Mister Robot Hybrid Camera Map

Mister Robot Hybrid Camera Map Featured Image
หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น Mister Robot Hybrid Camera Map

กลับมาพบกับการรีวิว หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น Mister Robot Hybrid Camera Map จากค่าย Mister Robot กันอีกครั้ง หลังจากที่หายไปอยู่พักใหญ่ๆ โดยตัวนี้เป็นรุ่นที่ 3 ของตระกูล “Hybrid (ไฮบริด)” ที่มีความสามารถทั้ง การดูดฝุ่น และ การถูพื้นแบบเปียก ดังที่เคยรีวิวมาแล้วก่อนหน้านี้ 2 รุ่น แต่ว่ารุ่นนี้ มันมีการพัฒนาต่อยอดไปจน มันสามารถนำทาง และ สร้างแผนที่ด้วย กล้องสร้างแผนที่จำลอง ได้แล้ว

ในขณะที่ความสามารถอื่นๆ ที่โดนเด่นจากรุ่นก่อนๆ ก็ยังคงเก็บรักษาเอาไว้ให้มีในรุ่นนี้เหมือนเดิม อาทิ มันเป็นได้ทั้ง หุ่นยนต์ดูดฝุ่น (Robot Vacuum Cleaner) และ หุ่นยนต์ถูพื้นแบบเปียก (Wet Floor Mopping Robot) และ ตัวเครื่องมีขนาดเล็กมาก มีคล่องตัวสูง แต่ยังคงมีถังน้ำขนาดใหญ่ สามารถจุน้ำถูพื้นได้มาก แถมยังมี แปรงกวาดหลัก มาให้เลือก 2 ออปชั่น ด้วยกันคือ แปรงขนแบบเกลียว และ แปรงยางทรงวี นอกนั้นก็มีออปชั่น รีโมทคอนโทรล และยัง สามารถตั้งเวลาทำความสะอาดได้ อีกด้วย ลองดูคลิปวีดีโอแนะนำจากทางแบรนด์ด้านล่าง

ด้านล่างนี้เป็นเมนูลัด (Shortcut Menu) สำหรับเข้าถึงเนื้อหาส่วนต่างๆ ที่มีอยู่มากมาย ได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องมานั่งไล่อ่านจากข้างบนลงข้างล่าง

  1. รู้จักกับ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Mister Robot กันก่อน
  2. ข้อแตกต่างการนำทาง ระหว่าง หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น Mister Robot ตระกูล Hybrid ทั้ง 3 รุ่น
  3. แกะกล่อง หุ่นยนต์ดูดฝุ่น
  4. อุปกรณ์ที่ให้มาภายใน กล่องผลิตภัณฑ์
  5. ข้อมูลจำเพาะ ข้อมูลทางเทคนิค ของเครื่อง
  6. คุณสมบัติ และ ความสามารถหลักๆ ของ Mister Robot Hybrid Camera Map
  7. สำรวจส่วนประกอบรอบๆ ตัวเครื่อง
  8. เริ่มต้นการใช้งานเครื่องจริง
  9. คำถามที่คุณต้องอยากรู้ (FAQs) เกี่ยวกับการใช้งาน
  10. บทสรุปการใช้งาน

และด้านล่างนี้เป็นคลิปวีดีโอ รีวิวหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น Mister Robot Hybrid Camera Map อย่างละเอียดยิบ จากทาง Thanop.com เอง ลองสละเวลาดูสักครู่ แล้วจะเข้าใจกระบวนการทำงานต่างๆ ได้อย่างถ่องแท้มากขึ้น

รู้จักกับหุ่นยนต์ดูดฝุ่น แบรนด์ Mister Robot

Mister Robot Logo
โลโก้ มิสเตอร์โรบอท (Mister Robot Logo)

คุณสามารถทำความรู้จักกับ ประวัติที่มาที่ไปของ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Mister Robot ให้มากกว่านี้ พร้อมรายละเอียดติดต่อ สถานที่สั่งซื้อ ฯลฯ ได้ที่ลิงค์เชื่อมต่อไปยังหน้ารายละเอียดด้านล่างนี้เลย

⇒ ทำความรู้จักกับ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Mister Robot

ข้อแตกต่างการนำทาง ระหว่าง หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น Mister Robot ตระกูล Hybrid ทั้ง 3 รุ่น

สำหรับรายละเอียดคร่าวๆ ของรุ่นก่อนหน้านี้ ที่ได้รีวิวไป ทั้ง 2 รุ่น ในมุมของการนำทาง ความฉลาดในการวิ่งทำความสะอาด ก็จะเป็นดังต่อไปนี้ (สังเกตดูว่าชื่อก็ยาวขึ้นไปเรื่อยๆ)

  1. รุ่นแรก (Mister Robot Hybrid) : วิ่งแบบสุ่มเส้นทางไปเรื่อย โดยใช้เซ็นเซอร์แบบอินฟราเรดจับวัตถุที่อยู่รอบๆ ตัว หากเจอแท่นชาร์จ ก็ค่อยวิ่งเข้าหา (อ่านรีวิวรุ่น Hybrid)
  2. รุ่นสอง (Mister Robot Hybrid Mapping) : เพิ่มความฉลาดให้กับหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ในการประมวลผล โดยการให้เครื่องจดจำพื้นที่ที่ได้ทำความสะอาดไปแล้ว และ ยังไม่ได้ทำความสะอาด ที่เรียกว่า “ระบบ Mapping” การวิ่งทำความสะอาด จะวิ่งเป็นเส้นตรงสลับไปมา เรื่อยๆ ไม่วิ่งมั่วไปมั่วมา โดยยังคงใช้ เซ็นเซอร์แบบอินฟราเรด ในการตรวจจับสิ่งรอบข้าง (อ่านรีวิวรุ่น Hybrid Mapping)
  3. รุ่นสาม (Mister Robot Hybrid Camera Map) : มีการจดจำพื้นที่เหมือนกับ รุ่น Hybrid Mapping แต่ใช้ กล้องสร้างแผนที่จำลอง ในการถ่ายภาพ แทนการใช้ เซ็นเซอร์แบบอินฟราเรด ทำให้วิ่งครอบคลุมพื้นที่ และ แม่นยำ มากกว่าตัวอื่นๆ

แกะกล่อง หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น Mister Robot Hybrid Camera Map

Mister Robot Hybrid Camera Map Box
กล่องผลิตภัณฑ์ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น Mister Robot Hybrid Camera Map

มาสำรวจสอบๆ กล่องผลิตภัณฑ์ของ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น Mister Robot Hybrid Camera Map กันดูบ้างว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

ตัวกล่องผลิตภัณฑ์มาในขนาดที่เล็กกระทัดรัด โดยกล่องมีขนาดมิติ (Dimension) อยู่ที่ ยาว (L) 560 x กว้าง (W) 120 x สูง (H) 370 มิลลิเมตร (วัดเองด้วยตลับเมตร) และมี น้ำหนักสินค้ารวมกล่อง (Gross Weight) อยู่ที่ประมาณ 4.9 กิโลกรัม (ชั่งเองด้วยเครื่องชั่งน้ําหนักดิจิตอล) เท่านั้น สีกล่องจะเน้นใช้ใช้โทนสีขาว เป็นหลัก ผสมผสานด้วยโดย สีฟ้า เข้ามาแซมเล็กน้อย

ด้านหน้ากล่อง : ตัวรูปถ่ายตัวเครื่องในแนวตั้งอยู่ด้านขวามือ ที่สังเกตได้เด่นๆ เลยคือ ด้านบนของตัวเครื่องจะมีเลนส์ของกล้องอยู่ด้านบน (เหนือ “ปุ่ม AUTO”) ลักษณะคล้ายๆ ลูกตา แต่มีตาเดียว พร้อมกับภาพขยายซูมไปที่กล้อง ด้านซ้ายมือมีเขียนคุณสมบัติเด่น อีก 2 ข้อย่อยคือ ถังน้ำขนาดความจุ 300 มิลลิลิตร และ แปรงยางทรงวี (V-Shape Rubber Brush) ที่ช่วยดูดเส้นผมยาว ได้เป็นอย่างดี โดยไม่ไปพันรอบๆ แปรง

ด้านหลังกล่อง  : เป็นรูปเครื่องเช่นกัน แต่วางในแนวนอนทแยง พร้อมกับภาพการเปรียบเทียบ การทำงานระหว่าง การมีระบบ Mapping และ หุ่นยนต์ดูดฝุ่นทั่วๆ ไป ที่ไม่มีระบบ Mapping ว่าแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด และก็ยังมีตัว QR Code อยู่ทางมุมซ้ายล่าง ที่เมื่อสแกนเข้าไปแล้ว จะพาไปยังเว็บไซต์ ของผลิตภัณฑ์ (www.misterrobotcleaner.com) นั่นเอง

ด้านซ้ายกล่อง : มีบอกความสามารถของตัวเครื่องหลักๆ ทั้ง 6 อย่าง ในรูปแบบของ รูปภาพกราฟฟิก พร้อมคำบรรยายสั้นๆ ข้างใต้ หลักๆ ก็จะมี ระบบ Mapping แบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน ถังน้ำ และอื่นๆ (คุณสมบัติและความสามารถ ของ Mister Robot Hybrid Camera Map เพิ่มเติม)

ด้านขวากล่อง : มีรูปมุมมองด้านบนของตัวเครื่อง พร้อมบอกคุณสมบัติของถังน้ำ ที่ใช้ในการถูพื้นแบบเปียก (เอกลักษณ์เด่นของ Mister Robot ตระกูล Hybrid มาช้านาน) และ ด้านล่างเป็นตารางบอกสเปคเครื่องสั้นๆ (ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค ของ Mister Robot Hybrid Camera Map เพิ่มเติม)

