รีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate 2 ควบคุมด้วย AI

Ambi Climate 2 Share
รีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate 2

รีวิวนี้ไม่ใช่รีวิวแอร์ (เครื่องปรับอากาศ) เหมือนที่ผ่านๆ มา แต่มันเป็นการรีวิวรีโมทแอร์ที่ชื่อว่า “Ambi Climate” มันเป็นรีโมทแอร์อัจฉริยะ (Air Conditioner Smart Remote Control) ที่จะเข้ามาช่วยเปลี่ยนแอร์บ้านที่ธรรมด๊า ธรรมดา ของคุณ ให้กลายเป็นแอร์อัจฉริยะ (Smart Air Conditioner) ที่สามารถสั่งงานเปิดปิดเครื่องได้ในขณะที่อยู่นอกบ้าน ตั้งเวลาเปิดปิดแอร์ได้ตามต้องการ หรือแม้แต่การปรับอุณหภูมิให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งความสามารถเหล่านี้ รีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate 2 ตัวนี้สามารถจัดให้คุณได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนแอร์เป็นเครื่องใหม่ หรือไปติดตั้งอุปกรณ์อะไรใดๆ เพิ่มเติมกับตัวเครื่องแอร์เลยแม้แต่น้อย

ปัจจุบันนี้ ก็เริ่มมีแอร์หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ที่สามารถสั่งงานผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือได้แล้ว ให้ความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้งานในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกัน ราคาแอร์ก็กระโดดสูงขึ้นกว่าแอร์ทั่วๆ ไปอยู่เหมือนกัน แต่ถ้ามี Ambi Climate ตัวนี้ เราก็ยังสามารถใช้แอร์เครื่องเดิมต่อไปได้ โดยไม่ต้องไปเสียเงินแพงๆ เพื่อซื้อใหม่

ด้านล่างนี้เป็นเมนูลัด (Shortcut) หรือสารบัญ เพื่อให้คุณได้สามารถเข้าถึงเนื้อหาต่างๆ ของรีวิว Ambi Climate 2 นี้ได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

  1. Ambi Climate คืออะไร ?
  2. ทำไมถึงต้องใช้รีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate ?
  3. แกะกล่องผลิตภัณฑ์
  4. อุปกรณ์ที่ให้มาภายในกล่องผลิตภัณฑ์
  5. ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค ของตัวเครื่อง
  6. คุณสมบัติ และความสามารถของผลิตภัณฑ์
  7. เตรียมเครื่อง และเปิดใช้งานจริง
  8. สำรวจส่วนประกอบของตัวเครื่อง
  9. คุณสมบัติ และความสามารถของแอพพลิเคชั่น
  10. รู้จักกับโหมดการทำงานหลักทั้ง 4 โหมด
  11. ความรู้สึกหลังการใช้งาน
  12. คำถามที่คุณต้องอยากรู้ (FAQs)
  13. บทสรุปหลังการใช้งาน ข้อดี ข้อเสีย

ด้านล่างนี้เป็นวีดีโอคลิปรีวิวรีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate 2 ที่ทำเอาไว้อย่างละเอียดยิบเช่นกัน ความยาวประมาณ 19 นาที

Ambi Climate คืออะไร ?

Ambi Climate Logo
โลโก้ผลิตภัณฑ์ รีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate

รีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate ได้ถูกพัฒนาขึ้นโดย บริษัทสตาร์ทอัพ ที่ทีมงานมีความเชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาอุปกรณ์อินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (IoT – Internet of Things) และสมาร์ทเทคโนโลยี (Smart Technology) ที่มีชื่อว่า Ambi Labs ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศฮ่องกง (Hong Kong) ถือเป็นบริษัทผู้ผลิต คิดค้น รีโมทแอร์อัจฉริยะรายแรก ที่ได้มีการนำเอาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยในการประมวลผล ภายใต้คอนเซป “Ambient Intelligence” และนี่คือที่มาของชื่ออุปกรณ์นี้นั่นเอง นั่นก็คือ “Ambient Climate” โดยแปลเป็นภาษาไทยว่า “สภาพภูมิอากาศโดยรอบ” นั่นเอง

ทางบริษัทฯ เขาได้ออก Ambi Climate รุ่นแรก มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2014 (พ.ศ. 2557) และมันก็หนึ่งในโปรเจคระดมทุนจากผู้ที่สนใจเข้าร่วมลงทุนทั่วไป (Crowdfunding) ผ่านทาง เว็บไซต์ระดมทุนออนไลน์ รายใหญ่ของโลก อย่าง Kickstarter.com อีกด้วย

