เปิดใช้งานหุ่นยนต์ดูดฝุ่น Neato Botvac Connected

และแล้วก็ถึงช่วงเวลาสำคัญ ในการเปิดใช้งาน หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Neato Botvac Connected หลังจากที่เกริ่นนำ และ อธิบาย ความสามารถของมันกันมาซะยืดยาว ซึ่งในหัวข้อนี้ก็จะเริ่มตั้งแต่ การเตรียมตัวเครื่อง นำเครื่องมาชาร์จ การตั้งค่าวันเวลา ตั้งเวลาทำความสะอาด รวมไปถึง การติดตั้ง และเชื่อมต่อ แอพพลิเคชั่น กับตัวเครื่อง เลย ไปดูกันเลย

1. เอาฟิล์ม และ สติ๊กเกอร์ ป้องกันต่างๆ ออกจากเครื่อง

และ เมื่อสำรวจ มองรอบๆ ตัวเครื่อง Neato Botvac Connected เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ว่าไม่มีตำหนิอะไรอยู่ ก็ขอนำเอาฟิลม์ สติ๊กเกอร์ ถุงกันความชื้น (Dry Bag) ต่างๆ ที่ทางผู้ผลิต เขาติดมาให้จากโรงงานออก เสียก่อน ที่จะเริ่มต้นใช้งานครั้งแรก มิเช่นนั้น หากไม่เอาสิ่งเหล่านี้ออก อาจส่งผลให้ตัวเครื่อง ทำงานผิดปกติได้ เช่นกัน

Neato Botvac Connected Dustbin Removed
สติ๊กเกอร์ และ ถุงกันความชื้น ที่ทาง Neato Botvac Connected ใส่มาป้องกัน ไว้อย่างดี

2. ติดตั้งเครื่อง พร้อมแท่นชาร์จ

หลังจากนั้น นำเอาสายไฟ เสียบเข้ากับ ด้านหลังของ แท่นชาร์จ ซึ่งแท่นชาร์จ ของ Neato Botvac ทุกรุ่น นั้น มีความดีงามตรงที่ มันมีที่เก็บสายไฟด้วย เช่น ถ้าเกิดว่า ระยะห่างระหว่าง แท่นชาร์จ กับ ปลั๊กไฟ มีระยะไม่มาก โดยปกติแล้วสายไฟก็จะวางระเกะระกะ อยู่บนพื้น ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ จะเสี่ยงมาก ถ้าเครื่องติดสายไฟ และ ไม่สามารถทำงานต่อได้

ตรงนี้ก็แล้วแต่เลยว่า ถ้าระยะระหว่างปลั๊กไฟ กับ แท่นชาร์จ ห่างกันมาก ก็ไม่ต้องเก็บสายไฟ เข้าที่เก็บสายไฟด้านหลังแท่นชาร์จ แต่ถ้าใกล้กัน ก็ม้วนๆ เข้าข้างหลังได้เลย แล้วแต่สะดวก

และ อีกจุดนึงที่ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญของ การติดตั้งแท่นชาร์จ คือ แท่นชาร์จ ควรจะวางห่างสิ่งของ สิ่งกีดขวาง ในรัศมีไม่ต่ำกว่า 1 เมตร ทั้งด้านข้าง (ฝั่งซ้าย และ ฝั่งขวา) รวมไปถึงพื้นที่ด้านหน้า ตัวเครื่อง เพื่อให้ ตัวเครื่องได้เข้าออกแท่นชาร์จได้สะดวก และไม่ติดขัด

Neato Botvac Connected Charging Area
ที่ตั้งของ แท่นชาร์จ ของ Neato Botvac Connected ไม่ควรมีสิ่งของ สิ่งกีดขวาง ในรัศมี 1 เมตร (3 ฟุต)

อ้อ ! ก่อนที่จะชาร์จไฟ ลงเครื่อง อย่าลืม เปิดสวิตซ์เปิดปิดหลัก ของตัวเครื่องเสียก่อน โดย สวิตซ์เปิดปิดหลัก ตัวนี้ เป็นสวิตซ์ที่เอาไว้ตัด การจ่ายไฟระหว่าง ตัวเครื่อง กับ แบตเตอรี่ หาก จะไม่ใช้เครื่องเป็นเวลานานๆ แนะนำให้ปิดเอาไว้จะดีที่สุด เพื่อเป็นการถนอมรักษาเครื่อง และ แบตเตอรี่ ในระยะยาว

โดย สวิตซ์เปิดปิดหลัก ตัวนี้ จะอยู่ข้างในเครื่อง ต้องดึงเอา กล่องใส่ขยะฝุ่นละออง (Dust Bin) ออกมาเสียก่อน ถึงจะเห็น ถึงจะ สามารถเปิดปิดสวิตซ์ นี้ได้ (ดูรูปประกอบด้านล่าง) มิเช่นนั้น เครื่องจะไม่สามารถทำงานได้นะ