อุปกรณ์ที่ให้มาภายใน กล่องผลิตภัณฑ์ Mister Robot Hybrid Camera Map

เมื่อเปิดฝากล่องผลิตภัณฑ์ Mister Robot Hybrid Camera Map ออกมา ก็จะพบกับ แผ่นกระดาษแข็งขึ้นรูป วางปิดทับอุปกรณ์ทั้งหมด อีกชั้น โดยมีคู่มือการใช้งานภาษาไทย วางอยู่ข้างบนอีกทีหนึ่ง และเมื่อนำ แผ่นกระดาษแข็งออก ก็จะเห็นตัวเครื่อง พร้อมอุปกรณ์เสริมต่างๆ วางอยู่อย่างเป็นระเบียบ (ดูตามหมายเลข จากรูปประกอบด้านล่างได้เลย)

Mister Robot Hybrid Camera Map Component
อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องผลิตภัณฑ์ Mister Robot Hybrid Camera Map

1. Mister Robot Hybrid Camera Map (หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น x 1 เครื่อง)

เครื่อง หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น Mister Robot Hybrid Camera Map เป็นเครื่อง แบบทรงกลม (Round Shape) มีขนาดมิติ อยู่ที่ 310 x 310 x 72 มิลลิเมตร มีขนาดค่อนข้างเล็ก (มีความสูงเพียง 7.2 เซนติเมตร เท่านั้น) ขณะที่น้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 2.5 กิโลกรัม ถือว่าเบาเลยทีเดียว สำหรับวัสดุบนตัวเครื่องเป็นพลาสติกใสมีลายจางๆ ดูแล้วสะอาดตา

2. Charge Base (แท่นชาร์จ x 1 ชุด)

แท่นชาร์จ (Charge Base) หรือบางยี่ห้อ บางสำนัก อาจเรียกว่า “Charging หรือ Docking Station” จัดเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์สำคัญ ที่เปรียบเสมือนบ้านของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น มีหน้าที่เอาไว้ใช้ชาร์จไฟ เข้าไปยังตัวเครื่องหุ่นยนต์ดูดฝุ่น โดยมันจะชาร์จผ่านขั้วโลหะที่อยู่ด้านหน้าของแท่นชาร์จ เข้าไปยัง ขั้วโลหะที่อยู่ด้านล่างของของตัวเครื่อง

และนอกจากนี้แล้ว เวลาที่หุ่นยนต์ดูดฝุ่น เสร็จสิ้นภารกิจ การทำงานในแต่ละครั้ง มันก็จะวิ่งเข้ามาจอดที่ แท่นชาร์จ โดยอัตโนมัติ เพื่อชาร์จไฟให้เต็มแบตเตอรี่ และ รอการปฏิบัติงาน ในครั้งต่อไปอีกด้วย

3. Adapter Set (ชุดอะแดปเตอร์ชาร์จไฟ x 1 ชุด)

อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ มีหน้าที่ แปลงไฟจาก ไฟบ้าน (ไฟฟ้ากระแสสลับ – AC Power) ไปเป็น ไฟที่ใช้ชาร์จเข้าไปภายในตัวเครื่อง (ไฟฟ้ากระแสตรง – DC Power) มันสามารถชาร์จไฟ ผ่านแท่นชาร์จ หรือจะ ชาร์จเข้าที่ตัวเครื่องโดยตรงก็ได้ ทางผู้ผลิตเขาได้ให้ สายไฟขนาดความยาวประมาณ 1.5 เมตร (วัดด้วยตลับเมตรเอง) มาให้

4. Water Tank (ถังเก็บน้ำ x 1 ถัง)

อุปกรณ์ชิ้นนี้เรียกว่า “ถังเก็บน้ำ หรือ แท๊งค์น้ำ (Water Tank) ที่มีความสามารในการเก็บกัก และ จุปริมาณน้ำได้มากถึง 300 มิลลิลิตร (0.3 ลิตร) ซึ่งจะใช้ติดตั้งเฉพาะในเวลาที่ต้องการจะถูพื้นแบบเปียก โดยจะมีช่องสำหรับเติมน้ำอยู่ที่บริเวณด้านบนซ้ายมือ (มีสัญลักษณ์ไอคอนรูปก๊อกน้ำสีฟ้ากำกับไว้อยู่) เพื่อที่จะทำให้ผ้าม็อบที่ถูกติดตั้งเข้ากับตัว ถังเก็บน้ำ เพื่อรักษาความเปียกชื้น ได้อย่างสม่ำเสมอตลอดช่วงเวลา ในขณะทำการถูพื้น

5. Microfiber Cloth (ผ้าม็อบถูพื้นไมโครไฟเบอร์ x 2 ผืน)

ผ้าถูพื้นไมโครไฟเบอร์ (Microfiber Clothเป็นผ้าที่มีคุณภาพสูง มีคุณสมบัติในการถูพื้น และ จับฝุ่นบนพื้นได้ดี เพื่อให้ได้ความสะอาดระดับสูงสุด หลังจากที่ผ่านการดูดของแปรงกวาดมาแล้วด้านหน้าของตัวเครื่อง มีหน้าที่ใช้ สำหรับใช้ในการถูพื้นแบบเปียก (Wet Mopping) ซึ่งจะถูกติดตั้งมาให้เรียบร้อยแล้วที่ข้างใต้นอกจากนี้ยังมี ผ้าม็อบถูพื้นไมโครไฟเบอร์ สำรองมาให้อีก 1 ผืนด้วย

6. Spare HEPA Filter (แผ่นกรองอากาศ HEPA ชุดสำรอง x 1 แผ่น)

แผ่นรูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสสีขาว เป็นซี่ๆ เรียกว่า แผ่นกรองอากาศ HEPA หรือ HEPA Filter โดยคำว่า HEPA ย่อมาจากคำว่า “High Efficiency Particulate Air Filter” ซึ่งเป็นแผ่นกรองอากาศคุณภาพสูง ที่มีความสามารถในการดักจับฝุ่นละออง และสิ่งสกปรกต่างๆ ที่มีอนุภาคเล็กๆ ได้ดีมากๆ โดยเขาให้มา 2 แผ่น (แผ่นนึงอยู่ในกล่องใส่ขยะฝุ่นละอองแล้ว อีกแผ่นนึงแยกออกมาต่างหาก)

โดย แผ่นกรองอากาศ HEPA ตัวนี้จะถูกติดตั้งอยู่ที่ช่องอากาศออกของ กล่องใส่ขยะฝุ่นละออง ของตัวเครื่อง มีหน้าที่เพื่อดักกรองเศษฝุ่นละออง ไม่ให้กลับออกไปสู่ภายนอกอีก (ให้อยู่แต่ภายในกล่อง)

7. Remote Control (รีโมทคอนโทรล x 1 อัน)

รีโมทคอนโทรลดีไซน์สีขาว มีหน้าจอแสดงผลดิจิตอลแบบขาวดำ แสดงค่าต่างๆ ของเครื่อง พร้อมกับปุ่มฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ให้ผู้ใช้งานได้สามารถกด ควบคุมการทำงานได้อย่างครอบคลุมและครบครัน โดยการใช้งานของตัวรีโมท จะต้องใส่แบตเตอรี่ขนาดเล็กแบบ AAA จำนวน 2 ก้อน (ไม่มีแถมมาให้ในกล่องผลิตภัณฑ์) (ดูรายละเอียดรีโมทคอนโทรลเพิ่มเติม)

8. User Manual and Warranty Card (คู่มือการใช้งาน x 1 เล่ม และ บัตรรับประกันสินค้า x 1 ใบ)

คู่มือการใช้งานภาษาไทย (Thai User Manual) ขนาดความใหญ่ ของกระดาษอยู่ที่ประมาณ A5 (ครึ่งหนึ่งของ A4) หน้าปกมีลักษณะเป็นกระดาษอาร์ตมันแบบบาง เนื้อหาภายในมีทั้งหมดรวม 17 หน้า ประกอบไปด้วย วิธีการติดตั้ง วิธีการใช้งาน การบำรุงรักษาผลิตภัณฑ์ อย่างละเอียด และ แก้ปัญหาเครื่องเบื้องต้น พร้อมรูปประกอบเป็นแบบขาวดำ

นอกจากนี้แล้วยังมี บัตรรับประกันสินค้า (Warranty Card) ที่ให้ผู้ซื้อได้กรอกข้อมูลทิ้งเอาไว้ และเก็บเอาไว้กับตัวอย่างสุดชีวิต เผื่อเอาไว้ใช้ในกรณีเครื่องมือปัญหา (รายละเอียดการรับประกันสินค้าเพิ่มเติม)

9. V-Shape Rubber Brush (แปรงยางทรงวี x 1 แปรง)

แปรงยางทรงวี หรือ V-Shape Rubber Brush ความยาว 150 มิลลิเมตร (15 เซนติเมตร) ถูกให้มาเป็น ออปชั่นพื้นฐานติดกล่องเลย ในขณะที่รุ่นแรกของตระกูล Hybrid อย่าง Mister Robot Hybrid ไม่ได้ให้ติดมาด้วย แต่ Mister Robot Hybrid Mapping เพิ่งติดมาให้สำหรับผู้ที่ซื้อตอนหลัง

โดย แปรงยางทรงวี ตัวนี้ วัสดุทำมาจากยาง มีคุณสมบัติยืดหยุ่นได้ดี โดยมีลายดอกยางเป็นรูปทรงตัววี (V-Shape) ประโยชน์ของมันก็เพื่อดูดเส้นผมที่ยาวๆ ช่วยป้องกันไม่ให้เส้นผมไปพันกับตัวแปรง ทำให้เครื่องทำงานติดขัดได้ นั่นเอง

10. Cleaning Brush (แปรงทำความสะอาดเครื่องอเนกประสงค์ x 1 แปรง)

ใช้ทำความสะอาดอุปกรณ์ภายใน เครื่องหุ่นยนต์ดูดฝุ่นเอง อาทิ แปรงกวาดหลัก กล่องใส่ขยะฝุ่นละออง แผ่นกรองอากาศ HEPA หรือ ตามซอกหลืบ ต่างๆ ตัวแปรงนี้จะมี 2 หัว (2 ฝั่ง) โดยฝั่งนึง เป็นแปรงพลาสติกแบบแข็ง (คล้ายๆ กับไม้เกาหลัง) และ อีกฝั่งจะเป็นแปรงแบบขน การใช้งานก็แล้วแต่สถานการณ์เลย

