เครื่องฟอกอากาศประจุลบ LightAir IonFlow 50 Signature

กล่องเครื่องฟอกอากาศ Light Air IonFlow 50

จากที่ได้มีโอกาสรีวิวเครื่องฟอกอากาศมาแล้ว 1 เครื่อง ซึ่งเป็นเครื่องฟอกอากาศทั่วไป แบบปกติ คือมีการดูดอากาศเข้าไปในเครื่องผ่าน แผ่นกรองอากาศ หลายชั้น เข้าไปพ่นด้วยอนุภาคไฟฟ้า และ ไอน้ำ ออกมาเป็นอากาศที่บริสุทธิ์ ในห้อง มาคราวนี้ ผมได้มีโอกาสที่จะรีวิวเครื่องฟอกอากาศ ในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งถือเป็นวิธีการกรองอากาศที่ถือว่าแปลกมากๆ (คนอื่นอาจจะรู้อยู่แล้ว แต่สำหรับผมรู้สึกว่ามันแปลกจริงๆ) โดยเจ้าเครื่องนี้เป็น เครื่องฟอกอากาศประจุลบ LightAir IonFlow 50 รุ่น Signature แบบไม่มีไส้กรอง หรือ แผ่นกรองอากาศข้างในเลย ใช้สำหรับพื้นที่ห้องขนาดไม่เกิน 60 ตารางเมตร (ตรม) ตัวนี้เป็นสินค้าจากประเทศแถบยุโรปตอนเหนืออย่าง สวีเดน (Sweden) นั่นเอง

คลิปวีดีโอ รีวิวเครื่องฟอกอากาศประจุลบ LightAir IonFlow 50 รุ่น Signature

ก่อนที่จะไปอ่านรีวิว ในรายละเอียดเชิงลึกต่อด้านล่าง ผมมีอัดคลิปวีดีโอ หลังการใช้งานมันมาแล้วประมาณ 2 อาทิตย์เต็มๆ มาให้ดูก่อน ประมาณ 7 นาทีกว่าๆ เพื่อเห็นภาพรวมของผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ที่ให้มาภายในกล่อง วิธีการติดตั้ง และ ใช้งาน ลองกดเปิดดูกันได้เลยจ้า

ทำไมต้องมีเครื่องฟอกอากาศอีกเครื่อง ?

คอนโดมิเนียม ที่อยู่เป็นแบบ 1 ห้องโถงใหญ่ (ห้องรับแขก) และ 2 ห้องนอน ซึ่งเจ้า เครื่องฟอกอากาศ Sharp ที่รีวิว ไปตอนแรก เอาไว้ใช้ในห้องนอน และเปิดเฉพาะเวลานอน แต่ว่าเวลาส่วนที่เหลือ มักจะออกมานั่งทำงาน นั่งดูทีวี ตรวจข้อสอบ ที่ห้องรับแขกเสียเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากผมชอบนั่งเล่นโน๊ตบุ๊ค ข้างนอกห้องนอน จะได้ไม่รบกวนภรรยาตอนนอน การที่จะขนเจ้าเครื่องฟอกอากาศตัวเก่าเข้าๆ ออกๆ จากห้อง ก็คงเป็นเรื่องลำบาก เพราะขนาดมันใหญ่ และ มีน้ำหนักมากอีกด้วยเช่นัน จึงหันมามองเครื่องฟอกอากาศอีกเครื่องนึงดูบ้าง

รู้จัก เครื่องฟอกอากาศประจุลบ LightAir ได้อย่างไร ?

ส่วนตัวผมเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบใช้ของอะไรที่ซ้ำๆ หรือ เหมือนเดิมอยู่แล้ว เลยว่าจะมาลองหันมามองตัว เครื่องฟอกอากาศ อะไรที่แปลกๆ และ มีนวัตกรรม หรือเทคโนโลยีอะไรที่ทันสมัยดูบ้าง ประกอบกับเครื่องฟอกอากาศตัวเดิมที่ใช้อยู่ในห้องนอน เป็นเครื่องค่อนข้างใหญ่ และ น้ำหนักค่อนข้างมาก เคลื่อนย้ายลำบาก จึงทำให้มานั่งค้นหาดูเทคโนโลยีของเครื่องฟอกอากาศดูบ้างว่าจริงๆ แล้วมันมีแบบไหนอย่างไรบ้าง

เมื่อค้นหาดูแล้วพบว่า เครื่องฟอกอากาศ อันที่จริงแล้วเทคโนโลยีของเครื่องฟอกอากาศนั้นไม่ได้มีแค่ แบบ ใส่แผ่นกรองอากาศ (ไส้กรอง) อย่างเดียว แต่มันยังมีเครื่องฟอกอากาศ ประเภท ปล่อยประจุลบ หรือแม้แต่ ไฟฟ้าสถิต อีกด้วย ซึ่งแต่ละอย่างมีข้อดีข้อเสียต่างกันออกไป

จึงลองหาข้อมูลเพิ่มเติมดู และหลังจากใช้เวลาสักพักก็ได้เห็นโฆษณาบนเว็บ Pantipmarket.com พบว่า มันเป็นเครื่องฟอกอากาศประเภทปล่อยประจุลบ ชื่อว่า LightAir IonFlow 50 เห็นบอกว่าข้อดีของเขาคือ เสียงเงียบ ประหยัดไฟ และ ไม่มีแผ่นกรองอากาศ จึงลองนั่งหาข้อมูลดู และโทรศัพท์ไปสอบถามทางทีมงาน บริษัท ลิฟวิ่งแคร์ เทรดดิ้ง จำกัด (www.livingcare.co.th) ก็ได้รับคำแนะนำ และ อธิบายมา เป็นอย่างดี (แถมโทรไปหาเขาหลายครั้งอีกต่างหาก แต่ไม่มีทีท่าที่จะรำคาญเลย ฮาๆ)

สุดท้ายเมื่อคุยไปคุยมา สอบถามรายละเอียดสินค้ากันอย่างถูกคอ จึงใช้ความหน้าด้านของตัวเอง ขอสินค้ามาทดลองใช้ (รีวิว) ที่ห้อง เพื่อนำลงเว็บไซต์ส่วนตัว ให้แฟนๆ ดูก่อน ซึ่งทางเจ้าของเขาก็ใจดีมากๆ ให้เครื่องทดลองใช้กันฟรีๆ 1 เดือน รู้สึกดีใจมากๆ ได้ของแปลก มาใช้แถมได้รีวิวให้แฟนๆ ดูกันอีกด้วย

