หน้ากล่องผลิตภัณฑ์ตัวแรกๆ ที่เคยรีวิวมาเลยก็ว่าได้ เพราะมันมีความสามารถของ การกำจัดสิ่งสกปรกจากกล่องใส่ขยะฝุ่นละอองได้เองอัตโนมัติ ซึ่งก็อยู่ที่แท่นชาร์จนั่นเอง

ด้านหลังกล่อง : มีรูป ส่วนประกอบด้านล่าง (ข้างใต้) ตัวเครื่อง พร้อมกับโลโก้แสดงว่าเครื่องรองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi และ โลโก้ของระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ที่สามารถใช้งานกับแอปพลิเคชัน iRobot HOME ของเขาได้ ในขณะที่ด้านล่างมีข้อมูล อุปกรณ์ที่ให้มาภายในกล่องผลิตภัณฑ์ ว่ามีอะไรให้มาบ้าง ทั้งหมด 6 ภาษาเช่นกัน

ด้านซ้ายกล่อง : รูปหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ที่กำลังจอดอยู่ที่แท่นชาร์จ พร้อมภาพกราฟิกแสดงทิศทางการไหลของฝุ่นที่อยู่ภายในกล่องใส่ขยะฝุ่นละออง (Dustbin) ที่อยู่ที่ตัวเครื่องหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ไปยัง ถุงเก็บฝุ่นแบบใช้แล้วทิ้ง (Dirt Disposal Bag) พร้อมกับบอกชื่อยี่ห้อ และรุ่นของตัวเครื่อง

ด้านขวากล่อง : ข้อมูลทุกอย่างเหมือนกับด้านซ้ายของกล่อง

อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องผลิตภัณฑ์ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot Roomba i7 Plus

iRobot Roomba i7 Plus Box Unpacked
เมื่อเปิดฝากล่องผลิตภัณฑ์ออกมาแล้ว จะเจออุปกรณ์ และ กล่องใส่อุปกรณ์ย่อยอีกตามนี้

อุปกรณ์หลักๆ ที่ให้มาสำหรับเครื่องหุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot Roomba i7 Plus นั้นมีอยู่ทั้งหมด 8 ชิ้นด้วยกัน โดยกล่องสร้างกำแพงจำลอง และถ่านแบตเตอรี่แบบ AA นั้นถูกเขียนอธิบายรวมกันไว้ในหัวข้อเดียวกัน (แต่ว่าข้างล่างเลยดูมีแค่ 7 ชิ้นเท่านั้น)

iRobot Roomba i7 Plus Accessory Box Unpacked
อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องอุปกรณ์เสริม (Accessory Box) ที่อยู่ในกล่องผลิตภณฑ์อีกที

และเมื่อเปิดฝากล่องด้านบนออกมาแล้วจะพบกับกล่องใส่อุปกรณ์ย่อยอีก 2 กล่องคือ 1. กล่องใส่ตัวเครื่องหุ่นยนต์ดูดฝุ่น และ 2. กล่องใส่อุปกรณ์เสริม (Accessory Box) นั่นเอง

อ่านก่อนสักนิด : “ชื่อเรียกของอุปกรณ์ต่างๆ ของ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot นั้น บางอย่างอาจจะดูไม่คุ้นหูคุ้นตาสักเท่าไหร่ ถ้าเทียบกับหุ่นยนต์ดูดฝุ่นตัวอื่นๆ ที่ทาง Thanop.com เคยรีวิวมา แต่อันที่จริงแล้ว มันคืออุปกรณ์อย่างเดียวกัน แต่แค่เรียกคนละชื่อกันเท่านั้นเอง”

iRobot Roomba i7 Plus Component
อุปกรณ์ทั้งหมดที่ให้มาภายในกล่องผลิตภัณฑ์ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot Roomba i7 Plus

1. iRobot Roomba i7 Plus (หุ่นยนต์ดูดฝุ่น x 1 เครื่อง)

iRobot Roomba i7 Plus
หุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot Roomba i7 Plus

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot Roomba i7 Plus ตัวเครื่องเป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นแบบทรงกลม (Round Shape Robot Vacuum Cleaner) โดยกันชน และส่วนที่อยู่รอบๆ ตัวเครื่องจะเป็นสีดำ ในขณะที่ด้านบนของตัวเครื่องจะปิดผิวด้วยพลาสติกเงาสีเทาดำ สลับกับสีดำ โดยด้านบนจะสังเกตเห็นกล้องสร้างแผนที่จำลอง ที่ถูกซ่อนอยู่ใต้กระจก อย่างเป็นระเบียบ