11. Side Brush (แปรงกวาดข้าง x 2 ชุด = 4 แปรง)

แปรงกวาดข้าง เป็น อุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็นมากๆ ของ หุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่เป็นทรงกลม กวาดสิ่งสกปรกต่างๆ ที่อยู่ข้างนอกรัศมีทำการของเครื่อง เนื่องจากตัวเครื่องเป็นทรงกลม ดังนั้นจึงจะมีจุดบอดในการทำความสะอาดตรงขอบ ซอก มุม ของ ประตู กำแพง หรือ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ

โดยแปรงกวาดข้างนี้ จะเป็นหัวแปรงแบบ 3 แฉก (3 ก้าน) มีขนแปรงสีดำเงา พร้อมพลาสแถบติกยึดที่ขั้วของแปรง  เพื่อป้องกันขนแปรงหลุดออกมาขณะกำลังหมุนทำงาน ขนาดความยาวของขนแปรงในแต่ละแฉก จะอยู่ที่ 5 เซนติเมตร โดยภายในกล่องผลิตภัณฑ์ เขาจะให้แปรงกวาดข้าง มาทั้งหมด 2 ชุด (ชุดละ 2 แปรง รวมทั้งสิ้นเป็น 4 แปรง) โดยที่ ชุดนึงได้ถูกติดตั้ง อยู่ที่ตัวเครื่องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (บริเวณด้านหน้าใต้ตัวเครื่อง) และยังมี ที่เป็นอะไหล่สำรองแถมมาให้อีก 1 ชุด อยู่ในกล่องผลิตภัณฑ์

ข้อมูลจำเพาะ ของตัวเครื่อง หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น Mister Robot Hybrid Camera Map

หลังจากที่ได้ดูข้อมูลของอุปกรณ์แต่ละชิ้นที่ให้มาในกล่องผลิตภัณฑ์ กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คราวนี้ลองมาดูข้อมูลจำเพาะ หรือ ข้อมูลเทคนิค (Technical Specifications) ของตัวเครื่องกันดูบ้าง ว่าจะมีรายละเอียดการใช้งานเป็นยังไงบ้าง แต่ดูรวมๆ แล้วมีข้อมูลจำเพาะ ที่ใกล้เคียงกับ รุ่นพี่ของมันอย่าง Mister Robot Hybrid

รายละเอียด
(Specification)
ขนาดมิติ
(Dimension)
310 x 310 x 72 มม.
น้ำหนัก
(Weight)
2.5 กิโลกรัม
ไฟเข้า
(Input)
AC 100-240V 50/60 Hz
ไฟออก
(Output)
DC 19V 0.6A (กินไฟ 14~16W)
ประเภทของแบตเตอรี่
(Battery Type)
Li-Ion
ปริมาณความจุแบตเตอรี่
(Battery Capacity)
2,600 mAh
ระยะเวลาการทำงานต่อเนื่อง
(Noise Level)
140 นาที
(ขึ้นอยู่กับโหมดของการใช้งาน)
ระดับเสียง
(Noise Level)
ประมาณ 46 dB. (เดซิเบล) – โหมดปกติ
ประมาณ 55 dB. (เดซิเบล) – โหมด MAX
(วัดจากที่ระยะห่าง 1 เมตร)
ขนาดกล่องใส่ขยะ (ลิตร)
(Dustbin Capacity – Litre)
0.30 ลิตร (300 mL)
ขนาดความจุถังน้ำ (ลิตร)
(Water Tank Capacity – Litre)
0.30 ลิตร (300 mL)

คุณสมบัติ และ ความสามารถ ของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น Mister Robot Hybrid Camera Map

มาดูกันที่ คุณสมบัติ และ ความสามารถเด่นของ 10 ข้อหลักๆ ของ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น Mister Robot Hybrid Camera Map กันดู ว่ามีอะไร ส่วนไหน ที่น่าสนใจกันบ้าง

1. Efficient Cleaning Mode (โหมดการทำความสะอาดทรงประสิทธิภาพ)

เครื่อง Mister Robot Hybrid Camera Map เครื่องนี้ได้รวบรวมเอา โหมดการทำความสะอาดที่จำเป็นเอาไว้ อยู่ 2 โหมดหลักๆ ด้วยกันคือ

  1. AUTO/MAX Mode (โหมดทำความสะอาดอัตโนมัติธรรมดา และ แบบเต็มกำลัง) : วิ่งทั่วทั้งห้อง ทุกห้อง ทุกพื้นที่ ที่สามารถเข้าถึงได้ พ่วงด้วย ออปชั่นการทำความสะอาดแบบเต็มกำลัง ด้วยพลังดูดสูงสุด ดูดสะอาด แรง แน่นอน
  2. SPOT Mode (โหมดการทำความสะอาดเฉพาะจุด) : เน้นทำความสะอาดเฉพาะพื้นที่ ในบริเวณแคบๆ จากจุดเริ่มต้น มีประโยชน์ในกรณีที่ ทำเศษขนมขบเคี้ยว เศษเล็บ ขี้ยางลบ ฯลฯ หก ในพื้นที่แคบๆ โหมดนี้จะเหมาะ

นอกจากนี้แล้วก็ยังมี โหมดการทำความสะอาดแบบเลาะขอบกำแพง (EDGE Mode) และ ควบคุมทิศทางเครื่องด้วยตัวเอง (MANUAL Mode) ผ่านปุ่มลูกศรควบคุมทิศทาง จากรีโมทคอนโทรล

2. Mapping Camera (กล้องสร้างแผนที่จำลอง)

Mister Robot Hybrid Camera Map Feature Mapping Camera
กล้องสร้างแผนที่จำลอง (Mapping Camera) พระเอกของรุ่นนี้

มีกล้องสร้างแผนที่จำลอง ในการทำความสะอาด โดยตัวกล้องเปรียบเสมือนดวงตาของเครื่อง จะถูกฝังอยู่ด้านบนของตัวเครื่อง หุ้มด้วยแผ่นพลาสติกใสอย่างดี ส่งผลให้การวิ่งทำความสะอาดในห้องนั้นครอบคลุมพื้นที่ มากยิ่งขึ้น ไม่วิ่งมั่วไปมั่วมา ประหยัดเวลาการทำงานไปได้เยอะ

ซึ่งการที่ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ใช้กล้องสร้างแผนที่จำลองเพื่อใช้ใน การนำทาง และ ประมวลผลนั้น จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร เพราะหลายๆ รุ่น หลายๆ ยี่ห้อ เขาก็มีกันมานานแล้ว แต่ที่ต้องชูประเด็นนี้ขึ้นมาก็เพราะว่า หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น Mister Robot Hybrid Camera Map ตัวนี้จัดว่ามีราคาถูกมากๆ แค่หมื่นต้นๆ เท่านั้นเอง ถ้าเทียบกับรุ่นอื่นๆ ที่มีกล้องเหมือนกัน แต่ราคาจะเกินสองหมื่นบาทเสียส่วนใหญ่

3. Li-Ion Battery (แบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน)

Mister Robot Hybrid Battery Comparison
ตารางเปรียบเทียบการใช้งานของแบตเตอรี่ แบบ Li-Ion กับ แบบทั่วไป Ni-MH

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นตัวนี้ใช้ แบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน (Lithium-Ion หรือ Li-Ion) เป็นขุมพลังที่จะคอยเก็บไฟและจ่ายไฟให้กับตัวเครื่องขณะทำงาน มีขนาด ความจุ 2,600 มิลลิแอมป์ (mAh) ให้มันได้สามารถจ่ายไฟได้นานสูงสุด 140 นาที (2 ชั่วโมง 20 นาที) โดยรองรับพื้นที่ขนาด 120-140 ตารางเมตร (m2)

ซึ่งแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนนั้น มีความสามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน แม้แบตเตอรี่ใกล้จะหมด แต่ก็ยังมีการจ่ายไฟที่นิ่งคงที่ ทำให้เครื่องสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา

4. Triple Layer Filters (แผ่นกรองอากาศ 3 ชั้น)

เครื่องนี้มีระบบการกรองฝุ่น ไม่ให้กลับไปสู่ข้างนอกอีกครั้ง ด้วย แผ่นกรองอากาศ ทั้งหมด 3 ชั้น (Triple Layer Filters) โดยมีลำดับการกรองตั้งแต่ต้น จนปล่อยกลับออกไปข้างนอกอีกครั้งดังต่อไปนี้

  1. First Layer (แผ่นกรองชั้นแรก) : ตาข่ายกรองฝุ่น (กรองฝุ่นขนาดใหญ่ อาทิ เส้นผม ขนสัตว์ เศษขนมขบเคี้ยว ต่างๆ เสียก่อน)
  2. Second Layer Filter (แผ่นกรองชั้นที่สอง) : ฟองน้ำกรองฝุ่น (กรองฝุ่นขนาดเล็กลงมาหน่อย ด้วย ฟองน้ำกรองฝุ่น)
  3. Thrid Layer Filter (แผ่นกรองชั้นที่สาม) : แผ่นกรองอากาศ HEPA (กรองฝุ่นละอองอนุภาคเล็กมากๆ ได้สูงสุดถึง 0.03 ไมครอน (µm) หรือเทียบเท่า 99.97%)

5. Big Water Tank (ถังน้ำขนาดใหญ่)

Mister Robot Hybrid Camera Map Feature Big Water Tank
ถังน้ำขนาดความจุ 0.3 ลิตร (0.3L Water Tank) ถูพื้นแบบเปียก ต่อเนื่องได้นานกว่าตัวอื่น