แค่นั้นไม่พอ ออฟฟิศเขาอยู่ชลบุรี แต่เอาเครื่องมาส่งให้ถึงคอนโดฯ ซึ่งวันที่ได้นัดเจอกันก็มีการอธิบายบอกถึงสรรพคุณของเครื่อง ซึ่งสิ่งนึงที่เตะตามากที่สุด คือ ไม่มีค่าบำรุงรักษา มีอายุการใช้งานที่ยาวมาก ฟังแบบนี้แล้วตาลุกตาวาว เริ่มอยากหาข้อมูลเพิ่มเติมขึ้นมาทันที

หลักการทำงานของ เครื่องฟอกอากาศประจุลบ LightAir

Light Air IonFlow 50 featured image

เมื่อเห็นแล้วว่าเจ้า เครื่องฟอกอากาศ LightAir ตัวนี้ไม่มีแผ่นกรองอากาศ เหมือนเครื่องอื่นๆ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของเครื่องฟอกอากาศอีกอย่างหนึ่ง ดังนั้นเมื่อไม่มีแผ่นกรอง หลักการมันจะเป็นการ กรองอากาศในรูปแบบของ การปล่อยประจุ หรือที่เรียกว่า ไอออน (Ion) โดยเป็นการปล่อยไอออนลบ ภาษาอังกฤษจะเรียกว่า เนกาทีฟไอออน (Negative Ion) ซึ่งประจุลบเหล่านี้เป็นกระแสไฟฟ้า ที่จะถูกปล่อย ผ่านจากเข็มโคโรน่า (Corona Needles) ทั้งหมด 3 เข็ม ที่อยู่ถูกติดตั้งส่วนบนหัวสุด ของ ตัวเครื่องฟอกอากาศประจุลบ แบบเปลือยๆ ไม่ผ่านวัสดุหุ้มกันใดๆ เพื่อให้เข้าไปในอากาศ ที่อยู่ในห้อง ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

โดยสาเหตุของการปล่อยประจุลบก็เพื่อที่จะ ให้มันไปเกาะฝุ่นละอองที่มีอนุภาค ขนาดเล็กมากๆ ที่กำลังลอยอยู่ในอากาศ แล้วหลังจากนั้นฝุ่นละอองจะถูกลอยไปจับกับที่จับฝุ่นของ ที่มีขนาดเล็กมากๆ ในอากาศ แล้วหลังจากนั้น มันจะลอยมายังตัวดักจับฝุ่นละอองที่เครื่อง หรือที่เรียกว่า “Dust Collector” ที่เป็นแผ่นโลหะทรงกระบอก ที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นแม่เหล็ก ในการดูดฝุ่นละอองให้มาติดหนึบอยู่กับมัน แต่ก็มีบางส่วนที่ตกลงพื้นห้อง ไม่ให้มันลอยอยู่ในอากาศ ซึ่งจะง่ายต่อการสูดดม และหายใจเข้าปอดอีกด้วย

นอกจากนี้แล้วเขายังแจ้งอีกว่า เจ้าเครื่องนี้มันสามารถดักจับฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กมากๆ ได้ตั้งแต่ขนาด 0.01 ไมครอน (เล็กมากๆ มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น) แถมในรายละเอียดสินค้าแจ้งว่า หากเป็นฝุ่นละออง หรือ อนุภาค ที่มีขนาดระหว่าง 0.3 ถึง 1.0 ไมครอน นั้นทางแบรนด์ผู้ผลิตเขาเคลมว่า จะมีสามารถกรองได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงถึง 99.94% เลยทีเดียว

แค่นั้นไม่พอ ตามเอกสารยังระบุอีกด้วยว่า อนุภาคของเชื้อไวรัส ที่เราได้ยินคุ้นหูคุ้นตากันมาหลายปีอย่าง เจ้าไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก อย่าง H1N1 หรือ SARs ที่มี ขนาดมากกว่า 0.3 ไมครอน และ ไรฝุ่น ต่างๆ ที่มีขนาด 10 ไมครอน ก็สามารถเสร็จเจ้า เครื่องฟอกอากาศ LightAir นี้ได้ง่ายๆ (โอ้วแม้จ้าว จริงหรือนี่ ?)

ประเภทของฝุ่นละอองที่มีอยู่ในห้อง

ก่อนที่จะไปอธิบายส่วนอื่นๆ ต่อ ต้องขออธิบายให้ทราบเกี่ยวกับประเภทของฝุ่นก่อนว่ามีกี่ชนิด กี่แบบ แต่ละอย่างอยู่ที่ไหนกันบ้าง ลอยอยู่ในอากาศ หรือ ร่วงหล่นลงพื้น ปกติโดยทั่วไปของฝุ่นในห้อง จะมีอยู่ 2 แบบหลักๆ คือ

  1. ฝุ่นน้ำหนักเบา อนุภาคเล็กมากจนมาองด้วยตาเปล่าไม่เห็น พวกนี้มันจึงลอยในอากาศเสมอ และนอกจากนี้แล้ว ร่างกายเรา ยังสามารถหายใจเข้าสู่ปอด ผ่านเข้าสู่ระบบหมุนเวียนเลือดในร่างกาย ซึ่งก่อให้เกิดโรคต่างๆ ได้
  2. ฝุ่นขนาดใหญ่ เนื่องจากมีขนาดใหญ่ มันจึงมีน้ำหนักมากตามไปด้วย และเมื่อมีน้ำหนักมาก มันจึงสามารถตกลงไปกองบนพื้น บนเฟอร์นิเจอร์ โดยพวกนี้เราสามารถทำความสะอาดได้ จากการกวาด ดูดฝุ่น เช็ดถู ฝุ่นพวกนี้ขณะทำความสะอาดบ้าน มันสามารถแตกเป็นขนาดเล็กๆ ลอยไปในอากาศได้อีก
ฝุ่นละอองบนคอนโดมิเนียม (Condominium Dust)
ฝุ่นละอองที่มีขนาดใหญ่ มองเห็นด้วยตาเปล่า เวลาตกพื้น หรือ ไปจับกับเฟอร์นิเจอร์ จะมีลักษณะเช่นนี้

ซึ่งจากที่กล่าวมาด้านบน เครื่องฟอกอากาศประจุลบ LightAir ตัวนี้จะมีความสามารถในการกำจัดฝุ่นข้อแรก นั่นหมายถึงฝุ่นน้ำหนักเบา หรือ อนุภาคขนาดเล็ก (Small Particle) เท่านั้น ในส่วนของฝุ่นขนาดใหญ่ จะไม่สามารถฟอกได้ เพราะเหล่านั้นได้ตกลงสู่พื้นห้อง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมรอการปัดกวาดเช็ดถู ต่อไป เว้นเสียแต่ ฝุ่นขนาดใหญ่เหล่านั้นจะแตกตัวออกมาเป็นอนุภาคขนาดเล็ก ซึ่งก็สามารถฟอกได้เช่นกัน

ข้อดีข้อเสีย ของประจุลบ (Negative Ion) คืออะไรกันแน่ ?