ตัวเครื่องมีขนาดมิติอยู่ที่ 339 x 339 x 92 มิลลิเมตร (ความสูงของเครื่อง 9.2 เซนติเมตร) และมีน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ประมาณ 3.4 กิโลกรัม ถือว่าไม่เล็ก ไม่ใหญ่จนเกินไป (ดูรายละเอียดส่วนประกอบของตัวเครื่องเพิ่มเติม)

2. Charge Base or Clean Base™ (แท่นชาร์จ หรือ แท่นกำจัดขยะอัตโนมัติ x 1 ชุด)

iRobot Roomba i7 Plus Clean Base
แท่นชาร์จ หรือ แท่นกำจัดขยะอัตโนมัติ (Charge Base or Clean Base™) ของ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot Roomba i7 Plus

สำหรับรีวิวนี้พระเอกของมันถูกย้ายจากตัวเครื่องหุ่นยนต์ดูดฝุ่น มาอยู่ที่แท่นชาร์จ หรือแท่นกำจัดขยะอัตโนมัติ แทน (ทางผู้ผลิตเขาเรียกมันว่า “ฐานทำความสะอาด (Clean Base™)“) สาเหตุเพราะไฮไลท์หุ่นยนต์ดูดฝุ่นตัวนี้คือ ความสามารถในการกำจัดสิ่งสกปรกจากกล่องใส่ขยะฝุ่นละอองได้เองอัตโนมัติ ซึ่งก็อยู่ที่อุปกรณ์ชิ้นนี้นั่นเอง

โดยแท่นชาร์จตัวนี้มาในสีดำล้วน มันมีขนาดมิติ กว้าง (W) 310 x ลึก (D) 384 x สูง (H) 482 มิลลิเมตร (ความสูงของแท่นชาร์จ 48.2 เซนติเมตร) และมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 3.9 กิโลกรัม เรียกได้ว่าตัวแท่นชาร์จ มีน้ำหนักมากกว่าตัวเครื่องหุ่นยนต์ดูดฝุ่นเสียอีก (ดูรายละเอียดส่วนประกอบของแท่นชาร์จเพิ่มเติม)

3. Line Cord (สายไฟ x 1 เส้น)

iRobot Roomba i7 Plus Line Cord
สายไฟ (Line Cord) ความยาว 1.8 เมตร

ชุดสายไฟ (Line Cord) มีความยาวประมาณ 1.8 เมตร เป็นสายไฟเอาไว้ต่อระหว่าง แท่นชาร์จ กับปลั๊กไฟบ้าน ซึ่งเป็นสายไฟคุณภาพดี มีความหนา และเหนียว ทนความร้อนได้ดี โดยหัวปลั๊กเป็นแบบขากลม

โดยสายไฟนี้ทาง iRobot เขาแยกมาให้ต่างหาก ซึ่งมันไม่ได้ไปยึดติดรวมไปกับแท่นชาร์จ (บางยี่ห้อจะยึดไปกับแท่นชาร์จเลย) ถือว่าจะช่วยในเรื่องของความสะดวกสบาย ในการขนย้าย เปลี่ยนอะไหล่ หรือแม้แต่การบำรุงรักษา นั่นเอง

4. Dirt Disposal Bag (ถุงเก็บฝุ่นแบบใช้แล้วทิ้ง x 2 ถุง)

iRobot Roomba i7 Plus Dirt Disposal Bag Detail
รายละเอียดถุงเก็บฝุ่นแบบใช้แล้วทิ้ง (Dirt Disposal Bag)

ถุงเก็บฝุ่นแบบใช้แล้วทิ้ง ที่เรามักจะได้เห็นกันบ่อยๆ เป็นปกติในเครื่องดูดฝุ่นทั่วๆ ไป แต่สำหรับหุ่นยนต์ดูดฝุ่นแล้ว ก็ถือเป็นของแปลกอยู่เหมือนกัน โดยทาง iRobot เขาบอกว่า มันสามารถใช้เก็บฝุ่นได้จากการทำงานมากถึง 30 ครั้ง โดยภายในกล่องนี้เขาให้มา 2 ถุงด้วยกัน (ถุงนึงอยู่ภายในแท่นชาร์จแล้ว และอีกถุงนึงอยู่ในกล่องใส่อุปกรณ์เสริม)