อีกหนึ่งความสามารถที่สร้างชื่อเสียงให้กับ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น Mister Robot ตระกูล Hybrid ในทุกๆ รุ่นนั้น ก็เห็นจะเป็น “ถังน้ำ (Water Tank)” ที่มีขนาดใหญ่กว่าชาวบ้าน มันมีขนาดความจุทั้งสิ้น 0.3 ลิตร ถือว่ามากที่สุดเท่าที่เคยรีวิวมา ผลลัพธ์คือ จะทำให้สามารถถูพื้นได้นานกว่าตัวอื่นๆ โดยไม่ต้องคอยหมั่นเติมน้ำบ่อยๆ

โดยข้างใต้ถังน้ำ จะมีแถบตีนตุ๊กแก (Velcro Tape) เพื่อยึดเกาะกับผ้าม็อบถูพื้นไมโครไฟเบอร์ ทั้งสิ้น 6 จุดด้วยกัน แน่นหนามากๆ ไม่ต้องกลัวผ้าหลุดระหว่างเครื่องกำลังทำงาน และก็จะมีช่องระบายน้ำขนาดเล็ก 2 จุด เพื่อปล่อยน้ำที่อยู่ในถังน้ำ ลงมาที่ ผ้าม็อบถูพื้นไมโครไฟเบอร์ ก่อนจะซึมลงสู่พื้นอย่างช้าๆ นั่นเอง

6. Smart Drop Water Tank (ระบบปล่อยน้ำลงพื้นอัจฉริยะ)

Mister Robot Hybrid Camera Map Smart Drop Water Tank
ระบบปล่อยน้ำลงพื้นอัจฉริยะ (Smart Drop Water Tank) ที่ใช้ ท่อแรงดันอากาศ จาก พัดลมดูดอากาศ เป็นตัวควบคุมการปล่อยน้ำลงสู่พื้น

ระบบปล่อยน้ำลงพื้นอัจฉริยะ ที่ใช้ระบบอัดอากาศจากพัดลมดูดอากาศ ที่อยู่ในตัวเครื่อง ผ่านท่อแรงดันอากาศ (ตำแหน่งอยู่ตรงลูกศร จากรูปประกอบด้านบน) ที่ถูกติดตั้งเพิ่มในถังน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำหยดลงสู่พื้น จนกว่าเครื่องจะเริ่มวิ่งทำงาน ส่งผลให้น้ำจะไม่ซึม ไม่เจิ่งนอง ลงสู่พื้นขณะที่เครื่องกำลังจอดอยู่กับที่เฉยๆ เหมือนกับรุ่นก่อนในหลายๆ รุ่น หลายๆ ยี่ห้อ ที่มีถังน้ำและประสบปัญหานี้

7. Multi-Purpose Rotating Brushes (แปรงหมุนอเนกประสงค์)

Mister Robot Hybrid Camera Map VShape Rubber Brush and Spiral Bristle Brush
(ภาพบน) แปรงขนแบบเกลียว (Spiral Bristle Brush) และ (ภาพล่าง) แปรงยางทรงวี (V-Shape Rubber Brush)

เครื่องนี้มีแปรงกวาดหลัก ที่เป็นแปรงหมุน มาให้อยู่ 2 ชนิดด้วยกัน ซึ่งผู้ใช้งาน สามารถเปลี่ยนเองได้ ตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน ได้แก่

  1. Spiral Bristle Brush (แปรงขนแบบเกลียว) : ใช้สำหรับดูดฝุ่นทั่วๆ ไป ขนาดเล็กใหญ่ได้ดี ใช้ได้กับทุกๆ พื้นผิว
  2. V-Shape Rubber Brush (แปรงยางทรงวี) : ใช้ดูดเส้นผม หรือ ขนสัตว์เลี้ยงยาวๆ ได้ดี ไม่พันกับแปรง

8. Thinner than Ever (บางกว่าที่เคยมีมา)

Mister Robot Hybrid Camera Map Feature Thinner than Ever
บางกว่าที่เคยมีมา (Thinner than Ever)

เครื่องนี้ มีความสูงเพียง 72 มิลลิเมตร (หรือ 7.2 เซนติเมตร) เท่านั้น (สเปคขนาดมิติที่ทางผู้ผลิตได้แจ้งไว้คือ 310 x 310 x 72 มิลลิเมตร) โดยความบาง จัดเป็นคุณสมบัติเด่นอีกหนึ่งจุดของ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Mister Robot ตระกูล Hybrid มาตั้งแต่รุ่นแรกแล้ว แต่ว่ารุ่นนี้ถูกย่อให้บางลงไปอีก 4 มิลลิเมตร (หรือ 0.4 เซนติเมตร) เพิ่มโอกาสให้ลอดใต้เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ อย่าง โซฟา ขาเก้าอี้สำนักงาน ให้มากยิ่งขึ้น

9. English Voice Notification (ระบบแจ้งเตือนสถานะของเครื่องภาษาอังกฤษ)

Mister Robot Hybrid Camera Map English Voice Notification
ระบบเสียงแจ้งเตือนสถานะของเครื่องภาษาอังกฤษ (English Voice Notification)

เครื่องนี้มีระบบแจ้งสถานะการทำงาน แจ้งเตือนข้อผิดพลาดต่างๆ เป็นภาษาอังกฤษแบบชัดถ้อยชัดคำ ทำให้เรารู้ว่า ตอนนี้เครื่องมีสถานะเป็นอย่างไร หรือ เกิดข้อผิดพลาดอะไรอยู่ เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างตรงจุด

10. Return to Charge Base more Precisely (กลับแท่นชาร์จอย่างแม่นยำ)

Mister Robot Hybrid Camera Map Feature Charge Base Returning
วิ่งกลับแท่นชาร์จด้วยความแม่นยำ (Return to Charge Base more Precisely)

มีการจดจำพื้นที่ในการวิ่งกลับแท่นชาร์จอย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ เนื่องจากใช้กล้องสร้างแผนที่จำลอง ไม่วิ่งมั่วไปมั่วมา เวลาทำงานเสร็จจะตรงดิ่งกลับแท่นชาร์จทันที ไม่ไปเถลไถลที่ไหน

สำรวจส่วนประกอบต่างๆ ของตัวเครื่อง Mister Robot Hybrid Camera Map

ในส่วนนี้จะขอแบ่งอุปกรณ์ต่างๆ ของตัวเครื่องออกเป็น 3 ส่วน ด้วยกันได้แก่ ด้านบน ด้านล่าง และ ด้านข้าง โดยจะมีภาพพร้อมหมายเลขในแต่ละจุด พร้อมกับภาพประกอบที่ขยายในแต่ละส่วนให้ดูกันชัดๆ อีกที

ส่วนประกอบด้านบน

Mister Robot Hybrid Camera Map Component Top
ส่วนประกอบด้านบน ของ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Mister Robot Hybrid Camera Map

ด้านบนของตัวเครื่องก็เน้นความเรียบง่าย แต่รูปทรงดูทันสมัยขึ้น กว่ารุ่นก่อนๆ (ความรู้สึกส่วนตัว) ด้านบนสุดจะเป็น กล้องสร้างแผนที่จะลอง (Mapping Camera) ส่วนอื่นๆ ก็จะไม่มี หน้าจอแสดงผล (Display Screen) หรือ ปุ่มกดฟังก์ชั่น (Control Button) ใดๆ ทั้งสิ้น

การควบคุมผ่านตัวเครื่องก็จะมีแค่ปุ่มเดียวคือ “ปุ่ม AUTO” ซึ่งเป็นปุ่มเอาไว้ กดสั่งปลุกเปิดเครื่องในการกดครั้งแรก และ สั่งให้เครื่องทำความสะอาดใน โหมดทำความสะอาดอัตโนมัติ (AUTO Mode) ในการกดครั้งที่ 2 เท่านั้น

ในขณะที่ส่วนที่แตกต่างกันแบบโดดเด่นเห็นได้ชัดก็คือ กล้องสร้างแผนที่จำลอง พระเอกของรุ่นนี้ ที่ปรากฏตัวอยู่ถัดขึ้นไปจาก “ปุ่ม AUTO” ขึ้นไป นั่นเอง และที่ส่วนล่างของด้านบนตัวเครื่องก็จะมี “ปุ่มปลดกล่องใส่ขยะฝุ่นละอองหรือถังน้ำ (Dustbin / Water Tank Eject Button)” เพื่อให้กดปลดล็อคกันง่ายๆ หากพูดถึงปุ่มนี้นั้น มีในตระกูล Hybrid รุ่นแรก แต่หายไปในรุ่นที่สอง (Hybrid Mapping) และ กลับมาในรุ่นที่สาม (Hybrid Camera Map – รุ่นปัจจุบันนี้) ก็แอบงงเหมือนกันว่าทำไม

ส่วนประกอบด้านล่าง

Mister Robot Hybrid Camera Map Component Underside
ส่วนประกอบด้านล่าง ของ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Mister Robot Hybrid Camera Map

ด้านล่างของตัวเครื่องนั้น ก็จะประกอบไปด้วยไปด้วยส่วนประกอบหลักๆ ที่สำคัญ ของตัวเครื่องมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ส่วนของระบบล้อขับเคลื่อน ระบบดูดฝุ่น ระบบถูพื้น รวมไปถึงเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่อยู่ข้างใต้เครื่อง เพื่อป้องกันการวิ่งทำงานแล้วตกบันได นั่นเอง