มาถึงตรงจุดนี้ อธิบายมาเสียดิบดีด้านบน แต่ก่อนอื่นต้อง ยอมรับตามตรง ด้วยความสัตย์จริงว่า ผมไม่เคยมีความรู้เรื่องประจุบวก ประจุลบ อะไรนี่เลยมาก่อน แม้จะเคยได้ยิน ได้เรียนผ่านหูผ่านตามาบ้าง ในสมัยเรียนสายวิทย์ฯ พวก วิชาฟิสิกส์ เคมี หรือแม้แต่ ชีวะวิทยา แต่วิชาเหล่านี้ กับตัวผมก็เป็นอะไรที่ไม่ถูกกันอย่างแรง

หลังจากนั้นลองไปนั่งค้นหาข้อมูล เสิร์ชดูตามเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ตดู ลองไปเซิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของการได้รับประจุลบเข้าสู่ร่างกายนั้นมีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง

ข้อดีของประจุลบ 🙂

  • เนื่องจากในธรรมชาติ อาทิเช่นตามน้ำตก หรือ หุบเขา ป่าเขา ลําเนาไพร ที่มีความชุ่มชื้นต่างๆ พื้นที่เหล่านี้จะมีประจุลบจำนวนมาก ทำให้ผู้ได้รับประจุลบ รู้สึกผ่อนคลาย หายเครียด
  • ช่วยเสริมสร้างให้ระบบประสาทแข็งแรง เพื่อการรับรู้ ตอบสนองสิ่งต่างๆ ได้เร็ว
  • ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน (Collagen) มีส่วนช่วยให้ผิวพรรณดูอ่อนวัย อ่อนนุ่ม
  • นอนหลับได้ง่ายขึ้น ร่างกายผ่อนคลาย
  • ปรับสมดุลส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่นระบบฮอร์โมนต่างๆ ระบบหายใจ หลอดเลือดเส้นเลือด และ มีส่วนช่วยให้ระบบเผาผลาญอาหาร ระบบขับถ่าย ทั้งถ่ายหนัก ถ่ายเบา ให้ดีขึ้น
  • ช่วยลดอากาศภูมิแพ้ ปวดหัวข้างเดียว ไมเกรน หรือแม้แต่ไซนัส
  • ช่วยสร้างภูมิคุ้มการให้กับร่างกาย

จากที่สรุปมาด้านบน หลายๆ เว็บไซต์ เห็นจะมีแต่ข้อดีของประจุไฟฟ้าลบทั้งนั้น ส่วนใหญ่ข้อเสียจะไปอยู่ฝั่งประจุบวกมากกว่า คำถามต่อไปคือ ประจุลบไม่มีข้อเสียบ้างเลยหรือ จึงทำการค้นหาข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตต่อไปอีก ว่าประจุลบนั้นมีข้อเสียหรือไม่

ข้อเสียของประจุลบ 🙁 

  • ทำให้เกิดโอโซนในบริเวณนั้น ซึ่งข้อเสียของโอโซน คือหากได้รับไปในปริมาณที่มีมากๆ เข้า จะทำให้เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจของเรา ไม่ว่าจะเป็น คอ หลอดลม หรือแม้แต่ปอด และทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจลดลง

สรุปกล่าวคือคือเมื่อใด กระแสไฟฟ้าประจุลบ ถูกผลิตออกมามากเท่าไหร่ ปริมาณของโอโซน (Ozone) ในอากาศก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น เรียกได้ว่ามันแปรผันตรงกันอยู่

เครื่องฟอกอากาศประจุลบ LightAir จะดีหรือไม่ ?

Light Air IonFlow 50 Filtering Features
คุณสมบัติการกรองอากาศ ของ เครื่องฟอกอากาศประจุลบ LightAir IonFlow 50 รุ่น Signature (เอกสารจากบริษัทผู้ผลิต)

จากที่กล่าวมาด้านบนในหัวข้อ ข้อดี ข้อเสีย ของประจุลบ และในข้อเสียของมันนั้นที่บอกว่ายิ่ง ประจุลบถูกผลิตออกมามากเท่าไหร่ จำนวนปริมาณของโอโซนในอากาศก็จะผลิตออกมามากเท่านั้น สำหรับในส่วนของเครื่องฟอกอากาศ LightAir ก็มีเทคโนโลยี หรือ นวัตกรรม ของตัวเองที่ชื่อเรียกว่า “ไอออนโฟลว์ (Ion Flow)” ซึ่งเป็นชื่อสิทธิบัตรทางการค้า ที่เขาคิดค้นขึ้นมาเอง และ ห้ามใครลอกเลียนแบบ ซึ่งอย่างของ เครื่องฟอกอากาศชาร์ป เขาก็มีเทคโนโลยี ที่เรียกว่า พลาสม่าคลัสเตอร์ ของชาร์ป นั่นแหละ

และเนื่องจากผมเอาของเค้ามารีวิว ยังไงก็ต้องห่วงสุขภาพตัวเองด้วย ว่าเจ้าเครื่องนี้มันมีความน่าเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน เพราะจะต้องเอามาใช้งานจริงๆ เป็นระยะเวลาพอสมควรด้วย นอกจากนี้ยังมีคำถามอีกว่า ประจุลบ ที่จะถูกปล่อยออกมาจากเครื่องนี้จะส่งผลต่อสุขภาพของตัวผมเองหรือเปล่า จึงมีการเปิดเน็ต ค้นหาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนแกะกล่อง และเปิดใช้งานเครื่องฟอกอากาศประจุลบ ตัวนี้

นอกจากนี้แล้ว เครื่องฟอกอากาศประจุลบ LightAir IonFlow 50 รุ่น Signature นั้นยังได้รับใบรับรอง (Certificate) ในด้านอื่นๆ อีกมากมาย อาทิเช่น จากบริษัทตรวจสอบและรับรอง คุณภาพสินค้า ที่มีชื่อว่า SGS จากประเทศไต้หวัน (เว็บไซต์ http://www.sgs.com.tw/) อาทิเช่น

Ion Flow เทคโนโลยีปล่อยประจุลบ แต่ไร้โอโซน

เทคโนโลยีไอออนโฟลว์ (IonFlow) นั้นเป็นเทคโนโลยี เครื่องฟอกอากาศ LightAir จะสามารถผลิตประจุลบออกมาได้เป็นจำนวนมาก โดยที่ไม่มีของแถม (ที่ไม่อยากได้) อย่าง โอโซน (Ozone) แถมมาเป็นของแถมสมนาคุณด้วยนั่นเอง