ตัวถุงเก็บฝุ่นแบบใช้แล้วทิ้งนั้น สามารถยืดขยายออกได้ โดยที่ปากถุงจะแผ่นพลาสติกทำหน้าที่เป็นที่เลื่อนเปิดปิด เพื่อป้องกันฝุ่นละอองที่เก็บอยู่ภายใน คลุ้งกระจายออกมาสร้างความสกปรกให้กับภายนอกอีก และยังทำหน้าที่เป็นที่ล็อคกับตัวแท่นชาร์จได้อีกด้วย นั่นหมายความว่า เราจะต้องใช้ถุงเก็บฝุ่นฯ ของทาง แบรนด์ iRobot จำหน่ายเท่านั้น ไม่สามารถใช้อย่างอื่นทดแทนได้

5. Dual Mode Virtual Wall® Barrier and AA Battery (กล่องสร้างกำแพงจำลอง x 1 กล่อง และ ถ่านแบตเตอรี่แบบ AA x 2 ก้อน)

iRobot Roomba i7 Plus Virtual Wall and Battery
กล่องสร้างกำแพงจำลอง และ ถ่านแบตเตอรี่แบบ AA (Dual Mode Virtual Wall® Barrier and AA Battery)

กล่องสร้างกำแพงจำลองทรงกระบอกสี่เหลี่ยม ที่ทาง iRobot เขาเรียกชื่อเฉพาะว่า มีหน้าที่เอาไว้กั้นหน้าพื้นที่ ที่ไม่ต้องการให้ตัวเครื่องวิ่งเข้าไปทำความสะอาด ซึ่งสามารถกั้นได้ 2 รูปแบบ (มีสวิตซ์ที่ปรับเลือกได้) ดังต่อไปนี้

  1. Virtual Wall Mode : กั้นแบบเป็นเส้นตรงในรัศมี 3 เมตร (10 ฟุต) เพื่อไม่ให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นวิ่งผ่านเข้าไปในห้อง หรือในพื้นที่ที่ต้องการ
  2. Halo Mode Mode : กั้นในลักษณะวงกลม โดยมีรัศมีครอบคลุมอยู่ประมาณ 60 เซนติเมตร เหมาะสำหรับวางเอาไว้ในพื้นที่วางอาหารสัตว์เลี้ยง หรือของเล่นเด็ก

6. High-Efficiency Filter (แผ่นกรองอากาศคุณภาพสูง x 2 แผ่น)

iRobot Roomba i7 Plus HEPA Filter
แผ่นกรองอากาศคุณภาพสูง (High-Efficiency Filter) หรือ แผ่นกรองอากาศ HEPA

แผ่นกรองอากาศคุณภาพสูง หรือ แผ่นกรองอากาศ HEPA มาในลักษณะทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็ก มีขนาดมิติอยู่ที่ (กว้าง) 5.0 x (ยาว) 6.1 เซนติเมตร รวมพื้นที่ประมาณ 30.5 ตารางเซนติเมตร (cm2)

และสำหรับหน้าที่หลักๆ ของแผ่นกรองอากาศ ตัวนี้ก็คือช่วยกรองฝุ่นละเอียด ที่ถูกดูดเข้ามาพร้อมกับลม โดยมอเตอร์พัดลมดูดฝุ่นพลังสูง ไม่ให้กลับออกไปสู่ภายนอกอีกครั้ง อากาศที่จะออกไปสู่ภายนอกนั้น จะต้องบริสุทธิ์ที่สุด ที่สุดนั่นเอง

7. Edge-Sweeping Brush or Side Brush (แปรงกวาดข้าง x 2 ชุด – ชุดละ 1 แปรง = 2 แปรง)

iRobot Roomba i7 Plus Side Brush
แปรงกวาดข้าง (Edge-Sweeping Brush หรือ Side Brush)