  1. Floor Sensor (เซ็นเซอร์ป้องกันการตกหล่น) : อุปกรณ์ป้องกันการเครื่องตกบันได หรือ จากที่สูง โดยมีอยู่ด้วยกันทั้ง 3 จุดด้วยกันคือบริเวณด้านหน้า 1 จุด (อยู่เหนือล้อหน้า) และบริเวณข้างซ้าย และ ข้างขวา อีกอย่างละจุด (ตำแหน่งตัวเซ็นเซอร์จะอยู่ใกล้ๆ กับล้อขับเคลื่อน) เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องวิ่งตกบันได หรือ ตกหล่นจากที่สูง ป้องกันความเสียหายที่อาจะเกิดขึ้น
  2. Front Caster Wheel (ล้อเลื่อนรับน้ำหนักด้านหน้า) : เป็นล้อพลาสติกที่ สามารถหมุนได้รอบตัว 360 องศา ใช้แค่รับน้ำหนักเครื่องด้านหน้าอย่างเดียว ไม่มีมอเตอร์ และ ไม่มีส่วนในการขับเคลื่อนใดๆ
  3. Charge Pin (จุดสัมผัสแท่นชาร์จ) : แผ่นโลหะใช้ถ่ายทอดพลังงานไฟฟ้าจากแท่นชาร์จ เข้าไปสู่แบตเตอรี่ที่อยู่ภายในตัวเครื่อง
  4. Side Brush (แปรงกวาดข้าง) : มีขนาดของขนแปรงยาวอยู่ที่ ประมาณ 5 เซนติเมตร (2 นิ้ว) มีหน้าที่ใช้ในการช่วยปัดกวาดฝุ่นรอบๆ ตัวเครื่องหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ให้เข้ามาในรัศมีของ แปรงกวาดหลัก (แปรงหมุน) เพื่อดูดเข้าไปเก็บไว้ในกล่องใส่ขยะฝุ่นละอองอีกที
  5. Battery Cover (ฝาครอบแบตเตอรี่)  : ฝาครอบแบตเตอรี่ ที่ห่อหุ้ม แบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนขนาดความจุ 2,600 มิลลิแอมป์ (mAh) ด้านในเอาไว้ คุณสามารถถอดแบตเตอรี่ที่อยู่ด้านในเปลี่ยนเองได้ง่ายๆ เพียง ขันน๊อต 2 ตัวที่ปิดอยู่ออก ก็สามารถเปลี่ยนเองได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องเอาไปให้ช่าง หรือ ศูนย์บริการทำให้
  6. Main Wheel (ล้อขับเคลื่อนหลัก)  : ล้อหลัก 2 ล้อของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ที่ใช้ควบคุมการเคลื่อนที่ไปด้านหน้า เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา รวมไปถึงการ เดินหน้า ถอยหลัง มีดอกยางเสริมการยึดเกาะกับพื้นห้อง รองรับพื้นผิวได้ทุกรูปแบบ ทั้ง พรม กระเบื้อง และ พื้นไม้ต่างๆ
  7. Main Brush Installation Area (พื้นที่ติดตั้งแปรงกวาดหลัก) : พื้นที่ตรงนี้เอาไว้ใช้ในการติดตั้งแปรงกวาดหลัก ที่เป็น แปรงแบบหมุน (Rotating Brush) โดยรุ่นนี้เขาได้ให้มา 2 แบบด้วยกัน ได้แก่
    1. Bristle Brush (แปรงขนแบบเกลียว)
    2. V-Shape Rubber Brush (แปรงยางทรงวี)
  8. Dustbin or Water Tank Installation Area (พื้นที่ติดตั้ง กล่องใส่ขยะฝุ่นละออง หรือ ถังน้ำ) : พื้นด้านล่าง อยู่ส่วนหลังสุดของตัวเครื่อง จะเป็นพื้นที่เอาไว้ ติดตั้งกล่องใส่ขยะฝุ่นละออง (Dustbin) เพื่อเอาไว้ใช้ในภารกิจดูดฝุ่นธรรมดา หรือ ติดตั้งถังน้ำ พร้อมกับ ผ้าม็อบถูพื้นไมโครไฟเบอร์ (ชื่อเต็มภาษาอังกฤษเรียกว่า “Mopping Device with Water Tank”) เพื่อใช้ในกรณีที่ต้องการดูดฝุ่นและถูพื้นแบบเปียก ไปด้วย นั่นเอง

ส่วนประกอบด้านข้าง

Mister Robot Hybrid Camera Map Right
ด้านขวา ของ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น Mister Robot Hybrid Camera Map มี ปุ่มสวิตซ์เปิดปิดเครื่องหลัก (Power Switch Button) และ ช่องเสียบไฟตรงกับอะแดปเตอร์ (DC Jack) ไว้ช่วยอำนวยความสะดวก ในการใช้งาน

รอบๆ ด้านข้างของตัวเครื่อง ก็ยังมีจุดที่น่าสนใจอีกเล็กน้อย นั่นก็คือ บริเวณ ด้านข้างส่วนขวามือ ของตัวเครื่อง จะมี “ปุ่มสวิตซ์เปิดปิดเครื่องหลัก (Power Switch Button)” ที่เอาไว้ใช้ในการตัดการจ่ายไฟ หรือ ปล่อยการจ่ายไฟจากแบตเตอรี่ เข้าสู่ตัวเครื่องนั่นเอง โดยถ้ามันอยู่ในสัญลักษณ์  หมายถึงเปิดเครื่อง แต่ถ้าอยู่ในสัญลักษณ์ O ก็คือปิดเครื่องนั่นเอง

และถัดมาจาก ปุ่มสวิตซ์เปิดปิดเครื่องหลัก ก็จะมี ช่องเสียบไฟตรงกับอะแดปเตอร์ (DC Jack) ที่เอาไว้ใช้ในการชาร์จไฟ จากไฟบ้าน ลง แบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน ที่อยู่ในเครื่องโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านแท่นชาร์จ ในกรณีที่ แท่นชาร์จอาจจะชำรุดเสียหาย หรือ เวลาเอาเครื่องไปใช้ที่อื่นแล้วลืมเอาแท่นชาร์จติดไปด้วย ก็สามารถเสียบไฟตรงได้เลย (แต่ห้ามลืมอะแดปเตอร์ชาร์จไฟนะ)

ในขณะที่ด้านข้างเครื่อง ส่วนอื่นๆ ฝั่งอื่นๆ จะเป็นอย่างไรนั้น สามารถดูจากภาพชุด 4 ภาพ ที่ได้เก็บมาฝาก ที่ด้านล่างนี้ได้เลย

กล่องใส่ขยะฝุ่นละออง (Dustbin) และ ถังน้ำ (Water Tank)

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น Mister Robot Hybrid Camera Map มีออปชั่นในการทำความสะอาดพื้น ให้เราได้เลือกอยู่ 2 อย่างคือ

  1. Dustbin (กล่องใส่ขยะฝุ่นละออง) : หากต้องการ ดูดฝุ่นอย่างเดียว (Vacuum Only)
  2. Water Tank (ถังน้ำ) : หากต้องการ ดูดฝุ่นและถูพื้น ไปด้วยพร้อมๆ กัน (Vacuum and Wet Mopping)
Mister Robot Hybrid Camera Map Water Tank and Dustbin
(กล่องหน้า) กล่องใส่ขยะฝุ่นละออง (Dustbin) และ (กล่องหลัง) ถังน้ำ (Water Tank)

ถ้าในกรณีที่ต้องการให้มันดูดฝุ่นอย่างเดียว คุณสามารถใส่แค่ตัว กล่องใส่ขยะฝุ่นละออง (Dustbin) เข้าไปในเครื่องก็เรียบร้อย แต่ในขณะที่ถ้าต้องการให้มัน ดูดฝุ่นและถูพื้น ไปด้วย ก็จะต้องนำเอา ถังน้ำ (Water Tank) เปลี่ยนเข้าไปติดแทน ซึ่งตัวถังน้ำ ก็มีช่องเอาไว้เก็บฝุ่นได้เหมือนกัน

รีโมทคอนโทรล (Remote Control)

รีโมทคอนโทรลทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีขาวสะอาดตา มีหน้าจอแสดงผล อยู่ด้านบน (คล้ายกับ รีโมทคอนโทรลของ เครื่องปรับอากาศ) ด้านล่างมีปุ่มควบคุมอยู่ประมาณหนึ่ง พร้อมสัญลักษณ์ไอคอนประกอบปุ่ม มาดูรายละเอียดกันเลย

Mister Robot Hybrid Camera Map Component Remote Control
ส่วนประกอบต่างๆ ของ รีโมทคอนโทรล (Remote Control Components) ของ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Mister Robot Hybrid Camera Map
  1. Display Screen : หน้าจอแสดงผล ขนาด 1.5 นิ้ว ใช้แสดงผลการตั้งค่าของตัวเครื่องหุ่นยนต์ อยู่ 2 ส่วนหลักๆ ด้วยกันคือ
    1. PLAN Section : ส่วนของตารางเวลา แสดงผลอยู่ด้านบน
    2. CLOCK Section : ส่วนของนาฬิกา จะแสดงผลอยู่ด้านล่าง
  2. Direction Button : ปุ่มลูกศรควบคุมทิศทางเครื่องด้วยตัวเอง ลักษณะจะเป็นปุ่มวงกลม มีเอาไว้ใช้เพื่อ ควบคุมทิศทางของตัวเครื่องหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ได้ 3 ทิศทาง คือ
    1. Forward Button (↑ ปุ่มลูกศรชี้ขึ้น) : ปุ่มสั่งเครื่อง เดินหน้า
    2. Left Button (← ปุ่มลูกศรซ้าย) : ปุ่มสั่งเครื่อง เลี้ยวซ้าย
    3. Right Button (→ ปุ่มลูกศรขวา) : ปุ่มสั่งเครื่อง เลี้ยวขวา
  3. CLEAN Button : ใช้สั่งให้หุ่นยนต์เริ่มทำการทำงาน (Start) แต่ถ้ากดอีกครั้ง จะเป็นการสั่งให้หยุดการทำงานแบบชั่วคราว (Pause)
  4. MAX Button : โหมดทำความสะอาดอัตโนมัติแบบเต็มกำลัง ด้วยพลังดูดสูงสุด (Maximum Power) ซึ่งการใช้งานโหมดนี้ จะเปลืองแบตเตอรี่ แต่ดูดสะอาดจริง
  5. CLOCK Button :  ใช้สำหรับตั้งเวลา ให้กับตัวเครื่อง เพียงแค่ชั่วโมงกับนาที เท่านั้น
  6. SPOT Button :  ปุ่มไอคอนรูปวงกลมก้นหอย คือ ไว้ใช้ใการเปิดโหมดทำความแบบเฉพาะจุด (SPOT Mode) เฉพาะบริเวณพื้นที่ที่ต้องการเน้นให้หุ่นยนต์ทำความสะอาดเป็นพิเศษ
  7. HOME Button : ปุ่มไอคอนรูปบ้านนี้ ตามความหมายของมันเลยคือ ใช้สั่งให้หุ่นยนต์วิ่งกลับบ้าน หรือ แท่นชาร์จทันที ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ส่วนใดในห้อง หากได้รับคำสั่งนี้ต้องกลับแท่นชาร์จ โดยทันที
  8. PLAN Button :  ใช้ตั้งค่าการทำความสะอาดอัตโนมัติรายวัน (ตั้งเวลาทำความสะอาดล่วงหน้า) เพื่อให้หุ่นยนต์สามารถทำงานเองโดยอัตโนมัติตามเวลาที่กำหนด และ กลับ แท่นชาร์จ โดยอัตโนมัติเมื่อเสร็จ เช่นกัน
  9. EDGE Button : เปิดใช้งาน โหมดการทำความสะอาดแบบเลาะขอบกำแพง เครื่องจะวิ่งเข้าหากำแพงทันที และวิ่งเลาะขอบไปเรื่อยๆ จนครบ