โดยทาง LightAir นั้นเขาได้มีการนำเอาเครื่องฟอกอากาศ ที่ใช้เทคโนโลยี IonFlow ไปทดสอบที่สถาบัน VTT จากประเทศฟินแลนด์ ในเดือนเมษายน ปี ค.ศ. 2007 ซึ่งผลออกมาค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจมากๆ นั่นคือ 0.002 ppm (อัตราส่วนในล้านส่วน หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า “Parts per Million”)

Light Air IonFlow 50 Ozone Free Certificate
ใบรับรอง เครื่องฟอกอากาศ LightAir รุ่น Ion Flow 50 จากสถาบัน VTT วิเคราะห์ วิจัยเทคโนโลยี ในธุรกิจ จากประเทศฟินแลนด์ ปล่อยก๊าซโอโซน ในปริมาณที่น้อยมากๆ เพียง 0.002 ppm ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007 (เอกสารจากบริษัทผู้ผลิต)

และแน่นอนว่า คำถามต่อไปของผมคือ แล้วจะรู้ได้ไงว่ากี่ ppm. ขึ้นไปจะเป็นอันตรายต่อมนุษย์ ซึ่งจากค่ากำหนดมาตรฐาน (Health Standards) ของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ U.S. Food and Drug Administration FDA ของประเทศสหรัฐอเมริกา (บ้านเราเรียก อย.) บอกว่า เครื่องผลิตโอโซน ไม่ควรผลิตโอโซนเกิน 0.05 ppm. เพื่อใช้ภายในอาคาร เพราะจะผู้ได้รับโอโซนเข้าร่างกาย ผ่านการสูดหายใจ จะมีปัญหาเรื่องระบบทางเดินหายใจ เช่น มีอาการไอ ปอดมีประสิทธิภาพน้อยลง ระคายเคืองคอ หอบหืด และอื่นๆ

แหล่งที่มาของมาตรฐาน การรับโอโซน เข้าสู่ร่างกาย

การหาข้อมูลของผม ต้องหาให้สุด ให้รู้ข้อมูลจริงๆ เพราะเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน อยู่ๆ มาโม้หรือกล่าวบทความลอยๆ โดยไม่มีอ้างอิงแหล่งที่มาไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องมี แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ จึงเสียเวลานั่งหาข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับปริมาณที่มนุษย์เราสามารถรับโอโซนเข้าร่างกายได้ โดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบใดๆ ต่อร่างกาย ซึ่งก็สรุปได้มาจากแหล่งข้อมูลของ อย. สหรัฐฯ และ เว็บไซต์ในไทย ที่เขาได้สรุปเอามาตรฐานการรับโอโซน จากแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือได้มาแปลเป็นภาษาไทย ดังนี้

จากเว็บไซต์ของ อ.ย. ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยตรง

USDA and FDA Ozone Regulations
เว็บไซต์ ของ อย. สหรัฐ กล่าวว่า ปริมาณโอโซน ที่ยอมรับได้ ไม่เป็นอันตรายกับคน ควรอยู่ต่ำกว่า 0.05 ppm. (สังเกตุบรรทัดแรก)

จากรูปด้านบนจะสังเกตุเห็นว่า ค่าโอโซน ที่สามารถรับได้โดยไม่เป็นอันตรายกับมนุษย์เราคือ จะต้องต่ำว่า 0.05 ppm. แต่จากใบรับรองจากองค์กร VTT ประเทศฟินแลนด์ ที่ได้ทดสอบว่า เครื่องฟอกอากาศประจุลบ LightAir ที่ใช้เทคโนโลยี IonFlow อย่างตัวที่ผมได้มารีวิวนี้ ปล่อยโอโซนออกมาเพียง 0.002 ppm. คิดเป็น 4% จากปริมาณ ที่รับได้ของมนุษย์ ซึ่งหากเทียบกับขอบเขต ของปริมาณที่มนุษย์สามารถรับได้ ก็ยังถือว่าน้อยมากๆ

ที่มา : http://www.accessdata.fda.gov/scripts/cdrh/cfdocs/cfcfr/CFRsearch.cfm?fr=801.415

จากเว็บไซต์ GoodHealth.co.th เป็นภาษาไทย

GoodHealth Ozone Regulations
รายละเอียดค่ากำหนดมาตรฐาน ของปริมาณโอโซน ที่มนุษย์รับได้ ของแต่ละองค์กร ที่ทางเว็บไซต์ GoodHealth ได้สรุปออกมา

จากสถาบัน ทั้งหมดที่ทางเว็บไซต์ GoodHealth.co.th ได้กล่าวมานั้น ไม่ว่าจะเป็นองค์กร FDA OSHA NIOSH หรือแม้แต่ EPA นั้นจะเห็นได้ว่า ไม่มีองค์กรไหน ที่ได้ระบุปริมาณโอโซน ที่มนุษย์สามารถรับได้ ต่ำกว่า 0.05 ppm. เลยแม้แต่น้อย ดังนั้นผมก็รู้สึกมั่นใจได้ในระดับนึงแล้วละ ที่จะแกะกล่องมันออกมาทดลองใช้งาน

ที่มา : http://www.goodhealth.co.th/new_page_17.htm

แกะกล่อง เครื่องฟอกอากาศ LightAir รุ่น IonFlow 50

หลังจากที่ ศึกษาหาข้อมูลด้าน ข้อดี รวมไปถึง ข้อเสีย ต่างๆ ของมันแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องรออะไรอีก ก็ได้ฤกษ์แกะกล่องมันออกมารีวิวทันที ว่าจะมีอะไรบ้าง เหมือนกับเครื่องฟอกอากาศ ทั่วๆ ไปหรือเปล่า ขอเริ่มจากการถ่ายรูปกล่องผลิตภัณฑ์ ทั้ง 4 มุมมาให้ดูกันก่อน ซึ่งยอมรับว่าก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะเห็นตัวเครื่องจริงๆ คิดว่าตัวเครื่องจะมีขนาดเล็กๆ ประมาณเท่าๆ กับขวดน้ำพลาสติก ขนาด 500 cc. ที่เราถือเดินกันทั่วๆ ไปเสียอีก แต่พอมาเห็นกล่องของจริงแล้ว ใหญ่กว่าที่คิดเอาไว้มากๆ

ด้านหน้ากล่อง มีรูปตัวเครื่องฟอกอากาศ ด้านหลังจะเป็นสเปคของเครื่อง ด้านซ้าย จะบอกถึงหลักการ การทำงานของเครื่องฟอกอากาศ แบบเป็นขั้นเป็นตอน และ ด้านขวาของกล่องบอกถึงสรรพคุณ คุณสมบัติของเครื่อง ว่ามันสามารถฟอกอากาศ หรือ ฆ่าเชื้ออะไรได้บ้าง ซึ่งรายละเอียดมีอยู่ดังต่อไปนี้