แปรงกวาดข้าง (Side Brush) ที่ทาง iRobot เขาใช้ชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า “Edge-Sweeping Brush” ให้มาทั้งหมด 2 ชุด ชุดละ 1 แปรง นั่นหมายความว่าเขาได้ให้มาทั้งหมด 2 แปรงด้วยกัน เพราะสืบเนื่องจาก หุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot ติดตั้งแปรงกวาดข้างแค่ฝั่งเดียว นั่นคือ “ฝั่งขวา” เท่านั้นด้วยเหตุผลที่ว่า เครื่องถูกโปรแกรมมาให้วิ่งทำงานชิดขอบกำแพงฝั่งขวาฝั่งเดียวเท่านั้น

โดยแปรงกวาดข้าง เป็นแปรงแบบ 3 แฉก โดยขนแปรงมีความยาวแฉกละประมาณ 3.3 เซนติเมตร แต่ว่าถ้ารวมก้านและขนแปรงจะอยู่ที่ 6.0 เซนติเมตร (วัดด้วยไม้บรรทัด)

8. User Manual and Other Documents (คู่มือการใช้งาน และ เอกสารประกอบเครื่องอื่นๆ x 1 ชุด)

iRobot Roomba i7 Plus User Manual and Other Documents
คู่มือการใช้งาน และ เอกสารต่างๆ (User Manual and Other Documents)

ชุดเอกสารประกอบการใช้งานของตัวเครื่อง โดยในเอกสารแต่ละชุดจะมีภาษาทั้งหมด 6 ภาษา (เหมือนกับเนื้อหาบนตัว กล่องผลิตภัณฑ์) อธิบายอย่างละเอียดยิบ โดยเอกสารมีอยู่ทั้งหมด 4 ชุดหลักๆ ด้วยกันคือ

  1. Robot Vacuum Owner’s Guide (หนังสือคู่มือการใช้งานตัวเครื่องหุ่นยนต์ดูดฝุ่น)
  2. Clean Base™ Automatic Dirt Disposal (หนังสือคู่มือการใช้งานของแท่นชาร์จ หรือแท่นกำจัดขยะอัตโนมัติ)
  3. Limited Warranty Guide (เงื่อนไขการรับประกันสินค้า)
  4. Quick Start Guide (คู่มือเริ่มต้นการใช้งาน)

ข้อมูลจำเพาะ ข้อมูลทางเทคนิค ของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot Roomba i7 Plus

รายละเอียด
(Specification)
ขนาดมิติ
(Dimension)
339 x 339 x 92 มม.
น้ำหนัก
(Weight)
3.4 กิโลกรัม
ไฟเข้า
(Input)
AC 220-240V 50/60 Hz
ไฟออก
(Output)
DC 20V 1.25A (กินไฟสูงสุด 1,200W*)

  • ขณะดูดฝุ่นจากเครื่องไปเก็บในถุง : 1,000 วัตต์
  • ขณะไฟยังไม่เต็มแบตเตอรี่ :  28.5 วัตต์
  • ขณะไฟเต็มแบตเตอรี่แล้ว : 1.9 วัตต์
ประเภทของแบตเตอรี่
(Battery Type)
Li-Ion
ปริมาณความจุแบตเตอรี่
(Battery Capacity)
1,800 mAh
ระดับเสียง
(Noise Level)
  • ขณะทำความสะอาดปกติ : 55 dB. (เดซิเบล)
  • ขณะกำลังทำความสะอาดกล่องใส่ขยะฝุ่นละออง : 76 dB.

(ข้อมูลจากการวัดด้วย แอปพลิเคชัน Sound Meter บนระบบ iOS)

ขนาดกล่องใส่ขยะ (ลิตร)
Dustbin Capacity (Litre)
0.6 ลิตร (600 mL)

หมายเหตุ* : การกินไฟสูงสุด 1,200 วัตต์ ตามที่สเปคเครื่องระบุเอาไว้นั้น จะเกิดขึ้นในเวลาที่ แท่นชาร์จดูดเอาฝุ่นที่อยู่ในกล่องใส่ขยะฝุ่นละออง เข้าไปเก็บใน ถุงเก็บฝุ่นแบบใช้แล้วทิ้ง ซึ่งใช้เวลาประมาณ 12-15 วินาทีเท่านั้น (จับเวลาเอง)

คุณสมบัติ และ ความสามารถ ของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot Roomba i7 Plus

คุณสมบัติ และความสามารถของตัวเครื่องนี้ จริงๆ แล้วมีมากมายเหลือเกิน แต่คัดมาให้ดูกันเฉพาะ 6 ความสามารถหลักๆ ที่โดดเด่นเท่านั้น