เริ่มต้นใช้งานเครื่อง หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น Mister Robot Hybrid Camera Map

การใช้งานเครื่องนี้ ก็จะเหมือนหุ่นยนต์ดูดฝุ่นทั่วๆ ไป ที่จะต้องมีการติดตั้งแท่นชาร์จ รวมไปถึงการชาร์จไฟ เข้าเครื่องให้เรียบร้อยเสียก่อนที่จะเริ่มต้นใช้งาน ในครั้งแรก มาดูกันเลย

1. Charge Base Installation and Remove Protection (การติดตั้งแท่นชาร์จ และ ดึงอุปกรณ์ป้องกันเครื่องออก)

เริ่มแรกจะเป็นการติดตั้งแท่นชาร์จ โดยจะต้องหาพื้นที่ในบ้าน ที่เป็นขอบผนังห้องที่โล่ง และ ไม่มีสิ่งกีดขวางในระยะ 2 เมตรด้านหน้า ขณะที่ ฝั่งซ้าย และ ฝั่งขวา ก็อย่างฝั่ง 1 เมตร เพื่อความแม่นยำของเครื่องในการตรวจจับหาแท่นชาร์จและวิ่งกลับได้อย่างแม่นยำ

2. First Time Charging (การชาร์จไฟครั้งแรก)

หลังจากที่ติดตั้งแท่นชาร์จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการชาร์จไฟลงแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน ที่อยู่ในเครื่องเสียก่อน โดยก่อนการชาร์จไฟนั้นอย่าลืมเปิดปุ่มสวิตซ์เปิดปิดเครื่องหลัก ที่อยู่ข้างขวาของตัวเครื่องก่อน เพื่อให้ไฟเข้าเครื่อง ซึ่งการชาร์จนั้นสามารถทำได้ 2 วิธีด้วยกันคือ

  1. Charge via Charge Base : ชาร์จไฟผ่าน แท่นชาร์จ
  2. Charge via DC Jack : ชาร์จไฟตรง ช่องผ่านเสียบไฟตรงกับอะแดปเตอร์

3. การตั้งเวลาเครื่อง และ ตั้งเวลาทำความสะอาดรายวัน (Time and Daily Cleaning Schedule Setting)

อีกสิ่งนึงที่จะทำก็ได้หรือไม่ทำก็ได้นั่นก็คือ การตั้งเวลาเครื่อง (Time Setting) ซึ่งจะต้องให้มันรู้จักเวลาปัจจุบันเสียก่อน เพราะถ้าคุณต้องการที่ใช้งานฟังก์ชั่น ตั้งเวลาทำความสะอาดรายวัน (Daily Cleaning Schedule Setting) ก็จะต้องตั้งเวลาให้มันเสียก่อน

การตั้งเวลาเครื่อง

สามารถทำผ่านรีโมทคอนโทรล ได้เลย (จะไม่สามารถตั้งผ่านปุ่มใดๆ ที่ตัวเครื่องได้) โดยจะเป็นการตั้งเวลาในส่วนของ ชั่วโมง (Hour – HH) และ นาที (Minute – MM) เท่านั้น (ไม่ต้องตั้งวันที่)

ตอนแรกก็เริ่มจากการกดที่ปุ่มรูปนาฬิกา “ปุ่ม CLOCK (รูปนาฬิกา)” หลังจากนั้น เครื่องจะส่งสัญญาณดัง “ตี๊ด” ครั้งนึง และคุณสามารถใช้ “ปุ่มลูกศรชี้ขึ้น ↑ (เพื่อปรับเวลาขึ้น)” และ “ปุ่ม MAX (เพื่อปรับเวลาลง)” เพื่อค่าชั่วโมง หลังจากนั้นก็กด “ปุ่มลูกศรชี้ขวา →” เพื่อตั้งค่านาที หลังจากนั้นกด “ปุ่ม CLOCK” อีกครั้ง เพื่อยืนยันการตั้งเวลา

การตั้งเวลาทำความสะอาดรายวัน

วิธีการตั้งค่าส่วนนี้จะเหมือนกับ การตั้งเวลาเครื่อง ด้านบนแต่ให้กด “ปุ่ม PLAN (รูปกระดิ่ง)” แล้วทำตามขั้นตอนเดียวกับ การตั้งเวลาเครื่อง แต่ตรงการตั้งค่านาที นั้นจะสามารถตั้งได้แบบทีละ 15 นาที เท่านั้น เช่น 15.00 น. / 15.15 น. / 15.30 น. และ 15.45 น. เท่านั้น จะมาตั้งแบบ 15.06 น. หรือ 15.39 น. แบบนี้จะไม่ได้

Mister Robot Hybrid Camera Map Time and Cleaning Schedule Setting
การตั้งเวลาเครื่อง (Time Setting) และ การตั้งเวลาทำความสะอาดรายวัน (Cleaning Schedule Setting)

4. การใช้งานอุปกรณ์สำหรับถูพื้น (Mopping Device and Water Tank Usage)

สำหรับการถูพื้นแบบเปียก (Wet Mopping) จะเป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ในส่วนด้านหลังของตัวเครื่อง โดยที่ต้องถอดอุปกรณ์ที่เป็น กล่องใส่ขยะฝุ่นละออง (Dustbin) ธรรมดา ที่ติดมากับเครื่อง ออกไปก่อน แล้วค่อยติดตั้งอุปกรณ์อุปกรณ์สำหรับถูพื้น หรือที่เรียกว่า ถังน้ำ (Water Tank) ที่มาพร้อมกับผ้าม็อบไมโครไฟเบอร์ (สีฟ้าๆ) เข้าไปแทน

และก่อนที่จะติดตั้งถังน้ำ เข้าไปนั้น เราจะต้องเติมน้ำให้เรียบร้อยก่อน (ให้เติมน้ำสะอาด ที่ไม่มีการผสมของผงซักฟอกหรือน้ำยาอื่นๆ เพราะอาจจะทำให้ ช่องระบายน้ำอุดตันได้ง่ายๆ) โดยความจุของถังเก็บน้ำจะอยู่ที่ 0.3 ลิตร (300 มิลลิลิตร) เมื่อเติมน้ำพร้อมกับติดตั้งผ้าม็อบทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถกดใช้งานได้ทันที

การติดตั้งตั้งผ้าม็อบถูพื้นเข้ากับตัวแท๊งค์น้ำ : ใช้ตัวผ้าม็อบไมโครไฟเบอร์วางบนแถบตีนตุ๊กแก (Velcro Tape) หรือ แถบหนามเตย เพื่อยึดติดเข้าไว้ด้วยกัน

คำถามที่คุณต้องอยากรู้ เกี่ยวกับการใช้งาน หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น Mister Robot Hybrid Camera Map

มาถึงช่วงของ 10 คำถาม ที่คุณต้องอยากรู้ เกี่ยวกับการใช้งานเครื่อง โดยข้อมูลทั้งหมด ได้รวบรวมมาจาก การใช้งานจริงบ้าง และ สอบถามไปทางบริษัทผู้จัดจำหน่ายบ้าง มาดูกันเลย

1. มีกล้องแล้วรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ?

ขอตอบแบบตรงไปตรงมา ไม่ได้อวย คือ “ดีขึ้นมากๆ” มันเปลี่ยนรูปแบบการวิ่งทำความสะอาดไปจากรุ่นแรก Hybrid โดยสิ้นเชิง โดยรูปแบบของการวิ่งทำความสะอาด ของรุ่น Hybrid Camera Map ตัวนี้ จะเหมือนกับหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นสูงๆ ราคาแพงๆ คือลักษณะจะวิ่งออกไปทำความสะอาดในทุกพื้นที่ และ วิ่งขึ้นลงเป็นเส้นตรง ดังนั้นไม่พลาดการดูดทำความสะอาดทุกพื้นที่

Mister Robot Hybrid Camera Map Box Rear Zoom
รูปเปรียบเทียบการทำงาน ระหว่างรุ่น Hybrid Camera Map กับ รุ่นอื่นๆ (รูปขยายจากด้านหลังกล่องผลิตภัณฑ์)

นอกจากนี้แล้วมันจะจดจำ จุดที่มันเริ่มต้นทำความสะอาด และ เมื่อมันวิ่งครบทั่วทุกพื้นที่เมื่อไหร่ มันจะกลับมายังจุดเดิม นั่นหมายความว่า ถ้ามันเริ่มทำงานออกจากแท่นชาร์จ เมื่อมันเสร็จ มันก็จะกลับมายังแท่นชาร์จเหมือนเดิม แต่ถ้าเราสั่งให้มันเริ่มต้นทำความสะอาดจากจุดอื่น (ที่ไม่ได้มีแท่นชาร์จ) มันก็จะกลับมายังจุดๆ นั้น

2. การวิ่งผ่านพื้นที่ต่างระดับ และ การเอาตัวรอดจากอุปสรรคเป็นอย่างไรบ้าง ?