  1. ควันบุหรี่ (Smoke) มันสามารถช่วยฟอกอากาศ ที่มีส่วนผสมของควันบุหรี่ ควันไฟ หรือ ควันอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี แต่ไม่สามารถกลิ่นที่เกิดมาจากก๊าซ ได้ อาทิเช่น กลิ่นตด เป็นต้น
  2. มลพิษทางอากาศด้านจราจร (Traffic Pollution) ช่วยกำจัดมลพิษจากควันรถยนต์ รถบรรทุก อย่างเช่น ก๊าซคาบอนไดออกไซด์ (Co2) ที่มีขนาดอนุภาคที่ใหญ่
  3. เชื้อรา (Mold) มีความสามารถช่วยกำจัดเชื้อรา ที่ลอยอยู่ในอากาศได้ โดยเขาบอกว่า สามารถกำจัดสปอร์ของเชื้อราที่ลอยอยู่ในอากาศ ได้ 88% ภายในระยะเวลา 3 ชั่วโมง
  4. ขนสัตว์หรือรังแคสัตว์ (Pet Allergen) ช่วยกำจัดหรือฟอกอากาศจากขนสัตว์ หรือ รังแคจากสัตว์ ที่ลอยอยู่ในอากาศได้ อันเป็นสาเหตุก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้ สำหรับใครที่ชอบเลี้ยงสัตว์ ต้องเปิดเครื่องใช้เลย
  5. แบคทีเรียหรือไวรัส (Bacteria and Virus) สามารถกำจัดแบคทีเรีย หรือ ไวรัส ต่างๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศ เป็นจำนวนมากได้ ไม่ว่าจะเป็น เชื้อหวัด หรือแม้แต่ ไวรัสยอดนิยมอย่างไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ H1N1 หรือ ไข้หวัด SARs ก็สามารถฟอกได้เช่นกัน
  6. ละอองเกสรดอกไม้ (Pollen) มีส่วนช่วยให้เกิดการแพ้ คัดจมูก หรือ เกิดปัญหาทางด้านทางเดินหายใจ ของมนุษย์ได้ โดยเครื่องฟอกอากาศประจุลบนี้ สามารถส่งประจุลบ เข้าไปจัดการให้ลอยมาติดตัวดักจับฝุ่นละออง ที่เครื่องได้
  7. มลพิษทางอากาศจากโรงงานอุตสาหกรรม (Industrial Pollution) หากใครที่บ้านเรือน ที่พักอาศัย ตั้งอยู่ใกล้แหล่งโรงงานอุตสาหกรรม หรือ นิคมอุตสาหกรรม ต่างๆ นั้น เป็นแหล่งที่สุ่มเสียง ที่จะก่อให้เกิดปัญหาด้านทางเดินหายใจ เพราะโรงงานต่างๆ ผลิตฝุ่นละออง ควัน ต่างๆ มาอย่างหลากหลาย เครื่องฟอกอากาศประจุลบ นี้จะสามารถกำราบ มันได้เช่นกัน

ข้างใน กล่องเครื่องฟอกอากาศ LightAir มีอะไรบ้าง ?

ด้านในกล่องเมื่อถูกแกะออกมาแล้วจะพบกับกล่องกระดาษขนาดใหญ่ มี 2 ฝาแนบชิดติดกันอยู่ เพื่อป้องกันการกระแทกอย่างแรก เนื่องจากตัวเครื่องเป็นโลหะ และ อะคริลิค คิดว่าทางผู้ผลิตกลัวเครื่องได้รับการกระแทก และ เสียหาย

คราวนี้ลองแกะอุปกรณ์ ส่วนประกอบทั้งหมดของ เครื่องฟอกอากาศประจุลบ นี้มาวางด้านนอกให้ครบๆ พร้อมถ่ายรูปให้ดูกันอีกครั้งว่ามีส่วนประกอบอะไรบ้าง

Light Air IonFlow 50 Component
อุปกรณ์ เครื่องฟอกอากาศ LightAir ทั้งหมด ภายในกล่อง

เมื่อเอาออกมาวางข้างนอกแล้ว อุปกรณ์ที่ให้มามีอยู่ทั้งหมด 6 ชิ้นหลักๆ ด้วยกัน ซึ่งการประกอบ ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย แต่ก่อนอื่น ขออธิบายอุปกรณ์ที่ให้มาแบบเรียงจากซ้ายไปขวาก่อน

  1. เครื่องกำเนิดไออน และ เข็มโคโรน่า (Ion Generator & Corona Needles) หรือเรียกว่า ตัวสร้างประจุลบ ที่เป็นลักษณะทรงกระบอกทึบสีน้ำตาเข้ม เอาไว้ใช้ในการสร้างประจุลบ ด้วยเข็มโคโรน่า (Corona Needles) เพื่อปล่อยไปในอากาศ ซึ่งตัวเข็มโคโรน่า นี้จะอยู่ด้านบนสุดของตัวเครื่อง (ทรงกระบอก)
  2. ฐานเครื่องฟอกอากาศ (Stand) หรือ ขาตั้งของเครื่อง มีลักษณะเป็นกระบอกใส ผลิตจากวัสดุอะคริลิค (ไม่ใช่กระจก) คุณภาพดี ที่มีความหนาสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงฐานด้านล่าง จึงทำให้มั่นใจว่าแข็งแรง และรับน้ำหนักตัวเครื่องได้อย่างแน่นอน ส่วนสาเหตุที่มันใสนั้นเพราะ ใต้กระบอกน้ำตาล จะมีไฟ LED อยู่ 3 ดวง สามารถเปิดได้เป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งห้อง ประดับบ้าน
  1. สวิตช์ควบคุม (Control Switch) มีลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมๆ ด้านบนเป็นสวิตซ์ควบคุม เพื่อเปิดปิดเครื่อง ซึ่งจะมี 2 ระดับ คือ
    1. กดปุ่มครั้งแรก (ระดับแรก) : เปิดเครื่องฟอกอากาศประจุลบ
    2. กดปุ่มครั้งที่สอง (ระดับสอง) : เปิดเครื่องฟอกอากาศประจุลบ และ ไฟ LED
    3. กดปุ่มครั้งที่สาม (ปิดเครื่อง)
  2. พลาสติกรูปตัว L (Protective Guard Component) ติดกับวงกลม 2 อันด้านล่างแล้วจะมีลักษณะเป็นซี่ๆ ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 32 อัน (ซี่) ใช้เพื่อปิดป้องกันมือเด็กเล็ก ที่อาจจะไปสัมผัสกับตัวที่ดักฝุ่น (Dust Collector) โดยตรง อาจจะเกิดกระแสไฟฟ้าสถิต ได้
  3. วงกลม 2 อัน (Protective Guard Component) ใช้ยึดเกี่ยวติดกับพลาสติกรูปตัว L ทั้งหมด ด้านบน และ ด้านล่าง (รูปประกอบดูด้านล่าง)
  4. หม้อแปลงอะแดปเตอร์ พร้อม สายไฟ (Adapter) มาพร้อมกับสายไฟยาวเกือบๆ 2 เมตร ซึ่งสามารถรับไฟได้ตั้งแต่ขนาด 100V – 240V ได้ เรียกได้ว่าใช้ได้ทั้งไฟฟ้าบ้านเรา (220V) และต่างประเทศที่ใช้ระบบไฟ 110V ด้วยเช่นกัน
  5. เอกสารคู่มือการใช้งาน ใบรับประกัน พร้อม แปรงทำความสะอาดเครื่อง (Documents / Warranty Card and Brush)
Light Air IonFlow 50 Document and Brush
(1) ใบรับประกันเครื่อง (2) คู่มือการใช้งานภาษาไทย (3) คู่มือภาษาอังกฤษ และ นานาชาติ (4) แปรงทำความสะอาดเข็มโคโรน่า และ ตัวเครื่อง