1. Automatic Dirt Disposal (การกำจัดสิ่งสกปรกจากกล่องใส่ขยะฝุ่นละอองได้เองอัตโนมัติ)

iRobot Roomba i7 Plus Feature Automatic Dirt Disposal
การกำจัดสิ่งสกปรกจากกล่องใส่ขยะฝุ่นละอองได้เองอัตโนมัติ (Automatic Dirt Disposal)

ความสามารถการกำจัดสิ่งสกปรกจากกล่องใส่ชยะฝุ่นละอองได้เองอัตโนมัติ ที่ถือเป็นไฮไลท์ของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot Roomba i7 Plus ตัวนี้เลยก็ว่าได้ โดย “ความสามารถนี้จะมีเฉพาะในรุ่น Plus เท่านั้น” โดยกุญแจสำคัญของมัน ไม่ได้อยู่ที่ตัวเครื่องหุ่นยนต์ดูดฝุ่น แต่ว่าอยู่ที่ตัวแท่นชาร์จ หรือแท่นกำจัดขยะอัตโนมัติ ที่ทางผู้ผลิตเขาเรียกว่า “Clean Base™” ตัวนี้นั่นเอง

ซึ่งวิธีการสังเกตง่ายๆ เลยก็คือที่ตัวแท่นชาร์จของมันจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่กว่าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นตัวอื่นๆ (ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเจอมา) เพราะที่ด้านบนของมัน จะต้องใช้เป็นพื้นที่สำหรับเก็บถุงเก็บฝุ่นแบบใช้แล้วทิ้งด้วย (รายละเอียดส่วนประกอบของแท่นชาร์จ หรือแท่นกำจัดขยะอัตโนมัติ)

สำหรับหลักการการทำงานของมันก็คือ เมื่อหุ่นยนต์ดูดฝุ่น เสร็จสิ้นภารกิจการดูดฝุ่น และวิ่งกลับแท่นชาร์จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แท่นชาร์จจะมีระบบที่ดูดเอาเศษฝุ่นละอองที่อยู่ภายในกล่องใส่ขยะฝุ่นละออง ไปเก็บไว้ภายใน ถุงเก็บฝุ่นแบบใช้แล้วทิ้ง เองโดยอัตโนมัติ

2. iAdapt® 3.0 Navigation System with Visual Localization (ระบบการนำทาง iAdapt® พร้อมกล้องสร้างแผนที่จำลอง)

iRobot Roomba i7 Plus Feature iAdapt® 3.0 Navigation with Visual Localization
ระบบการนำทาง iAdapt® พร้อมกล้องสร้างแผนที่จำลอง

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot Roomba i7 Plus ตัวนี้ ใช้ระบบการนำทางที่มีชื่อเฉพาะว่า iAdapt® 3.0 เป็นเทคโนโลยี การระบุแหน่งพร้อมกับการสร้างแผนที่จำลอง VSLAM (Virtual Simultaneous Localization and Mapping) ที่ใช้กล้องสร้างแผนที่จำลอง (Mapping Camera) ที่ถูกฝังอยู่ในแนวเฉียงใต้กระจกใสที่ด้านบนของตัวเครื่อง เป็นตัวเก็บภาพ ก่อนที่จะส่งข้อมูลไปให้โปรเซสเซอร์ เพื่อไปใช้ในการประมวลผล ในการวางแผนการวิ่งทำความสะอาดเป็นลำดับต่อไป (รายละเอียดส่วนประกอบด้านบน)

3. AeroForce™ Performance Cleaning System (ระบบทำความสะอาดทรงประสิทธิภาพ AeroForce™)

iRobot Roomba i7 Plus Feature AeroForce™ Performance Cleaning System
ระบบทำความสะอาดทรงประสิทธิภาพ AeroForce™

ระบบทำความสะอาดทรงประสิทธิภาพ เครื่องหมายการค้า (Trademark) เฉพาะ ของทาง หุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot เท่านั้น มันถูกใช้มาอย่างนมนาน ตั้งแต่ยุคแรกๆ ของทาง iRobot เลยทีเดียว โดยมันประกอบไปด้วยระบบทำความสะอาดทั้งหมด 3 ขั้นตอน (3-Stage Cleaning System) ด้วยกันอันได้แก่