ต่อมาในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2017 (พ.ศ. 2560) ทางบริษัทฯ ก็ได้ออก รีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate 2 (รุ่นที่สอง) ซึ่งก็ยังคงเป็นหนุ่งในโปรเจคระดมทุนบนเว็บไซต์ Kickstarter.com เช่นเดียวกับรุ่นแรก โดยโปรเจคนี้ มีผู้สนับสนุนโปรเจคนี้มากกว่าพันคน ได้เงินสนับสนุนโปรเจคไปมากกว่า 1.2 ล้านเหรียญฮ่องกง (HKD) (เกือบๆ 5 ล้านบาท) จากเป้าที่ตั้งเอาไว้แค่ 3.9 แสนเหรียญฮ่องกง เท่านั้นเอง พูดง่ายๆ คือเกินเป้าไปแบบถล่มทลายอีกด้วย

ทำไมถึงต้องใช้ รีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate ?

หากคุณเคยมี 5 ความรู้สึกด้านล่าง เหล่านี้เกิดขึ้นกับตัวเอง ในระหว่างการใช้เครื่องแอร์ที่บ้าน แนะนำว่าควรใช้รีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate ตัวนี้

  1. แม้จะเปิดแอร์แล้ว แต่ก็ยังรู้สึกไม่สามารถเนื้อสบายตัวเท่าไหร่ เพราะอากาศภายนอกเปลี่ยนแปลงบ่อย
  2. ตื่นนอนมาแล้วรู้สึกหนาวสั่น (อาจจะเป็นเพราะก่อนนอนเปิดแอร์ในอุณหภูมิที่ต่ำ เพราะรู้สึกร้อน)
  3. ต้องกดรีโมทแอร์ เพื่อปรับเปลี่ยนอุณหภูมิอยู่บ่อยครั้ง (กดเท่าไหร่ก็ไม่ถูกใจสักที)
  4. อากาศภายในบ้าน ไม่แน่นอน เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวเย็น
  5. อยากรู้ประวัติ หรือสถิติการใช้งานเครื่องแอร์ แต่ก็ไม่เคยรู้สึกที

แกะกล่องผลิตภัณฑ์ รีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate 2

กล่องผลิตภัณฑ์รีโมทแอร์อัจฉริยะมาในทรงสี่เหลี่ยม (เกือบจะจตุรัส) มันมีขนาดมิติอยู่ที่ ยาว (L) 166 x กว้าง (W) 58.5 x สูง (H) 168 มิลลิเมตร (ข้อมูลจากคู่มือการใช้งาน) และมีน้ำหนักสุทธิของกล่องรวมผลิตภัณฑ์ (Net Weight) อยู่ที่ประมาณ 0.477 กิโลกรัม (ชั่งด้วยเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลขนาดเล็ก)

ลักษณะของกล่องผลิตภัณฑ์ จะเป็นกระดาษปลอกสวมกล่อง สวมอยู่ด้านนอก การออกแบบใช้สีเขียวเป็นสีหลักของพื้นหลัง ในขณะที่สีขาวเป็นสีของตัวหนังสือ ในขณะที่ด้านใน (เมื่อนำเอากระดาษปลอกสวมกล่องออก) ก็จะเป็นกระดาษเยื่อไผ่แท้ อีกด้วย

ด้านหน้ากล่อง : มีโลโก้พร้อมกับรูปสินค้าวางที่กึ่งกลางของกล่อง พร้อมเขียนสโลกแกนสั้นๆ ว่า “A.I. Enhanced Air Conditioning Comfort

ด้านหลังกล่อง : มีข้อความเขียนว่า “Personalized Comfort” หมายความว่า “ความสบายในแบบฉบับของคุณ” บอก คุณสมบัติ และความสามารถคร่าวๆ ของตัวรีโมทแอร์อัจฉริยะ เนื้อหามีทั้งในรูปแบบของรูปกราฟฟิก และคำบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ

ด้านซ้ายกล่อง : บอกข้อมูลเกี่ยวกับ ประวัติความเป็นมาของผลิตภัณฑ์ พอสังเขป และด้านล่างมีเขียนว่ากล่องผลิตภัณฑ์นี้ทำมาจากกระดาษเยื่อไผ่ (Bamboo Paper) 100% ที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ (Recycle) ได้อีกด้วย

ด้านล่างกล่อง : บอก ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค ของตัวเครื่องทางฝั่งซ้าย และสติ๊กเกอร์สีขาวๆ แปะบอกรายละเอียดของตัวเครื่องอย่างเครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้า บาร์โค้ดสินค้า หมายเลขซีเรียล (Serial Number) ของสินค้า พร้อมประเทศที่ผลิต “Made in China – ผลิตในประเทศจีน” อยู่ทางฝั่งขวา

อุปกรณ์ที่ให้มาภายในกล่องผลิตภัณฑ์ รีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate 2