เริ่มประกอบ เครื่องฟอกอากาศประจุลบ LightAir

และเนื่องจากวันที่ไปรับของ ทางทีมงานเขาได้สาธิตวิธีการประกอบเครื่องอย่างถูกวิธีเป็นที่เรียบร้อย ทำให้หลังจากเปิดกล่องออกมา ผมได้ทำการประกอบเครื่องฟอกอากาศประจุลบ นี้ได้ไม่ยากเลย

เปิดใช้งาน เครื่องฟอกอากาศประจุลบ LightAir รุ่น IonFlow 50

เมื่อนำอะแดปเตอร์ ไปเสียบปลั๊ก และต่อสวิตซ์ ต่างๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ก็ได้เวลาเปิดเครื่องแล้ว โดยทำการเปิดสวิตซ์ครั้งแรก ซึ่งตอนแรกก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย แต่ทางทีมงานเขาบอกว่า ให้ตรวจสอบว่าเครื่องเริ่มทำงานแล้วหรือยังให้ดูจากไฟ LED ที่อยู่ด้านบนสุดของตัวเครื่องฟอกอากาศ ว่าเปิดหรือไม่ เมื่อชะโงกไปดูก็พบว่าเครื่องเปิดทำงาน โดยไฟ LED สีน้ำเงินติด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Light-Air IonFlow 50 Working
ไฟ LED เมื่อติด จะแสดงถึงสถานะการทำงานของ เครื่องฟอกอากาศประจุลบ LightAir ว่าเริ่มทำงาน ปล่อยประจุลบ ออกมาแล้ว

เมื่อซูมเข้าไปในระยะใกล้ของ ตัวเข็มโคโรน่า (Corona Needles) แล้ว จะมีข้อสังเกตุอยู่อีกอย่างนึงคือ เข็มโคโรน่า จะฝังอยู่ในวงกลม และมีแท่งพลาสติกยื่นออกมา ทั้ง 4 มุม 4 ด้านของวงกลม ซึ่งเจ้าแท่งนี้จะมีทั้ง 3 เข็มเลย โดยสาเหตุที่มีแท่งพลาสติกแบบนี้ก็เพราะว่าจะมาห่อหุ้มเข็ม ไม่ให้เราเอานิ้วไปโดน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ทิ่มตำนิ้ว และเพื่อป้องกัน วัตถุอื่นๆ ไปโดนและสร้างความเสียหายแก่เข็มนี้ ได้ เพราะค่อนข้างที่จะเซนซิทีฟ มากๆ และถือเป็นหัวใจสำคัญของเจ้าเครื่องนี้เลย การทำความสะอาดตรงจุดนี้ เพียงแค่ใช้แปรงปัด ปัดฝุ่นออกพอ โดย “ห้าม” ให้นำไปล้างน้ำ หรือแม้แต่ ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ด เลยทีเดียว

หมายเหตุ : จากรูปที่เห็นด้านบน ในมีการใส่ตัวครอบ (Protective Guard) เพื่อป้องกันการสัมผัสโดยตรงกับตัวดักจับฝุ่นละออง (Dust Collector) ซึ่งผู้ผลิตบอกว่า ตัวครอบนี้ มีเอาไว้ให้ใส่เพื่อเหตุผลของความสบายใจเท่านั้น โดยมัน ไม่ใช่อุปกรณ์บังคับที่จะต้องติดตั้งครอบมันทุกครั้งขณะใช้งาน

หลังใช้งาน เครื่องฟอกอากาศประจุลบ LightAir มา 3 วัน

เมื่อติดตั้งเสร็จ ผมจึงยกตัวเครื่อง จากที่วางอยู่บนพื้นห้อง ไปวางอยู่บนโต๊ะกระจกรับแขก (ที่ไม่เคยมีแขกมานั่งเลย) แล้วเปิดเครื่องทิ้งเอาไว้เป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์ ซึ่งเวลาผ่านไป 12 ชั่วโมงแรก โดยได้เปิดเครื่องตอน 11 โมงเช้า (11AM) มาดูเครื่องอีกทีตอน 5 ทุ่ม (11PM) ผมยังสังเกตุเห็นฝุ่นมาเกาะที่ตัวดักจับฝุ่นละออง น้อยเอามากๆ (แทบไม่เห็นเลย) จนคิดว่าเครื่องเสียหรือเปล่า แต่เนื่องจากห้องคอนโดมิเนียม ที่ผมอยู่ได้ปิดกระจกหมด ฝุ่นละอองจึงอาจจะเล็ดลอดเข้ามาน้อยหรือเปล่า (คิดไปเอง) แต่ก็ยังคงเปิดเครื่องให้มันทำงานต่อไปจนข้ามคืน

มาตอนเช้าของอีกวัน (วันที่ 2) เมื่อมีการทำอาหารเช้า (8 โมงเช้า หรือ 8AM) ก็ได้มีการเปิดหน้าต่างห้อง เพื่อระบายอากาศ ในการทำอาหารเช้า ทอดไข่ดาว ตามปกติ และก็ออกจากห้องไป โดยที่ไม่ได้สังเกตุ กลับมาดูอีกที ตอนกลางคืนพบว่า มีฝุ่นมาเกาะเยอะกว่าเมื่อวาน แต่ก็ยังไม่เห็นชัดเจน เพราะต้องส่องด้วยไฟฉาย จากไฟแฟลชของมือถือไอโฟน (iPhone) แบบแนวเฉียง ส่วนที่เหลือ ขอสรุปเป็นคำถาม คำตอบ (ถามเองตอบเอง) ดังต่อไปนี้

ถาม : ผลกระทบด้านสุขภาพ เป็นอย่างไรบ้าง ?