Neato Botvac Connected Main Switch and Micro USB Port
(ลูกศรชี้ขึ้น) ช่องพอร์ต Micro USB ไว้เสียบสาย USB OTG เพื่อ อัพเดทซอฟต์แวร์ และ (ลูกศรชี้ลง) สวิตซ์เปิดปิดหลัก ของตัวเครื่อง

3. ชาร์จไฟข้ามคืน ก่อนเริ่มใช้งานครั้งแรก

ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ กันแล้ว สำหรับอุปกรณ์ ที่ต้องมีแบตเตอรี่ เกี่ยวข้องกับการใช้งาน เมื่อผมได้ ของใหม่แกะกล่องมา จะต้องทำการชาร์จไฟ ข้ามคืนกันก่อนสักประมาณ 6-7 ชั่วโมง เพื่อ พร้อมใช้งานในวันรุ่งขึ้น

4. เชื่อมต่อ แอพ Neato Robotics กับ เครื่อง Neato Botvac Connected

Neato Robotics Application Logo
โลโก้แอพพลิเคชั่น Neato Robotics

ความเป็นจริงแล้ว เราสามารถตั้งค่าให้กับตัวเครื่องได้ผ่านแผงควบคุม บนหน้าเครื่องได้เลย แต่ดูแล้วธรรมดาเกินไป ครั้งนี้ ผมจึงขอมาแสดงวิธีการ เชื่อมต่อ แอพพลิเคชั่น “Neato Robotics” กับตัวเครื่อง Neato Botvac Connected กันดูดีกว่า

โดยหากคุณใช้ ระบบปฏิบัติการ (OS) ของ มือถือจากเจ้าไหน ค่ายไหน (จริงๆ ก็มีอยู่ 2 ค่าย คือ iOS และ Android) ก็เลือก ดาวน์โหลด ตามอัธยาศัย

  1. ดาวน์โหลดแอพ Neato Robotics สำหรับ iOS ผ่าน App Store
  2. ดาวน์โหลดแอพ Neato Robotics สำหรับ Android ผ่าน Play Store

ขั้นตอนเชื่อมต่อ แอพ Neato Robotics

  1. เปิดเครื่อง Neato Botvac Connected เตรียมรอเอาไว้ก่อน หากสังเกตดู วันและเวลา ของเครื่อง จะเริ่มที่ วันอาทิตย์ (Sunday) 00:00 ถือเป็นการเริ่มต้นครั้งแรก
  2. ไปที่แผงควบคุม และ หน้าจอ บนตัวเครื่อง เลือกเมนู “Setting -> Wi-Fi” และเข้าไป ติ๊กถูก เพื่อเปิด การใช้งาน Wi-Fi
  3. เปิดแอพ Neato Robotics ที่เพิ่ง ดาวน์โหลดมา อ่านคำแนะนำ การตั้งค่า Wi-Fi ต่างๆ จนมาถึงหน้า ที่มันบอกว่าให้ไปใช้ Access Point ของตัวหุ่นยนต์ดูดฝุ่น มันจะเป็นปุ่มสีส้มๆ ใหญ่ๆ เขียนว่า “Connect to Robot Access Point to Continue” (รูปประกอบด้านล่างรูปที่ 3)
  4. กลับไปที่มือถือ เพื่อไปเปลี่ยนค่าที่เชื่อมต่อ Wi-Fi จากชื่อ Wi-Fi ที่เราต่อที่บ้าน ให้กลายเป็นเชื่อมต่อกับ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Neato Botvac Connected ซึ่งมันจะทำตัวเป็น Access Point เองเลย โดยที่ชื่อ Wi-Fi ของ มันจะประมาณ”neato-xxxxxxxxxxxx
  5. กลับไปเปิด แอพ Neato Robotics อีกครั้ง หลังจากนั้น จะสามารถ กด “ปุ่ม NEXT” สีเขียว เพื่อไปต่อได้แล้ว
  6. ใส่รหัสผ่าน Wi-Fi Password ของบ้านเรา (ที่เห็นเป็นจุด จุด จุด ในรูปด้านล่าง) ลงไปในแอพฯ เพื่อให้ แอพฯ ส่งข้อมูลไปบอก ที่ตัวเครื่อง หุ่นยนต์ดูดฝุ่น เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi ได้เช่นกัน หลังจากนั้น กด “ปุ่ม Next” เพื่อไปยังขั้นตอนถัดไป (ขั้นตอนที่ 7)
  7. ตั้งชื่อหุ่นยนต์ดูดฝุ่น (Name your Robot) ซึ่ง เราจะตั้งชื่ออะไรเข้าไปก็ได้ (แนะนำให้เป็น ชื่อภาษาอังกฤษ ดีกว่า) หลังจากนั้นกด “ปุ่ม DONE” เพื่อไปต่อ
  8. ขั้นตอนนี้คือ ระบบจะเชื่อมต่อ ส่งข้อมูล ไปมาระหว่าง แอพ Neato Robotics ของคุณ กับ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Neato Botvac Connected โดยเขาเขียนว่า “Finalizing Setup … This can take up to 3 minutes” และก็มีกลมๆ หมุนๆ อยู่ เพื่อให้เรารู้ว่า มันกำลังดำเนินการ เชื่อมต่อกันอยู่ รอ ร๊อ รอ …
  9. เมื่อเรียบร้อยแล้ว ระบบจะขึ้นว่า “Robot Setup Successful …” ก็เป็นอันเสร็จพิธี คราวนี้ หุ่นยนต์ดูดฝุ่นเรา ก็จะมี หมายเลขไอพี เป็นของตัวเอง เปรียบเสมือน มี เครื่องคอมพิวเตอร์ อีกเครื่องนึงในบ้านของเราแล้ว และ เวลาที่ตัวเครื่อง ก็จะถูกปรับให้ตรงกับเวลาปัจจุบันโดยอัตโนมัติทันที โดยไม่ต้องมานั่ง เลือกวัน และ เวลาเอง เหมือนรุ่นก่อน ที่ต่อเน็ตไม่ได้