  1. Side Brush (แปรงกวาดข้าง) : อุปกรณ์ที่ช่วยกวาดฝุ่นตามขอบมุมต่างๆ ของห้องให้เข้ามาอยู่ข้างใต้ตัวเครื่อง
  2. Dual Multi-Surface Rubber Brushes (แปรงกวาดหลักยางแบบคู่) : ตีฝุ่นที่อยู่บนพื้นให้เข้าไปในเครื่อง
  3. Vacuum Fan (พัดลมดูดฝุ่น) : เสริมพลังดูดฝุ่นขนาดเล็กมากๆ ด้วยลม จากมอเตอร์พัดลมดูดฝุ่นคุณภาพสูง ให้พลังดูดสูงสุดประมาณ 1,800 (Pa) หรือประมาณ 0.018 บาร์ (Bar)

ทั้งหมดนี้จ่ายพลังงานโดยแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน ขนาดความจุ 1,800 มิลลิแอมป์ (mAh)

4. Dual Multi-Surface Rubber Brushes (แปรงกวาดหลักยางแบบคู่ สำหรับพื้นผิวที่หลากหลาย)

แปรงกวาดหลักยางแบบคู่สำหรับพื้นผิวที่หลากหลาย ถือเป็น “แปรงกวาดหลัก (Main Brush)” ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot เท่านั้น โดยระบบนี้จะใช้แปรง 2 แปรงช่วยตีฝุ่นเข้าไปเก็บภายในกล่องใส่ขยะฝุ่นละออง ที่อยู่ภายในตัวเครื่อง เพื่อให้การดูดฝุ่นบนพื้น มีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง (รายละเอียดส่วนประกอบด้านล่าง)

iRobot Roomba i7 Plus Feature Dual Multi-Surface Rubber Brushes
แปรงกวาดหลักยางแบบคู่ สำหรับพื้นผิวที่หลากหลาย (Dual Multi-Surface Rubber Brushes)

ข้อดีของมันคือ มันจะเข้ามาช่วยให้การดูดฝุ่นจำพวกเส้นผม หรือขนสัตว์ที่ยาวๆ ได้อย่างหมดจด ปราศจากการพันกันกับที่ตัวแปรงฯ แถมยังช่วยดูดฝุ่นได้ในหลากหลายพื้นผิวอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น พื้นพรม พื้นกระเบื้อง พื้นไม้ชนิดต่างๆ เป็นต้น

ลักษณะของแปรงกวาดหลักยางแบบคู่ตัวนี้จะเป็น แปรงยางที่มีลายดอกของยางคนละลายกัน ติดตั้งง่าย เพราะขั้วของแปรงฯ คนละรูปทรงกัน ไม่ต้องกังวลว่าจะใส่ผิดตำแหน่งอย่างแน่นอน โดยประโยชน์ และคุณลักษณะของแปรงจะมีอยู่ดังต่อไปนี้

  1. Dark Green Rubber Brush (แปรงยางสีเขียวเข้ม) : ตีฝุ่นที่เกาะอยู่บนพรม หรือพื้นผิวให้หลุดออกมาก่อน
  2. Light Green Rubber Brush (แปรงยางสีเขียวอ่อน) : ช่วยดูดฝุ่น หรือตีฝุ่นเข้าไปเก็บภายในตัวเครื่อง

โดยลักษณะการหมุนของแปรงฯ นั้นจะเป็นแบบหมุนไปในทิศทางที่สวนทางกัน (หมุนเข้าหากัน) เพื่อช่วยกันตีฝุ่นให้เข้าไปเก็บภายในตัวเครื่องได้อย่างรวดเร็ว และไม่มีการกระจัดกระจายออกไปในทิศทางอื่น

5. Imprint™ Smart Mapping Navigation System (ระบบเรียนรู้ และแบ่งพื้นที่ห้องเอง Imprint™)

iRobot Roomba i7 Plus Feature Imprint™ Smart Mapping Navigation System
ระบบเรียนรู้ และแบ่งพื้นที่ห้องเอง Imprint™