ตอบ : ก็รู้สึกปกติเหมือนเดิม ไม่มีอะไรแตกต่างกับตอนไม่มีเครื่องฟอกอันนี้

ถาม : เครื่องฟอกอากาศ มีเสียงดังหรือเปล่า ?

ตอบ : ส่วนตัวผมไม่ได้ยินเลย แต่ในเอกสารรายละเอียดสินค้าของ ทางผู้ผลิตบอกว่า เครื่องนี้มีการส่งเสียงเหมือนกัน แต่อยู่ในระดับที่เบามากๆ ซึ่งต่ำกว่า 5 เดซิเบล (dB) ซึ่งเครื่องฟอกอากาศส่วนใหญ่มีระดับเสียงอยู่ที่ 35 – 80 เดซิเบล

ถาม : วางเครื่องไว้ตำแหน่งไหนดีที่สุด ?

ตอบ : เพื่อประสิทธิภาพ การฟอกอากาศที่ดีที่สุด ควรวางเครื่องฟอกอากาศประจุลบ ตัวนี้ให้ห่างผนังหรือเฟอร์นิเจอร์ เป็นระยะอย่างน้อย 1 เมตร เพราะหากวางใกล้เพดาน ผนัง หรือ เฟอร์นิเจอร์ สิ่งเหล่านั้นอาจเกิดคราบสกปรกได้

ถาม : กลิ่นในห้องดีขึ้นมั้ย ?

ตอบ : กลิ่นอับในห้องจะเหมือนเดิม แต่กลิ่นสารระเหยต่างๆ อาทิเช่น น้ำยาเช็ดพื้น ทำความสะอาด กำจัดได้ดีขึ้น

ถาม : ฝุ่นมาเกาะที่เฟอร์นิเจอร์ ต่างๆ น้อยลงหรือไม่ ?

ตอบ : น้อยลง คิดว่าตัวฝุ่นละอองที่ลอยมาในอากาศ ไปจับตัวกับตัวเครื่องนี้หมด

ถาม : กินไฟมากมั้ย ?

ตอบ : ส่วนตัวยังไม่ทราบ เพราะเพิ่งใช้งานมาไม่นาน เพียงแค่ 7 วันเท่านั้น แต่ทางผู้ผลิตบอกอีกเช่นกันว่า กินไฟแค่ 7 วัตต์ ต่อชั่วโมงเท่านั้น สามารถใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งภายใน 24 ชั่วโมง (1 วัน) เขาบอกว่าจะเสียค่าไฟเป็นจำนวน 0.46 บาท และ 1 เดือนจะเสียค่าไฟทั้งสิ้น 0.46 * 30 วัน เท่ากับ 13.80 บาท เท่านั้น

วิธีทำความสะอาด ตัวดักจับฝุ่นละออง (Dust Collector)

เนื่องจาก เครื่องฟอกอากาศประจุลบ ทั่วๆ ไปจะมีหลักการคือ ปล่อยประจุลบเข้าไปในอากาศ เพื่อให้ไปจับกับฝุ่นละออง แล้ว ฝุ่นละออง ควัน เขม่า ละอองเกสร เชื้อรา ฯลฯ ต่างๆ จะลอยย้อนกลับมาติดกับ ตัวดักจับฝุ่นละอออง ที่มีคุณสมบัติคล้ายแม่เหล็กดูดฝุ่น ทีนี้วิธีการทำความสะอาดมัน ก็ไม่ยาก เพียงแค่ถอด ตัวดักจับฝุ่นละออง ที่เป็นทรงกระบอก ออกมาโดยการดึงขึ้นจากตัวเครื่องกำเนิดไอออน (ท่อนบน) แล้วสามารถนำไปล้างด้วยน้ำเปล่าได้เลย

  1. ทำความสะอาดโดยน้ำเปล่า โดยล้างผ่านน้ำไหล หรือ ใช้ผ้าชุบน้ำ หรือ ฟองน้ำที่มีลักษณะนุ่มเพื่อเช็ดน้ำออก
  2. ใช้ผ้านุ่มสะอาด เช็ดให้แห้ง
  3. ใส่ตัวดักจับฝุ่นละออง กลับเข้าไปยังเครื่องฟอกอากาศ LightAir ตามคำแนะนำ
Light Air IonFlow 50 Dust Collector Washing
สามารถทำความสะอาด ตัวดักจับฝุ่นละออง (Dust Collector) ด้วยน้ำสะอาด ได้เลย

บทสรุปการใช้งาน เครื่องฟอกอากาศประจุลบ LightAir IonFlow 50

หลังจากการใช้งานมากว่า 1 สัปดาห์ พบว่ามีฝุ่นมาติดที่ ตัวดักจับฝุ่นละออง ของ เครื่องฟอกอากาศประจุลบ อยู่จำนวนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นขนาดเล็กมากๆ รวมไปถึง ขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายๆ กับขนสุนัข หรือ ขนแมว จำนวน 2 เส้น (ซึ่งในห้องก็ไม่ได้มีสัตว์เลี้ยงนะ) แต่ต้องมองเฉียงๆ แล้วเอาไฟฉายส่อง ถึงจะเห็นฝุ่น ถ้ามองด้านตรง ยังไม่เห็นชัดเท่าไหร่ การถ่ายรูปผมพยายามหามุมกล้องสุดความสามารถแล้ว ก็ยังถ่ายได้ไม่ชัดอยู่ดี ซึ่งภาพที่พยายามถ่ายมาได้ก็ประมาณด้านล่างนี้

Light Air IonFlow 50 After Used 3Days
เนื่องจากการที่จะเห็นฝุ่นเกาะได้ ต้องมีมุมแสงที่พอเหมาะ ในการถ่ายรูป พยายามถ่ายแล้ว แต่มองไม่เห็น แต่ถ้ามองด้วยตาเปล่าแบบเฉียงๆ จะเห็นฝุ่นเกาะอยู่พอสมควรแล้ว

ใช้งานเครื่องฟอกอากาศประจุลบมา 1 เดือน จะมีลักษณะอย่างไร

เนื่องจากรีวิวฉบับนี้ที่เขียนมามีโอกาสทดลองใช้งานได้เพียงแค่ 3 วัน แต่เรามีผมก็มีภาพที่ทางทีมงาน LightAir ได้ทดลองใช้โดยที่ไม่ได้ทำความสะอาดมา 1 เดือนเต็มๆ โดยเป็นการเปิดเครื่องแบบไม่ได้ปิดเครื่องเลย 24 ชั่วโมง ต่อเนื่อง 30 วัน ลักษณะของตัวดักจับฝุ่นละออง จะเป็นอย่างไร ดูภาพด้านล่างนี้เลย

และก่อนจะจากกัน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ก่อนจากกันขอฝาก ข้อดี ข้อเสีย ของเจ้าเครื่องฟอกอากาศตัวนี้กันหน่อย ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ข้อดี 🙂