สรุปความสามารถของ การใช้แอพ Neato Robotcs

หลังจากที่ได้ทดลองใช้งาน แอพฯ มาแล้ว ก็ขอสรุป ฟีเจอร์ หรือ ความสามารถ ของมันมาให้ดูกันซะหน่อย ว่าถูกใจวัยรุ่นหรือไม่

  • ไม่ต้องต้องเวลาเครื่องเอง เพราะ ถ้าหากตัวเครื่องมันต่อ Wi-Fi แล้ว มันจะปรับเวลาอัตโนมัติ กับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ โดยที่ไม่ต้องเข้าไปตั้งเวลาที่ตัวเครื่องเอง
  • สามารถตั้งชื่อให้แต่ละเครื่องได้ (จะได้ระบุเครื่องถูก ในกรณีมีหลายเครื่อง)
  • สามารถดูสถานะของแบตเตอรี่ เครื่องได้ผ่านแอพฯ ว่าใกล้หมดหรือยัง
  • สามารถสั่งตั้งเวลาทำความสะอาดรายวันได้ แบบอิสระ อาทิ
    • วันอาทิตย์ : ไม่ทำความสะอาด (เพราะอยู่บ้านทั้งวัน)
    • วันจันทร์ : 18.00 น. (กลับบ้านทุ่มครึ่ง)
    • วันอังคาร : 18.00 น. (กลับบ้านทุ่มครึ่ง)
    • วันพุธ : 17.00 น. (กลับบ้านหกโมงครึ่ง)
    • วันพฤหัสบดี : 18.00 น. (กลับบ้านทุ่มครึ่ง)
    • วันศุกร์ : 21.00 น. (กลับบ้านสี่ทุ่ม เพราะไปเที่ยวกับเพื่อน)
    • วันเสาร์ : 12.00 น. (ออกไปกินข้าวเที่ยงนอกบ้าน)
  • สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการทำความสะอาดเครื่อง ได้ผ่าน แอพฯ ซึ่งจะมี 3 โหมดทำความสะอาด (Cleaning Mode) หลักๆ ได้แก่
    • CLEAN HOUSE : ทำความสะอาดอัตโนมัติ วิ่งทั่วห้อง
    • CLEAN SPOT : ทำความสะอาดเฉพาะบริเวณรอบๆ
    • MANUAL CLEAN : สั่งทำความสะอาด ตามจุดที่ต้องการ
  • สามารถสั่งคำสั่ง (Commands) บอกเครื่องให้ สามารถ
    • RETURN TO START : กลับไปจุดเริ่มต้น และ รีเซ็ตแผนที่
    • STOP : หยุดการทำงานเครื่องทันที
  • สามารถ เชื่อมต่อได้พร้อมกันกับ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น และ อุปกรณ์อื่นๆ ของ Neato ที่อาจมีมากขึ้นในอนาคตได้พร้อมๆ กัน หลายตัว เช่น คุณอาจจะมี Neato Botvac Connected อยู่ชั้นบน และ ชั้นล่าง ของบ้าน ก็ควบคุมผ่าน แอพฯ เดียวได้เลย

ประโยชน์ของการใช้ แอพ Neato Robotics

เมื่อดาวน์โหลดเสร็จแล้ว ก่อนที่เราจะทดลองใช้งาน แอพ Neato Robotics นั้น ผมขอบอกข้อดี ข้อเสียของการใช้งานแอพฯ กันสักนิดก่อน (ซึ่งตรงจุดนี้ ผมนำมาจากคู่มือการใช้งานของเครื่อง อีกทีนะ)