ระบบ Imprint™ เป็นระบบที่จะทำให้เครื่องหุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot Roomba i7 Plus ของคุณได้เรียนรู้พื้นที่ ในการทำความสะอาด พร้อมคำนวณ และกำหนดเส้นทางที่ดีที่สุดในการทำความสะอาด (Determine the Best Way to Clean) แต่ละครั้ง เทคโนโลยีนี้เป็นผลพวงมาจาก เทคโนโลยีของระบบนำทาง iAdapt® 3.0 นั่นเอง ทั้งนี้เพื่อให้การทำความสะอาดแต่ละครั้งนั้น มีประสิทธิภาพสูงสุดนั่นเอง

ยกตัวอย่างเช่นการทำความสะอาดในครั้งแรก และครั้งที่สองในพื้นที่เดียวกัน อาจจะใช้เวลาในการทำความสะอาดไม่เท่ากันก็ได้ โดยครั้งที่สองอาจจะสั้นกว่า เพราะว่าได้มีการเรียนรู้จากครั้งแรกไปแล้วนั่นเอง

นอกจากนี้แล้วมันจะนำแผนที่ตัวนี้มาจัดแบ่งพื้นที่แยกเป็นห้องๆ เองโดยอัตโนมัติ และแสดงในส่วนของแผนที่อัจฉริยะ (Smart Map) ที่สามารถเห็นได้จากแอปพลิเคชัน iRobot HOME บนสมาร์ทโฟนของเราได้เลย

และยิ่งไปกว่านั้นเราก็ยัง สามารถสั่งงานด้วยเสียงผ่านอุปกรณ์สมาร์ทโฮม อย่าง Amazon Alexa หรือแม้แต่ Google Assistant ได้อีกด้วยเช่นพูดว่า “🔊 Roomba, Clean my Kitchen” เพื่อสั่งให้เครื่องทำความสะอาดเฉพาะห้องครัวอย่างเดียว เป็นต้น