Ambi Climate 2 Component
อุปกรณ์ที่ให้มาภายในกล่องผลิตภัณฑ์ รีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate 2
  1. Ambi Climate 2 (รีโมทแอร์อัจฉริยะ x 1 เครื่อง) : เป็นการออกแบบที่เรียบง่าย โดยเน้นสีขาว และเป็นหลัก (Minimalistic Black-and-White Design) ที่ส่วนของฐานเครื่อง ยังเป็นลายไม้เพื่อความหรูหราให้กับตัวผลิตภัณฑ์ ที่ด้านหลังมีพอร์ต USB ตัวเครื่องมีน้ำหนัก 0.12 กิโลกรัม
  2. USB Power Adapter (อะแดปเตอร์แปลงไฟ USB x 1 ชุด) : อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Power) ไปเป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC Power) เพื่อใช้ภายในตัวเครื่องรีโมทแอร์อัจฉริยะ มีลักษณะคล้ายกับอะแดปเตอร์แปลงไฟ USB ของ iPhone ด้านข้างมีข้อมูลจำเพาะระบุอย่างชัดเจน ตัวอะแดปเตอร์ผลิตในประเทศจีน (Made in China) เช่นกัน
  3. USB Power Cable (สายไฟ USB x 1 เส้น) : สายไฟมีความยาว 1.75 เมตร โดยฝั่งนึงจะเป็นหัว USB ขนาดมาตรฐาน เอาไว้เสียบกับอะแดปเตอร์แปลงไฟ USB ในขณะที่อีกฝั่งจะเป็นหัว Micro USB (ขนาดหัวจะเล็กกว่า) เอาไว้ต่อกับ พอร์ตจ่ายไฟ USB แบบไมโครเข้าเครื่อง ที่อยู่ด้านหลังของตัวเครื่องรีโมทแอร์อัจฉริยะ
  4. User Manual (คู่มือการใช้งาน x 1 เล่ม) : แผ่นพับคู่มือการใช้งานภาษาอังกฤษ พร้อมรูปประกอบที่ดูแล้วเข้าใจง่าย ภายในมีเนื้อหาเกี่ยวกับ วิธีการเริ่มต้นใช้งาน การดูแลรักษา เงื่อนไขการรับประกันสินค้าต่างๆ

ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค รีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate 2

รายละเอียด
(Specification)
ขนาดมิติ
(Dimension)
108 x 42 x 81 มิลลิเมตร
น้ำหนักตัวเรือนนาฬิกา
(Net Weight)
120 กรัม (0.12 กิโลกรัม) (ตามสเปคระบุ 110 กรัม)
ไฟเข้า
(Input)
AC 100-240V 50/60 Hz (0.2A)
ไฟออก
(Output)
DC 5.0V 1.0A
ปัจจัยที่ระบบ AI ใช้พิจารณา
(AI Consideration Factors)
  1. Indoor Temp (อุณหภูมิภายในอาคาร)
  2. Indoor Humidity (ความชื้นภายในอาคาร)
  3. Outdoor Weather Changes (สภาพอากาศภายนอกอาคาร)
  4. Ambient Light Levels (ระดับแสงรอบๆ ตัว)
  5. Thermal Radiation (การแผ่รังสีความร้อน)
  6. Time of Day (เวลาของวัน)
  7. Seasonality (ฤดูกาล)
โหมดการทำงานหลัก
(Main Working Modes)
  1. Comfort Mode (โหมดปรับตามความรู้สึก)
  2. Temperature Mode (โหมดกำหนดอุณหภูมิเอง)
  3. Away Mode (โหมดขณะอยู่นอกบ้าน)
  4. Manual Mode (โหมดตั้งค่าเอง)
การเชื่อมต่อ
(Connectivity)
Wi-Fi (ไวไฟ) : 802.11 b/g/n 2.4 GHz
การส่งข้อมูลไปยังเครื่องแอร์
(Transmission to Air Conditioner)
7 Infrared Transmitters (ตัวส่งสัญญาณอินฟราเรด 7 ตัว)

คุณสมบัติ และความสามารถ ของรีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate 2

เห็นตัว Ambi Climate 2 มาเป็นกล่องเล็กๆ ขนาดจิ๋วๆ แบบนี้ แต่มันมีความสามารถที่ไม่จิ๋วเลย มันมีความสามารถต่างๆ มากมายเหลือเกิน ลองมาดูกันทีละข้อเลย

1. AI Engine and Multiple Smart Sensors (เทคโนโลยี AI และเซ็นเซอร์สุดฉลาด)

รีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate 2 ใช้เทคโนโลยี “ปัญญาประดิษฐ์” หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า “AI – Artificial Intelligence” เป็นการทำให้คอมพิวเตอร์เรียนรู้ และพัฒนาประสิทธิภาพด้วยตัวมันเองโดยอัตโนมัติ (Machine Learning)