  1. Easy Access and Control : ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในโลก หากมีอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อ ไม่ว่าจะเป็น W-Fi หรือ 3G/4G ก็ตาม สามารถ เปิดแอพฯ เพื่อสั่งงาน Neato Botvac Connected ที่อยู่บ้านคุณได้เลย สั่งงาน เมื่อไหร่ก็ได้
  2. Enhanced SPOT Clean Options : ปกติแล้ว ถ้าเรากดที่ปุ่ม ทำความสะอาดเฉพาะจุด “ปุ่ม SPOT Clean” ที่ตัวเครื่อง รัศมีทำการจะแค่ 2 x 2 เมตร จากจุดเริ่มต้น แต่ ถ้าสั่งผ่านแอพฯ ตัวนี้จะมีออปชั่นเสริม ให้ เพิ่มรัศมีการทำความสะอาดเฉพาะจุด ไปเป็น 4 x 4 เมตร ได้อีกด้วยเช่นกัน
  3. Directed Cleaning with MANUAL Clean : สามารถสั่งให้เครื่องทำความสะอาด ไปยังทิศทางที่ต้องการ ได้ตามต้องการ คุณจะสามารถ บังคับเครื่องให้ เดินหน้า เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ได้เลย แต่มีข้อแม้ว่า การสั่งงานแบบควบคุมทิศทางเครื่องเองนั้น คุณจะสามารถสั่งงานได้ ขณะที่ อยู่ภายในเน็ตเวิร์คเดียวกันเท่านั้น (สั่งจากนอกบ้านไม่ได้)
  4. Instant Notification : ระบบแจ้งเตือน (Notification) ออนไลน์ ที่จะคอยบอกสถานะ การทำความสะอาดของเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น เมื่อทำความสะอาดเสร็จ การแจ้งเตือนข้อผิดพลาด และ ข้อมูล น่ารู้ต่างๆ
  5. Battery Status : สามารถดูสถานะของแบตเตอรี่ เครื่องได้ว่าใกล้หมดแล้วหรือยัง
  6. Maintenance Alerts : ระบบการแจ้งเตือนสถานะ หรือ สุขภาพทั่วไปของตัวเครื่อง เช่น การบำรุงรักษา เปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหม่ การทำความสะอาด กล่องใส่ขยะฝุ่นละออง เป็นต้น

คำถามที่คุณต้องอยากรู้ เกี่ยวกับมัน (FAQs)

มาถึงช่วง ถามตอบ การใช้งาน เครื่อง หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Neato Botvac Connected กันแล้ว ว่าหลังจากที่ใช้งานมาแล้วสักระยะ มีความรู้สึกเป็นอย่างไรกันบ้าง

1. มันจะวิ่งตกบันไดหรือไม่ ?

Neato Botvac Connected Drop Sensor
ใช้ Neato Botvac Connected ไม่มีวิ่งตกบันได แน่นอน คอนเฟิร์ม !

เครื่องนี้มีเซ็นเซอร์กันตกหล่น (Drop Sensor) อยู่แค่ 2 อัน ด้านหน้าเครื่อง ทำงานด้วยระบบอินฟราเรด แต่จากที่ทดสอบ ก็ไม่มีวี่แววที่จะวิ่งตกบันได แต่อย่างใด จัดว่ามีประสิทธิภาพสูงมากๆ เพราะ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น บางตัว มีเซ็นเซอร์ มากมายรอบตัว เห็นบางตัวมีมากถึง 6 ตัว ด้วยกัน แต่ตัว Neato Botvac Connected นี้มีแค่ 2 ตัว ประสิทธิภาพ ก็ไม่แตกต่างกันเลย จัดว่าดีงามมากๆ

2. สามารถวิ่งผ่านพื้นต่างระดับได้ขนาดไหน ?

คำตอบของ ข้อ 2 นี้ ผมขอ คัดลอกเนื้อหาบางส่วน มาจาก รีวิว Neato Botvac Series (รุ่นแรก) ที่ผมรีวิวมา เมื่อ 2 ปีก่อน เพราะ สาเหตุเพราะว่า มันยังคงประสิทธิภาพเดิมเอาไว้อยู่ โดยที่ คุณภาพไม่ตกเลยทีเดียว

Floor Between Living Room and Kitchen Height
พื้นที่ต่างระดับขนาด 1.5 เซนติเมตร หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Neato Botvac วิ่งผ่านได้สบายๆ

คำตอบคือ สามารถวิ่งผ่าน ได้สบายๆ จากที่ผมเคยใช้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นมาหลายตัว พบว่าตัว Neato Botvac Connected นี้สามารถปืนหรือแล่นผ่านพื้นที่ต่างระดับ ได้สูงถึง 150 มิลลิเมตร หรือประมาณ 1.5 เซนติเมตร

(จริงสามารถปืนได้สูงกว่านั้นแต่ไม่กล้าเคลม เพราะเป็นแค่บางครั้งเท่านั้น)