อ่านต่อหน้า 2 (Next Page) →

1
2
ทบทวนภาพรวม
ความสะอาดการดูดฝุ่น
10
การดูดทั่วทั้งบริเวณในห้อง
10
การเอาตัวรอดจากอุปสรรค กลับแท่นชาร์จเอง
10
การดูแลรักษา ทำความสะอาด
10
ความหลากหลายของอุปกรณ์เสริม
9
ความสะดวก และ ง่ายต่อการใช้งาน
10
ความสามารถของแอปพลิเคชัน
10
ความสะดวก และ ง่ายของการใช้แอปพลิเคชัน
8
ความคุ้มค่าเทียบกับราคา
8
ความพึงพอใจโดยรวม
10
บทความก่อนหน้านี้ECOVACS DEEBOT OZMO 900 หุ่นยนต์ดูดฝุ่นระบบ Laser ถูพื้นเปียก ควบคุมน้ำได้ ใช้ App ได้
บทความถัดไปMister Robot Air Purifier LUXURY เครื่องฟอกอากาศขนาดใหญ่ กรองฝุ่น PM 2.5 รองรับพื้นที่สูงสุด 84 ตร.ม. ใช้ App ได้
Thanop Somprasong
Thanop.com Founder + Thaiware.com Co-Founder + Business Director, Cloud Business Co.,Ltd. + Committee Thai Webmaster Association
irobot-roomba-i7-plus-reviewหุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot Roomba i7 Plus จัดเป็นหนึ่งในหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ถือว่าเป็น "ตัวท็อปสุดของโลก" ตัวหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะว่าด้วยชื่อของ iRobot Roomba เอง ก็ช่วยการันตีถึงเรื่องของคุณภาพสินค้าได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว เพราะทาง iRobot เองมีความเชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาหุ่นยนต์ดูดฝุ่น มาอย่างช้านาน <br /><br /> สำหรับหุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot Roomba i7 Plus ตัวนี้ก็ยังได้ผนวกเอาข้อดีของ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot Roomba ในรุ่นก่อนๆ อย่างเทคโนโลยีระบบการนำทาง iAdapt® 3.0 ที่พัฒนามาอีกขั้นจนมันสามารถที่จะเรียนรู้ และแบ่งพื้นที่เป็นห้อง หรือเป็นโซน ได้เองโดยอัตโนมัติแล้ว เพิ่มความสะดวกสบายต่อการควบคุม และบริหารจัดการพื้นที่ทำความสะอาดได้เป็นอย่างมาก <br /><br /> นอกจากนี้แล้ว ก็ยังมีเทคโนโลยี AeroForce™ ที่อยู่คู่กับหุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot กันมาอย่างช้านาน มันเป็นระบบทำความสะอาดทรงประสิทธิภาพ แบบ 3 ขั้นตอน ที่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง 1. แปรงกวาดข้าง 2. แปรงกวาดหลักยางแบบคู่ และ 3. พัดลมดูดฝุ่นพลังสูง ที่ไม่ว่าจะฝุ่นจะมีขนาดเล็ก หรือใหญ่ ก็สามารถดูดได้อย่างหายห่วงเลยทีเดียว <br /><br /> และความสามารถทั้งหมดที่กล่าวมาด้านบนนี้ทาง iRobot เองก็ได้มันมาผสมผสานกับความสามารถใหม่ ที่เพิ่มเข้ามาเฉพาะในรุ่น Roomba i7 Plus ตัวนี้อาทิ แผนที่อัจฉริยะ (Smart Map) เป็นต้น และที่เด็ดสุดๆ คือ ความสามารถของการกำจัดสิ่งสกปรกจากกล่องใส่ขยะฝุ่นละอองได้เองอัตโนมัติ (Automatic Dirt Disposal) ถือว่าเป็นการปฏิวัติวงการหุ่นยนต์ดูดฝุ่นเลยก็ว่าได้ เพราะเราแทบจะไม่ต้องมาดูแลเครื่องหุ่นยนต์ดูดฝุ่นอีกเลย เว้นสักเดือนนึงค่อยมาดูทีนึงก็ยังได้ <br /><br /> ในขณะที่ด้านอื่นๆ อย่างเช่นเรื่องของการกินไฟ ก็เฉลี่ยเดือนละ 15 บาท ในกรณีที่ทำความสะอาดทั้งหมด 30 ครั้ง (วันละครั้ง) เรื่องเสียงในขณะทำงานก็ค่อนข้างเงียบ เพียงแค่ 55 เดซิเบลเท่านั้น แต่ในขณะที่กำลังทำความสะอาดกล่องใส่ขยะฝุ่นละอองนั้น ระดับเสียงอาจจะสูงขึ้นไปถึง 76 เดซิเบล เทียบเท่าการใช้เครื่องดูดฝุ่น หรือเครื่องเป่าผมเลย แต่ก็เป็นเพียงแค่ช่วงสั้นๆ ไม่เกิน 15 วินาทีเท่านั้นเอง <br /><br /> แม้ราคาค่าตัวจะค่อนข้างสูง 4 หมื่นปลายๆ แต่ผมกลับมองว่ามันเป็นการลงทุนในระยะยาว ที่ซื้อมาครั้งเดียวแล้วใช้ได้ยาวๆ 3-4 ปีอย่างต่ำ ตัวแบรนด์ หรือแม้แต่ศูนย์บริการ iRobot ในประเทศไทยเอง ก็มีความน่าเชื่อถือ อะไหล่ต่างๆ สามารถซื้อของแท้จากศูนย์บริการได้เกือบทุกชิ้น แม้ว่าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นนั้นจะตกรุ่นไปแล้วก็ตาม ถ้าใครอยากซื้อครั้งเดียวแล้วจบ แนะนำตัวนี้เลยครับ ...

1 ความคิดเห็น

  1. น่าเสียดายที่ประเทศไทยเรายังตามหลังรุ่นใหม่ S9 ที่เพิ่งเปิดตัวไปใหม่ๆ
    https://youtu.be/pUxLtTi9P7k
    ตอนนี้ 980 จำนวน 1 ตัว และรุ่นซีรีย์ 600 จำนวน 3 ตัว เดิมสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้อย่างยอดเยี่ยม
    จู่ๆ ก็ไม่เชื่อมต่อไม่ได้
    ติดต่อประสานงานกับฝ่ายบริการ และแอทมินเพจ ไอโรบอท ประเทเทศไทย ถือว่าดีเยี่ยม
    พยายายามหาทางแก้ปัญหาทุกทาง ถืงกับส่งช่างมาดูถึงบ้าน
    แต่แก้ปัญหาไมได้ โดยรับทราบว่า ปัญหาอาจมาจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต
    ผมใช้ทั้ง 3BB และ AIS ไฟเบอร์ คนละสถานที่
    ถือว่าเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของผู้สนใจ

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็น
กรุณาใส่ชื่อของคุณตรงนี้