มีความสามารถในการวิ่งผ่านพื้นที่ต่างระดับ อาทิ ธรณีประตู (Doorsill) พรมเช็ดเท้าหน้าประตู (Doormat) ที่ค่อนข้างดีมากๆ เวลามันติดไม่สามารถไปต่อได้นั้น มันจะพยายามขยับตัวไปมา ล้อซ้ายหมุนสลับกับล้อขวา เพื่อเอาตัวมันออกมาจากอุปสรรคเหล่านั้นให้ได้

Mister Robot Hybrid Camera Map Working on Carpet and Doorsill
ขณะที่เครื่อง Mister Robot Hybrid Camera Mapping กำลังทำงานอยู่บนพรมเช็ดเท้า (Doormat) และ ธรณีประตู (Doorsill)

และจากที่สังเกตดูการทำงานของมันนั้น มันสามารถที่จะวิ่งผ่านพื้นที่ต่างระดับได้สูงถึง 1.5 เซนติเมตร (แบบชัวร์ๆ) เลยทีเดียว เพราะปกติแล้ว หุ่นยนต์ดูดฝุ่นขนาดเล็ก มักจะมีปัญหาในการวิ่งผ่านพื้นที่ต่างระดับด้วย (เพราะล้อขับเคลื่อนหลักมันก็ขนาดเล็กลงไปตามขนาดของตัวเครื่อง) โดยจะวิ่งผ่านได้ในระดับไม่ค่อยสูงมากเท่าไหร่ มิเช่นนั้นก็อาจจะไปติดแหง็กอยู่ตรงนั้น จนไม่สามารถกลับแท่นชาร์จได้ แต่สำหรับตัวนี้ไม่ใช่อย่างนั้น

3. การถูพื้นแบบเปียก มีความสะอาดมากน้อยแค่ไหน ?

ถ้าหากใช้ออปชั่น การถูพื้นแบบเปียก โดยการ ติดตั้งถังน้ำ พร้อม ผ้าม็อบถูพื้นไมโครไฟเบอร์ เข้าไปนั้น เราจะสามารถเห็นความเปียก เป็นทางขณะวิ่งทำความสะอาดแบบชัดเจน และที่สำคัญ พื้นจะเปียกอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่มีช่วงไหนแห้งไป หรือ เปียกแฉะจนเกินไป

Mister Robot Hybrid Camera Map Working with Mopping Function
ขณะที่เครื่อง Mister Robot Hybrid Camera Mapping กำลังดูดฝุ่น และ ถูพื้นแบบเปียก (Wet Mopping) ไปด้วย

และเนื่องจากถังน้ำของเครื่องนี้ มีขนาดใหญ่ (0.3 ลิตร) จึงไม่ต้องมาคอยกังวลเติมน้ำอยู่บ่อยๆ โดยผมได้ เติมน้ำจนเต็มถัง และทดสอบ ถูพื้นในห้องพักที่คอนโดมิเนียม พื้นที่รวมๆ ประมาณ 50 ตารางเมตร พบว่า เมื่อดูดฝุ่น ถูพื้น จนเสร็จ ก็ยังคงมีน้ำเหลือในถังอีกอยู่พอประมาณ

4. ระดับเสียงที่วัดออกมาได้เป็นอย่างไร ดังหรือไม่ ?

เรื่องเสียงเงียบ ก็ถือเป็นอีกหนึ่ง จุดเด่นของ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Mister Robot ตระกูล Hybrid มาช้านานแล้ว แต่รุ่นนี้ก็ถูกปรับให้เบาลงไปอีก โดยได้ใช้ แอพ Sound Meter บนระบบปฏิบัติการ iOS ในการทดสอบ โดยผลลัพธ์ได้ดังต่อไปนี้

  • Normal Mode (โหมดทำความสะอาดอัตโนมัติธรรมดา) : 46 เดซิเบล (ระดับบทสนทนาทั่วไป)
  • MAX Mode (โหมดทำความสะอาดอัตโนมัติแบบเต็มกำลัง) : 55 เดซิเบล (ระดับบทสนทนาทั่วไป)

จากผลการทดสอบพบว่า หากเราดูดฝุ่นให้เครื่องทำงานในโหมดปกติ ระดัที่เห็นนั้น สามารถใช้บนคอนโดมิเนียม หรือ หอพัก ได้ไม่รบกวนห้องข้างๆ อย่างแน่นอน

5. อัตราการกินไฟของเครื่องเป็นอย่างไร ค่าไฟต่อเดือนประมาณเท่าไหร่ ?

และเช่นเคยผมได้ใช้ เครื่องทดสอบอัตราการกินไฟดิจิตอล (Digital Power Consumption Meter) ที่มีอยู่ มาใช้ในการคำนวณค่าไฟของเครื่องนี้ ผลลัพธ์อยู่ในรูปประกอบด้านล่างนี้เลย

Mister Robot Hybrid Camera Map Power Consumption when Charging
อัตราการกินไฟ ขณะเครื่อง Mister Robot Hybrid Camera Map กำลังชาร์จไฟ (Charging)

ถ้าประเมินคร่าวๆ ว่าถ้าตัวเครื่องทำงานจนแบตเตอรี่เกือบหมดเกลี้ยง ระยะเวลาการชาร์จไฟสูงสุดจะอยู่ที่ประมาณ 2 ชั่วโมงต่อครั้ง (ต่อวัน) และ ระยะเวลาที่เหลืออีก 21 ชั่วโมง (ต่อวัน) เอาไว้ให้สำหรับจอดชาร์จไฟอยู่ที่แท่นชาร์จ และอีก 1 ชั่วโมงที่เหลือ (ต่อวัน) เอาไว้ขณะที่เครื่องออกจากแท่นชาร์จไปวิ่งทำความสะอาด (เลยไม่ได้นำเอา 1 ชั่วโมงนี้ มาคำนวณ) สรุปคือ ค่าไฟต่อเดือนจะอยู่ที่ประมาณ

  • ขณะไฟยังไม่เต็มแบตเตอรี่ : 15.0 วัตต์
    (15.0 วัตต์* x 2 ชั่วโมง x 30 วัน x 5 บาทต่อยูนิต**) / 1,000 = 4.50 บาท / เดือน
  • ขณะไฟเต็มแบตเตอรี่แล้ว : 1.8 วัตต์
    (1.8 วัตต์ x 21* ชั่วโมง x 30 วัน x 5 บาทต่อยูนิต**) / 1,000 = 5.67 บาท / เดือน

รวมทั้งสิ้นค่าไฟของเครื่องนี้ประมาณ 10.17 บาท ต่อเดือน

หมายเหตุ * : ตัวเลข 15.0 วัตต์นี้ เป็นจำนวนวัตต์แรกเริ่ม เมื่อชาร์จไฟ แต่พอเมื่อชาร์จไปได้สักพัก (ประมาณ ครึ่งชั่วโมง) ก็จะลดลงไปเรื่อยๆ (ไม่ได้นิ่งคงที่อยู่แบบนี้ตลอด 2 ชั่วโมง) แต่เรายังคงใช้ค่านี้คำนวณค่าไฟตลอดการชาร์จ 2 ชั่วโมง ดังนั้น ค่าไฟจะถูกกว่านี้อีกแน่นอน

หมายเหตุ** : คุณสามารถเปลี่ยน ค่าไฟต่อยูนิต (ในตัวอย่างนี้คิด 5 บาทต่อยูนิต – ถือว่าอยู่ในอัตราที่สูง) ให้เป็นตามที่จ่ายจริง เพราะที่พักอาศัยในแต่ละที่อาจจะคิดไม่เท่ากัน

6. ปริมาณฝุ่นละออง ในกล่องใส่ขยะฝุ่นละออง และ ถังน้ำ เป็นอย่างไรบ้าง ?

Mister Robot Hybrid Camera Map Dustbin After Used
สภาพกล่องใส่ขยะฝุ่นละออง (Dustbin) หลังใช้งานมาแล้ว 1 วัน

ลักษณะฝุ่นที่ถูกดูดเข้ามาเก็บใน กล่องใส่ขยะฝุ่นละออง ดูๆ แล้วก็เหมือนกับ หุ่นยนต์ดูดฝุ่นทั่วๆ ไป และที่สำคัญ ถ้าหากสังเกตดูดีๆ ทางด้านซ้ายมือ มีการดูดเอาลวดเย็บกระดาษ (Staple) พร้อมกับ คลิปหนีบกระดาษ (Paper Clip) เข้ามาด้วย ถือว่า พลังดูดของเครื่องจัดว่าไม่ธรรมดาเหมือนกัน แถมยังไม่ไปพันกับตัวแปรงกวาดหลักอีกต่างหาก (ในภาพนี้ใช้ แปรงขนแบบเกลียว)

ขณะที่สภาพของฝุ่นที่อยู่ภายถังน้ำหลังการใช้งาน ก็ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นถังน้ำ แต่ก็ยังมีส่วนที่สามารถใช้กักเก็บฝุ่นละอองเช่นกัน โดยฝุ่นละอองก็ยังคงสามารถถูกดูดเข้ามาได้ตามปกติ ขณะที่ ผ้าม็อบถูพื้นไมโครไฟเบอร์ หลังการใช้งานก็มีสภาพเลอะๆ หน่อย ซึ่งก็เป็นเรื่องน่ายินดี เพราะได้ทำความสะอาดจริงๆ

7. การบำรังรักษาดูแลเครื่อง มีอะไรบ้าง ?