และในความเป็นจริงแล้ว ไม่ได้มีสเปคบอกระบุเอาไว้ ชัดเจน แต่ลองมาดูภาพตัวอย่างที่ถ่ายเอาไว้ว่ามันสามารถวิ่งผ่านได้เช่นกัน อันนี้เห็นวิ่งผ่านไปมา มาหลายทีละ คิดว่าไม่น่ามีปัญหา

Floor Between Living Room and Bathroom

ความคิดเห็นส่วนตัว

สรุปคือ จากที่เห็นมันสามารถวิ่งผ่านพื้นที่สูงได้แน่ๆ ระหว่าง 0.0 – 1.5 เซนติเมตร แต่ในระดับ 2 เซนติเมตร เคยเห็น มันวิ่งผ่านอยู่นะ แต่ไม่การันตี ว่าจะแล่นผ่านได้ ในทุกครั้ง เพราะขณะนำมาทดสอบถ่ายคลิป ดันไม่วิ่งขึ้นซะงั้น

3. วิ่งแท่นชาร์จ (Charge Base) ได้เองหรือไม่ ?

Neato Botvac Connected Working
ขณะ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Neato Botvac Connected กำลังทำงาน

กลับได้แน่นอน และ แม่นยำอีกต่างหาก มันสามารถวิ่งกลับฐานได้เองอัตโนมัติ เมื่อเสร็จ หรือ แบตเตอรี่ ใกล้หมด

โดยทุกครั้งที่ดูดฝุ่นเสร็จ ระบบดูดฝุ่น พวกแปรงด้านกวาดข้าง (Side Brush) และ แปรงกวาดหลัก (Main Brush) จะหยุดทำงาน เสียงเครื่องจะเงียบลง และจะวิ่งตรงเข้าหาแท่นชาร์จโดยทันที ไม่ว่าขณะนั้นจะอยู่ห้องไหน หรือ ตรงไหนในห้องก็ตาม โดยไม่วิ่งวนไปวนมา คลำทางไปเรื่อย จุดนี้เองแสดงให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาดของมัน ที่สามารถจดจำ ตำแหน่งแท่นชาร์จ เอาไว้ตั้งแต่แรกเป็นอย่างดี

หากพูดถึง หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ตัวอื่นๆ บางตัวนั้น ถึงแม้ว่ามันจะมีแท่นชาร์จ (Charge Base) ให้วิ่งกลับไปชาร์จและจอด เมื่อทำงานเสร็จก็จริง แต่ว่าพอทำความสะอาดเสร็จทั่วทั้งห้องแล้ว มันกลับวิ่งวนหาแท่นชาร์จของตัวเองไม่เจอซะงั้น สุดท้ายก็แล่นวนไปวนมา และก็จอดดับเองสักแห่ง เนื่องจากแบตเตอรี่หมดนั่นเอง ยิ่งไปกว่านั้น บางตัวแล่นชนแท่นชาร์จของตัวมันเองก็ยังมี ไม่ยอมเข้าซองไปจอดให้ดีๆ

4. รองรับพื้นที่ทำความสะอาด ขนาดเท่าไหร่ ?

เนื่องจาก ห้องคอนโดมิเนียม ของผมมีขนาด 3 ห้อง แต่ว่า พื้นที่ทั้งหมด รวมกันประมาณไม่เกิน 60 ตารางเมตร ซึ่งมันก็สามารถวิ่งดูดได้ครบ ทั่วทั้งบริเวณ ไม่มีปัญหาใดๆ ตรงจุดนี้ผมจึงไม่สามารถชี้แน่ชัดได้ว่ามันรองรับพื้นที่ได้สูงสุดขนาดเท่าไหร่กันแน่

แต่ในสเปค เขาเคลมว่า มันสามารถรองรับพื้นที่ ห้องต่างๆ สูงสุดระหว่าง 4,000 ถึง 5,000 ตารางฟุต (หรือประมาณ 371.61 ตารางเมตร ถึง 464.51 ตารางเมตร)

5. สามารถใช้ แท่นชาร์จ สายไฟ แผ่นกรองอากาศ ร่วมกับ แท่นชาร์จ Neato Botvac รุ่นเก่า ได้หรือไม่ ?

ได้สบายๆ

6. ควรทำความสะอาด บำรุงรักษา เครื่องบ่อยแค่ไหน ?