  • ไม่มีไส้กรองอากาศ ดังนั้นจึงไม่ต้องเปลี่ยนเลย
  • ค่าบำรุงรักษาต่ำมาก จนแทบจะไม่มีเลย เพราะวัสดุแต่ละอย่างเป็นของที่ใช้ได้ทนนาน
  • ประหยัดไฟมากๆ เพียงแค่ 7 วัตต์ ต่อชั่วโมง หรือ 0.46 บาท ต่อวัน
  • เสียงเงียบมากๆ ไม่ถึง 10 dB วางอยู่ในห้องจนแทบจะไม่ได้ยินเลย
  • สามารถใช้ประดับเป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน ครัวเรือน สำนักงาน ร้านค้า ได้ด้วย
  • ราคาไม่แพง เนื่องจากเครื่องฟอกอากาศส่วนมาก ที่รองรับขนาดห้องได้มากกว่า 50 ตรม. นั้นราคาจะอยู่ประมาณ 2 หมื่นปลายๆ เฉียดๆ 3 หมื่นเลยทีเดียว

ข้อเสีย 🙁

  • เนื่องจากเครื่องฟอกอากาศ LightAir ตัวนี้มีเสียงเงียบมากๆ แต่ก็ส่งผลให้เกิดข้อเสียได้เช่นกัน คือ ยากที่จะรู้ว่าเครื่องนั้นกำลังทำงานอยู่หรือเปล่า ต้องเดินเข้าไปดูไฟสีน้ำเงินที่อยู่ใกล้ๆ ด้วยตัวเอง
  • การวางตำแหน่งที่วางเครื่องที่เหมาะสมของเครื่องฟอกอากาศประจุลบ ตัวนี้คือจะต้อง หากจากผนัง หรือ เฟอร์นิเจอร์ อย่างน้อย 1 เมตร หากวางใกล้เกินไป บางพื้นที่จะมีฝุ่นที่เป็นคราบน้ำมันบนลอยในอากาศ อาจทำให้ผนัง หรือเฟอร์นิเจอร์สกปรกได้
  • สามารถการกำจัดกลิ่นทุกชนิดที่เป็นกลิ่น ปราศจากอนุภาค จะไม่สามารถกำจัดได้ อาทิเช่น กลิ่นตด เนื่องจากเป็นก๊าซ ไม่มีขนาด รวมไปถึงกลิ่นก๊าซหุงต้มในบ้าน
  • เป็นเทคโนโลยี ที่ไม่เคยได้ยินมากเท่าไหร่ในเมืองไทย ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยรู้จักและมั่นใจว่ามันคืออะไร แต่ว่าเครื่องฟอกอากาศประเภทนี้ ในต่างประเทศเป็นที่ยอมรับอย่างมาก


คลิปวีดีโอแนะนำผลิตภัณฑ์ เครื่องฟอกอากาศประจุลบ LightAir IonFlow 50 เป็นภาษาอังกฤษ

12 ความคิดเห็น

  1. ถ้าที่บ้านเลี้ยงแมวเยอะ20ตัว ใช้แบบไหนดีคะ คือเลี้ยงในบ้านค่ะ ปกติจะดูดฝุ่นทุกวัน ขอบคุณค่ะ

  2. เทียบเรื่องอากาศที่ให้ ความเบาสบายจมูก รู้สึกโล่งจมูก lightair กับ sharp plasmacluster จากการใช้งาน ตัวไหนดีกว่ากัน

    • อันนี้ความเห็นส่วนตัวนะครับ ผมแนะนำว่า เป็น Sharp Plasmacluster ครับ เพราะตัว Lightair จะเป็นตัวที่เอาไว้ดักจับฝุ่นละออง พวกเขม่า ต่างๆ ได้ดีกว่าครับ

  3. ถ้าเป็นห้องที่เปิดพัดลมจะใช้เครื่องนี้ได้ไหมครับเพราะเวลาเปิดพัดลมเครื่องกรองอากาศจะโดนลมพัดจนฝุ่นกระจายไหมครับหรือเหมาะจะใช้ได้ดีในห้องที่เปิดแอร์ครับ

    • เรื่องการใช้ในห้องพัดลมหรือแอร์ ผมว่าไม่น่ามีปัญหานะครับผม เพราะผมก็ใช้อยู่ในห้องที่มีทั้งคู่

      โดยหลักการของมันคือ มันเหมือนเป็นแม่เหล็กดูดจับฝุ่นที่มีอนุภาคเล็กมากๆ (ฝุ่นขนาดเล็กมาก) ดังนั้น ไม่ว่าฝุ่นจะถูกเป่าพัดด้วยพัดลม เครื่องปรับอากาศ หรือจะลอยอมาเองตามธรรมชาติ เมื่อเข้าใกล้เครื่องฟอกอากาศตัวนี้ ก็จะลอยเข้ามาติดที่ดักจับฝุ่นเองครับผม

  4. ชอบรีวิวมากครับละเอียดมาก..ได้อ่านรีวิวเครื่องฟอกอากาศของ sharp แล้วด้วยครับ อยากให้ช่วยแนะนำหน่อยครับ ระหว่างsharp กับ Ionflow คือที่บ้านมีคนสูบบุหรี่ในบ้านก็พยายาม หาวีธีให้กลิ่นเข้ามาในห้องที่ผมอยู่น้อยที่สุด แต่ตอนเช้าทุกวันจะคุณพ่อจะสูบบุหรี่ก่อนไปทำงาน ผมจะตื่นทีหลังบางทีจะได้กลิ่นบุหรี่อ่อนๆอยู่ภายในห้อง ถ้าช่วงไหนร่างกายอ่อนแอจะได้กลิ่นบุหรี่ไวกว่าปกติ
    ถ้ากลิ่นบุหรี่อ่อนๆในห้องที่เล็ดรอดเข้ามา เครื่องฟอกSharp น่าจะพอเอาอยู่ไหมครับ
    ขอบคุณครับ

    • ขอบคุณมากๆ ครับที่เข้ามาอ่านรีวิว ส่วนเรื่องของ กลิ่นบุหรี่ ตัว Sharp น่าจะเอาอยู่ครับผม

  5. ขอบคุณสำหรับรีวิวนะค๊ะ กำลังหาข้อมูลตัวนี้อยู่ ลูกชาย 1.8 ขวบเป็นภูมิแพ้ ขยี้ตา จมูก แทบทั้งวัน ตัวนี้น่าจะช่วยได้

    • ราคาอยู่ประมาณ 2 หมื่นกว่าบาทครับผม หาซื้อได้ผมเห็นมีขายอยู่ที่ร้าน Gizman นะครับ ลองดูสาขาใกล้บ้านได้ที่เว็บเค้าได้เลยครับผม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here