ขอสรุปเป็นข้อๆ ดังต่อไปนี้เลย (กรณีที่ใช้เครื่องทุกวัน)

  1. กล่องใส่ขยะฝุ่นละออง : หมั่นเอาฝุ่นไปทิ้งถังขยะ เพราะเก็บเอาไว้นาน ก็จะทำให้ประสิทธิภาพในการดูดลดลง
    (ระยะเวลาการดูแล : 2-3 วัน/ครั้ง)
  2. ผ้าม็อบถูพื้นไมโครไฟเบอร์ : หากใช้ไปนานๆ ผ้าก็จะสกปรก แทนที่จะขจัดคราบบนพื้น กับไปเพิ่มคราบแทน
    (ระยะเวลาการดูแล : 2-3 วัน/ครั้ง)
  3. แปรงกวาดหลัก ทั้ง 2 แบบ : ควรหมั่นตรวจว่า เส้นผม ขนสัตว์ หรือ เส้นด้าย ต่างๆ เข้าไปพันอยู่หรือไม่
    (ระยะเวลาการดูแล : 7 วัน/ครั้ง หรือ สัปดาห์ละครั้ง)

8. มีระยะเวลาการรับประกัน ยาวนานแค่ไหน?

หุ่นยนต์ทำความสะอาดบ้านของ Mister Robot จะมีการรับประกันในส่วนของอุปกรณ์ภายในตัวเครื่องเป็นระยะเวลา 1 ปี ส่วนของแบตเตอรี่จะรับประกัน 6 เดือน หลังจากหมดช่วงระยะประกันแล้วสามารถสั่งซื้ออุปกรณ์อะไหล่ชิ้นส่วนต่างๆ ได้ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ของผู้จัดจำหน่ายได้เลย

โดยลูกค้าที่สั่งซื้อไปใช้งานแล้ว ถ้าหากเครื่องมีปัญหา ก็สามารถติดต่อแผนกบริการหลังการขาย (After Service Support Team) ได้โดยตรงเลยที่

  • Hotline (สายด่วน) : 06-3269-9500
  • LINE ID (ไลน์ไอดี) : servicemisterrobot

หมายเหตุ : เมื่อแกะกล่องใช้งานแล้ว อย่าลืมกรอกข้อมูลส่วนตัวลงในบัตรรับประกันสินค้าเสียก่อน แล้วเก็บเอาไว้กับตัว (แนะนำให้เก็บไว้ในกล่องผลิตภัณฑ์เหมือนเดิม) เผื่อกรณีเครื่องมีปัญหา จะได้นำมาเป็นหลักฐานอ้างอิงได้

9. สั่งซื้อ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Mister Robot Hybrid Camera Map ได้ที่ไหน ?

คุณสามารถสั่งซื้อ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น Mister Robot Hybrid Camera Map นี้ได้ผ่านทางหลายช่องทาง ถ้าไปซื้อหน้าร้านก็ เช่นที่ ห้างโฮมโปร (HomePro) หรือ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล (Central Department Store) ที่ร่วมรายการ หรือจะโทรศัพท์ไปติดต่อสอบถามทาง บริษัท เอ็ม เอ็ม โกลบอลเทรด จำกัด ผู้จัดจำหน่าย ก่อนได้ที่เบอร์โทรศัพท์ ด้านล่างนี้เลย

  • Telephone No (เบอร์โทรศัพท์) : 08-7087-5352
  • Website (เว็บไซต์) : http://www.misterrobotcleaner.com
  • Line ID (ไลน์ไอดี) : mister_robot
  • Facebook Page (เพจเฟสบุ๊ค) : misterrobotcleaner (มิสเตอร์โรบอทคลีนเนอร์) ตามกรอบด้านล่าง

บทสรุปการใช้งาน เครื่อง Mister Robot Hybrid Camera Map

ข้อดี 🙂

  • ใช้ระบบกล้องนำทาง ทำให้การวิ่งทำงานมีความแม่นยำสูงขึ้น รวมไปถึงการวิ่งกลับแท่นชาร์จ ก็แม่นยำสูงขึ้นด้วยเช่นกัน
  • มีระบบปล่อยน้ำลงพื้นอัจฉริยะ ช่วยป้องกันไม่ให้น้ำจากถังน้ำหยดลงสู่พื้นจนเจิ่งนองขณะจอดชาร์จไฟ หรือ จอดอยู่กับที่เฉยๆ
  • ตัวเครื่องมีขนาดบางกว่าเดิมจากตระกูล Hybrid รุ่นก่อนๆ อีก อยู่ประมาณ 4 มิลลิเมตร (จากสูง 76 มิลลิเมตร ลดลงเหลือ 72 มิลลิเมตร) และ น้ำหนักเบาเพียง 2.5 เซนติเมตร ทำให้วิ่งเข้าซอกมุม มุดใต้โซฟา ขาเก้าอี้สำนักงานได้อย่างสะดวกสบาย
  • มีระดับเสียงในการทำงานของตัวเครื่องที่เบาค่อนข้างมาก (ต่ำกว่า 60 เดซิเบล) ไม่สร้างความรบกวนแก่ผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหอพัก หรือ คอนโดมิเนียม ที่เหมาะมากๆ
  • มีระบบตั้งตารางเวลาทำงานล่วงหน้าแบบอัตโนมัติ สำหรับสั่งการให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นทำความสะอาดบ้านเองตามเวลาที่กำหนดไว้
  • สามารถใช้ทำความสะอาดบ้านได้นานกว่า 2 ชั่วโมง ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
  • มีตัวเซ็นเซอร์กันตกจากที่สูง และเซ็นเซอร์หลบหลีกการชนกำแพง สิ่งกีดขวาง
  • ใต้แท่นชาร์จ มีแถบยางซิลิโคนติดตั้งไว้หลายจุด เพื่อให้ยึดติดกับพื้นได้มั่นคง และกันการเลื่อนในเวลาที่หุ่นยนต์วิ่งกลับมาชาร์จพลังงานที่แท่นชาร์จได้

ข้อเสีย 🙁

  • ไม่มีหน้าจอแสดงผล บนตัวเครื่องหุ่นยนต์ดูดฝุ่น สำหรับดูสถานะของการทำงานในโหมดต่างๆ มีแต่การแสดงสถานะด้วยไฟแสดงสถานะ ซึ่งต้องอาศัยความจำ ว่าไฟสีไหน กระพริบไม่กระพริบ หมายความว่าอย่างไรกันบ้าง
  • ไม่สามารถเปลี่ยนโหมด หรือฟังก์ชั่นการทำงานของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นได้ที่ตัวเครื่อง เพราะบนตัวเครื่องมีปุ่มอยู่เพียงปุ่มเดียว คือ “ปุ่ม CLEAN” (ต้องใช้รีโมทคอนโทรลเท่านั้น)
  • ตัวกล่องใส่ขยะฝุ่นละออง ไม่มีฝาปิดด้านนอก ดังนั้น ต้องใช้ความระมัดระวังในการถอดออกมาทำความสะอาด เพราะหากถือไม่ระมัดระวัง อาจทำให้เศษฝุ่นละออง ขนาดน้อยใหญ่ต่างๆ ร่วงหล่นออกมาได้ง่ายๆ เสียเวลาเก็บกวาดกันไปอีก
  • ถังน้ำ ที่ใช้สำหรับถูพื้นแบบเปียก ไม่ตัวแผ่นกรองฝุ่น

 

6 ความคิดเห็น

  1. ผมอยู่คอนโด 34 ตารางเมตรครับเล็กๆ แต่อยากรบกวนเปรียบเทียบการทำงานต่อเนื่องระหว่างห้องของ Camere Map กับ Neato D5 ให้หน่อยครับ ใครฉลาดกว่ากัน

    จะเกินไปรึเปล่าครับถ้าจะซื้อ Neato D5 มาใช้กับคอนโด 34 ตารางเมตร (2 ห้องแยกเป็นห้องนอนห้องนั่งเล่น) หรือว่าแค่ Camera Map ก็เพียงพอแล้วครับ (ผมเน้นดูฝุ่นที่วิ่งระหว่างห้องเสร็จแล้วกลับมาที่ฐานได้ครับ) ขอบคุณครับ

    ปล. ผมชอบ Neato ตรงช่องดูฝุ่นที่มีขนาดยาวเกือบเต็มหน้าตัดทรงตัว D ครับ ส่วนยี่ห้ออื่นช่องดูดฝุ่นมันไม่ค่อยใหญ่เท่าไร

  2. ขอบคุณมากค่ะ จัด duo wifi มาแล้วค่ะ ตอบโจทย์เรื่องดูดแรงๆ ถูพอได้ กับใช้งานสะดวกตรงจอกับแอพดีค่ะ ตอนแรกจะรอรุ่น camera map แต่ออกมาแล้วดันไม่มีwifi ซะงั้น

  3. แล้วก็รุ่น camera ถ้าห้องไม่ได้เปิดไฟ มันผล่อระบบ camera map ไหมคะ

  4. camera map สามารถตั้งเวลาทำความสะอาด (Schedule Cleaning) แบบยืดหยุ่น เหมือนรุ่น duo wifi ไหมคะ
    อยากรบกวนให้ทำตารางเปรียบเทียบอีกค่ะ คิดไม่ตกว่าการสั่งงานสะดวกของduo wifi หรือ การวิ่งแบบแม่นยำ,ถูพื้นดีกว่าของ camera map อันไหนจะดีกว่า

    • ไม่สามารถตั้งแบบยืดหยุ่นได้ครับ คือถ้าตั้งเวลาไหน ก็จะได้เวลานั้นตลอดทั้ง 7 วันต่อสัปดาห์ไปเลยครับ

      ส่วนเรื่องตารางเปรียบเทียบ เดี๋ยวจะทำให้เร็วๆ นี้นะครับผม

      ขอบคุณมากครับ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here