เราควรจะต้อง หมั่นทำความสะอาด อุปกรณ์ต่างๆ ภายใน เครื่อง หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Neato Botvac Connected ให้เป็นประจำ เพราะว่าตัวเครื่อง มันอยู่กับฝุ่นตลอดเวลา นั่นหมายความว่า เครื่องมันเองนี่แหละ จะเก็บตัวที่รับฝุ่น เข้าไปเต็มๆ ดังนั้นควรจะต้องดูแลมันด้วย ไม่ใช่ว่ามีเครื่องทุ่นแรงแล้ว จะไม่สนใจอะไรเลยนะครับ

การดูแลรักษา (ที่ผมทำเป็นประจำ ไม่ได้อิงคู่มือ นะ) ผมแนะนำให้ ควรทำความสะอาด ตามรายละเอียดต่อไปนี้

  1. กล่องใส่ขยะฝุ่นละออง + แผ่นกรองอากาศ HEPA : ทุก 1-2 วัน
  2. แปรงกวาดหลัก : ทุกๆ 7 วัน (1 สัปดาห์)

7. ระดับเสียง ดังมากน้อยขนาดไหน ?

เครื่องนี้ มีโหมดการทำงานหลัก อยู่ 2 โหมด ได้แก่โหมด Turbo (ดูดแรง เต็มพลัง) และ โหมด Eco (ประหยัดพลังงาน) แน่นอนว่า ต้องมีระดับเสียงที่แตกต่างกันแน่นอน โดยผมก็ได้ทดลองใช้ แอพ LINE Tools ทดสอบ วัดระดับเสียง ของทั้ง 2 โหมด นี้ออกมาแล้ว ผลก็ได้ดังนี้

  • โหมด Turbo : ระดับเสียง ประมาณ 68 เดซิเบล
  • โหมด Eco : ระดับเสียง ประมาณ 64 เดซิเบล

จากผลการทดสอบ แบบนี้ หากเทียบกันระหว่าง Neato Botvac Series (รุ่นแรก) กับ Neato Botvac Connected นั้น ตัว Connected มีระดับเสียงที่เงียบกว่า อยู่พอสมควร (ไม่หนวกหูเท่าไหร่ เสียงที่ดัง จะเป็นเหมือนเสียงพัดลมดูดฝุ่น แต่มีโทนเสียงที่นุ่มลึกมากกว่ารุ่นแรก ที่ผมเคยใช้) ตรงจุดนี้ขอชื่นชม ว่ามีการปรับปรุง ไปในทางที่ดีขึ้น (เสียงเงียบลง)

8. อะไหล่ และ การซ่อมบำรุง เป็นอย่างไรบ้าง

ในส่วนของอะไหล่ เครื่อง Neato Botvac Connected ทุกชิ้นนั้น จะมีจำหน่ายทั้งหมด โดยคุณสามารถติดต่อสั่งซื้ออะไหล่ ได้กับทางเว็บไซต์ ของ บริษัทฯ ผู้จัดจำหน่าย บริษัท ออล อเบ้าท์ บอท จำกัด (บริษัทในเครือของ บริษัท โรบอท เมคเกอร์ จํากัด ผู้จัดจำหน่าย หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Autobot ในประเทศไทย

และที่สำคัญคือ หุ่นยนต์ดูดฝุ่นซีรีย์ Botvac ทั้งหมดในปัจจุบัน (ขณะที่กำลังรีวิว) สามารถใช้อะไหล่ชุดเดียวกันได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น

  • Neato Botvac Series (รุ่นแรกของ Botvac)
  • Neato Botvac D-Series
  • Neato Botvac Connected
Neato Botvac Connected Part Prices
รูปตัวอย่างอะไหล่ และ ราคาอะไหล่ ของ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Neato Botvac ทุกซีรีย์ (ราคาอะไหล่ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้)

9. ติดต่อสั่งซื้อ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Neato Botvac Connected ได้ที่ไหน ?

คุณสามารถซื้อเครื่อง Neato Botvac Connected นี้ได้ผ่านทางหลายช่องทาง ถ้าไปซื้อหน้าร้านก็ เช่นที่ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ทุกสาขา และ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในบางสาขา อาทิ เซ็นทรัลพระราม 9 เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ฯลฯ หรือจะโทรศัพท์ไปติดต่อสอบถามก่อนได้ที่เบอร์โทรศัพท์ ด้านล่างนี้เลย

  • Telephone No (เบอร์โทรศัพท์) : 0-2215-2577
  • Website (เว็บไซต์) : http://www.neatoroboticsth.com/
  • Line ID (ไลน์ไอดี) : @neatoroboticsth
  • Facebook Page (เพจเฟสบุ๊ค) : neatoroboticsth (นีโต้โรโบติกส์ทีเฮช) ตามกรอบด้านล่าง

บทสรุปการใช้งาน หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Neato Botvac Connected

และก็มาถึงช่วงสุดท้ายของบทความรีวิวชุดนี้ หลังผ่านการใช้งานมาสักระยะ ผมก็ขอมาสรุปถึงข้อดี ข้อเสีย ของมันกันดู ว่าจากที่พบประสบมานั้น มีอะไรตรงไหนที่ติดใจ บ้าง มาดูกันเลย

ข้อดี 🙂

  • มีการปรับปรุง แก้ไขจุดบกพร่อง ข้อผิดพลาดต่างๆ หลายจุด ให้ดีขึ้น จากตัว Neato Botvac รุ่นที่ผ่านมา
  • สามารถ ดูดฝุ่น เศษขยะ ต่างๆ ได้แรงมากๆ พลังเหลือเฟือ จากเทคโนโลยี SpinFlow™
  • มีความฉลาดในการทำงานสูงมาก ตรงไหนที่ วิ่งทำความสะอาดเสร็จแล้ว จะไม่กลับไปทำซ้ำอีกให้เสียเวลา
  • เมื่อถึงเวลาที่จะต้องกลับแท่นชาร์จ (กลับฐาน) มันจะหยุดระบบการดูดฝุ่นทั้งหมด (เสียงเครื่องจะเงียบลง) คงไว้เหลือแต่ระบบขับเคลื่อน และ วิ่งตรงดิ่งกลับฐานทันที แบบไม่ไปเถลไถล ที่ไหน
  • สามารถวิ่งเข้าออก ข้ามห้องไปมาได้อย่างสบาย ไม่มีหลงทาง และ ไม่วิ่งมั่ว
  • Neato Botvac Connected เป็นรุ่นแรกของ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Neato ที่ใช้แบตเตอรี่แบบ Li-Ion ซึ่งมีสเถียรภาพ จ่ายไฟนิ่งกว่าแบตเตอรี่ แบบ NiMH
  • มีเสียงแจ้งเตือน และ เสียงพูด เพื่อบอกสถานะการทำงานของเครื่อง ได้ชัดเจน (แต่เป็นภาษาอังกฤษ)
  • หน้าจอแสดงผล แบบสี ทำให้สังเกตเห็นง่าย และ มีความสวยงาม พร้อมกับ ปรับเสียงแจ้งเตือน (Notification) ต่างๆ ให้ไพเราะมากขึ้น ฟังแล้วมีมิติของเสียงมากขึ้น กว่ารุ่นก่อนๆ (พอดีใช้รุ่นก่อนอยู่ด้วย เลยเห็นถึงความแตกต่าง)
  • สามารถตั้งค่าการใช้งาน การทำงานของตัวเครื่องได้จากทั้ง
    • แผงควบคุมบนตัวเครื่อง (ไม่ผ่าน Wi-Fi)
    • ผ่านแอพพลิเคชั่น Neato Robotics (ผ่าน Wi-Fi)
  • สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวาง อาทิ เฟอร์นิเจอร์ หรือ ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านได้อย่างดี ชนน้อยมาก
  • สามารถวิ่งผ่านพื้นที่ต่างระดับ ขนาดสูงๆ ได้ โดยไม่ติดขัด
  • สามารถตั้งเวลาทำความสะอาดรายวัน ได้อย่างยืดหยุ่น เช่นวันนี้ทำ พรุ่งนี้ไม่ทำ วันนี้ทำเช้า พรุ่งนี้ทำหัวค่ำ เป็นต้น
  • สามารถถอดอุปกรณ์ต่างๆ ออกมาทำความสะอาดได้ง่าย อาทิ แปรงกวาด กล่องใส่ขยะฝุ่นละออง รวมไปถึง แผ่นกรองอากาศ HEPA
  • มีแปรงกวาดที่ขนาดใหญ่ ทำให้พื้นที่ในการดูดฝุ่นเข้าไปในตัวเครื่อง ทำได้อย่างสะอาด และ มีประสิทธิภาพ
  • ปรับระดับความแรง ของการดูดฝุ่นได้ 2 ระดับ จากโหมดเทอร์โบ (Turbo Mode) และ โหมดประหยัด (Eco Mode)
  • สามารถอัพเดทซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นใหม่ๆ ได้ผ่านทางพอร์ต Micro USB ในกรณีที่ทางผู้ผลิตออกซอฟต์แวร์ใหม่ ในการปรับการทำงานให้ฉลาดมากยิ่งขึ้นกว่านี้ไปอีก โดยไม่ต้องซื้อเครื่องใหม่ หรือ เอาเครื่องเข้าศูนย์บริการ สามารถเข้าไปลงทะเบียนและดาวน์โหลดซอฟต์แวร์จาก เว็บไซต์ผู้ผลิตหุ่นยนต์ดูดฝุ่น Neato ได้เลย

ข้อเสีย 🙁

  • ตัวเครื่องมีน้ำหนักเยอะ แต่แข็งแรง
  • ไม่มีรีโมทคอนโทรลมาให้ การตั้งค่าการใช้งานต่างๆ สามารถตั้งผ่านเครื่อง และ แอพพลิเคชั่น เท่านั้น
  • ไม่สามารถบังคับทิศทางของเครื่อง ให้ไปดูดในพื้นที่ ที่ต้องการได้ (เพราะไม่มีรีโมทคอนโทรล ในการชี้สั่งการ)
  • หากเปิดทำความสะอาดด้วย โหมดเทอร์โบ เสียงเครื่องจะดังมากๆ ถ้าอยู่ในหอพัก หรือ คอนโดมิเนียม แนะนำให้เปิดเครื่องตอนกลางวัน
  • มีแปรงกวาดข้าง (Side Brush) มาให้แค่ฝั่งเดียว และ ขนาดเล็ก จริงๆ ถ้าจะให้ สมบูรณ์เพอร์เฟค กว่านี้ ควรจัดมาให้ 2 ข้างไปเลย แต่คิดว่าน่าจะมาจากการคำนวณของทีมวิศวกรเขาเป็นอย่างดีแล้ว

หลังจากที่อ่านรีวิวกันมาซะยาว ผมขอสรุปตรงนี้เลย แบบไม่ต้องคิดอะไรมากว่า ถ้าคุณไม่ติดเรื่องเงิน โดยมีจำนวนประมาณ 30k เรียกได้ว่าซื้อมาแล้วอยากจบ ไม่มีปัญหาอะไรใดๆ อีก ขอให้ “ซื้อ” ตัวนี้ไปตัวช่วยทำความสะอาด ที่บ้าน หรือ คอนโดมิเนียม คุณได้เลย แบบไม่ต้องลังเล ไม่ต้องคิดมากเลย

ยิ่งถ้าบ้านใครมี 2 ชั้น 3 ชั้น ก็ซื้อชั้นละเครื่องไปเลยครับ เพราะ การสั่งงาน Neato Botvac Connected ผ่านแอพพลิเคชั่น นั้น มันสามารถสั่งงาน ควบคุม ดูสถานะ ได้พร้อมกันหลายๆ เครื่องอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาเลย

แต่สำหรับใครที่ติดเรื่องงบประมาณ เพราะราคา 3 หมื่นกว่าบาท นี่ก็อาจจะดูมากไป สำหรับใครหลายๆ คน ก็สามารถ ทักทายเข้ามา ขอคำปรึกษา ที่ ทวิตเตอร์ @thanop หรือ จะส่งอีเมล์ มาที่ thanop@thanop.com ก็ได้อีกด้วยเช่นกัน

สำหรับรีวิวนี้ ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ที่ให้ผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อ ได้ไม่มากก็น้อย แล้วพบกันใหม่รีวิวฉบับหน้า สวัสดีครับ 🙂

กลับไปอ่าน รีวิวหุ่นยนต์ดูดฝุ่น Neato Botvac Connected หน้าแรก

8 ความคิดเห็น

  1. อยากทราบเหมือนกันครับว่า ระหว่างroomba980กับbotvac connected สองรุ่นนี้มีความแตกต่างกันมากไหมครับตัวไหนทำความสะอาดได้ดีกว่าครับกำลังตัดสินใจซื้อมาใช้งานเลยครับ

  2. สอบถามค่ะ ระหว่าง d85 กับ connected มีคุณสมบัติไหนบ้างค่ะที่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

    • หลักๆ เลยคือ

      1. Connected สามาระสั่งผ่านเน็ตได้ครับ

      2. แบตเตอรี่ Connected ใช้แบบ Li-Ioh

      3. รองรับพื้นที่ห้องได้มากกว่าครับผม

  3. ขอบคุณมากๆ ครับ สำหรับรายละเอียดการรีวิวต่างๆ การรีวิวของคุณเป็นประโยชน์มากๆ ต่อการตัดสินใจซื้อโรบอทดูดฝุ่นของผมครับ วันก่อน ผมเองก็ตัดสินใจสั่งซื้อ Neato Botvac D85 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ตัดช้อยจนเหลือ Neato D85 นี้กับ Samsung VR9000 ส่วน รุ่น Connected นี้ น่าสนใจมากๆ เช่นกันครับ เสียดายที่ราคายังคงสูงเกินงบอยู่สักหน่อย

  4. สวัสดีค่ะ อาจารย์
    ขอขอบคุณมากๆนะคะ สำหรับรีวิวดีๆกับในฐานะผู้ใช้งานจริง พร้อมความรู้ดีๆในอุปกรณ์และการทำงานของหุ่นยนต์ทำความสะอาดอย่างละเอียดมาก ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจเลือกซื้อหุ่นยนต์ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้นค่ะ

    ขอบคุณค่ะ

  5. ขอบคุณ อาจารย์มากๆครับ สำหรับรีวิว
    ถ้าเปรียบเทียบกันตรงๆเลย ระหว่าง Roomba 980 กับ Botvac Connected
    ไม่ทราบว่า ข้อดีข้อด้วย แต่ละรุ่น มีอะไรบ้างครับ
    และถ้าฟังธงไปเลย ไม่ทราบว่าอาจารย์เลือกรุ่นไหน ครับ
    ขอบพระคุณครับ

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็น
กรุณาใส่ชื่อของคุณตรงนี้