Ambi Climate 2 Feature AI Engine and Multiple Smart Sensors
เทคโนโลยี AI และเซ็นเซอร์สุดฉลาด (AI Engine and Multiple Smart Sensors) (ภาพจาก : AmbiClimate.com)

โดย Ambi Climate 2 ได้ใช้เทคโนโลยี AI ที่นำข้อมูลมาประมวลผลจากทั้งภายนอกและภายใน (External and Internal Data Sources) โดยข้อมูลภายนอก มาจาก ข้อมูลจากคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ ของทางผู้ผลิตที่เก็บมาจากผู้ใช้งานหลายๆ คน ขณะที่ข้อมูลภายในนำมาจากเซ็นเซอร์อัจฉริยะ (Smart Sensors) ที่อยู่ภายในตัวเครื่อง เพื่อใช้วัดอุณหภูมิ และความชื้นของห้องเรานั่นเอง (รายละเอียด ปัจจัยที่ระบบ AI นำมาใช้พิจารณา และประมวลผล)

ข้อมูลที่ได้มาทั้งหมดนี้จะถูกประมวลผลด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อไม่ให้เครื่องแอร์ของเราทำความเย็น (Overcooling) หรือความร้อน (Overheating) มากจนเกินไป ผลลัพธ์คือคนที่อาศัยอยู่ในห้อง จะอยู่ในสภาวะสบายมากที่สุด แถมยังช่วยประหยัดพลังงานไปได้มากกว่า 30% อีกด้วย (พูดง่ายๆ คือ ช่วยประหยัดค่าไฟอีกด้วยนั่นเอง)

2. Compatible with most Air Conditioners (รองรับแอร์หลายรุ่น หลายยี่ห้อ)

ปัจจุบันนี้ตัวรีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate 2 รองรับการใช้งานได้กับเครื่องแอร์มากกว่า 1,200 เครื่อง จากแอร์หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ทั่วโลก (ในอนาคตก็จะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ) โดยทางทีมงาน Ambi Labs เขาได้บันทึก โค้ดอินฟราเรดของแอร์รุ่นต่างๆ ยี่ห้อต่างๆ ลงไปยังฐานข้อมูลโค้ดอินฟราเรด (Infrared Code Database) ของเขาเรื่อยๆ เพื่อให้มันสามารถควบคุม สั่งงานแอร์ต่างๆ ได้ (จะรู้ได้อย่างไรว่าเครื่องแอร์ของเรารองรับ)

Ambi Climate 2 Feature Compatible with most Air Conditioners
รองรับแอร์หลายรุ่น หลายยี่ห้อ (Compatible with most Air Conditioners) (ภาพจาก : AmbiClimate.com)

ยกตัวอย่าง อย่างแอร์ยี่ห้อดังๆ ที่มีจำหน่ายในบ้านเราเช่น แอร์ Hitachi/ LG/ Mitsubishi/ Carrier/ Daikin พวกนี้ ถ้าเป็นรุ่นใหม่ๆ ก็สามารถใช้ได้เกือบ 100% เลยทีเดียว

3. Voice Control & Integrations (รองรับคำสั่งด้วยเสียง)

Ambi Climate 2 Feature Voice Control and Integrations
รองรับคำสั่งด้วยเสียง (Voice Control & Integrations) (ภาพจาก : AmbiClimate.com)

มันมีความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สมาร์ทโฮมกลาง (Smart Home Devices) อย่าง Amazon Alexa หรือ Google Home ที่สามารถรับคำสั่งจากเราได้ผ่านเสียง การพิมพ์ข้อความ หรือแม้แต่การตั้งเงื่อนไขต่างๆ ตามที่เรากำหนด หรือต้องการ มันสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ Amazon Alexa หรือใช้ IFTTT ด้วยการสั่งให้มันทำงาน ตามเงื่อนไขที่เรากำหนดได้เอง

4. Smart Scheduling and Multi User Geo-location (การตั้งเวลาอัจฉริยะ และระบุตำแหน่งของผู้ใช้งานได้หลายคน)

คุณสามารถตั้งเวลาเปิดหรือปิดแอร์ในวันและเวลาที่ต้องการแบบยืดหยุ่น พร้อมกับตั้งชื่อของการตั้งเวลา (Timer Name) รวมไปถึง โหมดการทำงานหลัก 4 โหมด ที่คุณต้องการ

Ambi Climate 2 Feature Multi-user Geolocation
ระบุตำแหน่งของผู้ใช้งานได้หลายคน (Multi-user Geolocation) (ภาพจาก : AmbiClimate.com)

นอกจากนี้แล้ว คุณยังสามารถตั้งเวลาต่างๆ ตามเงื่อนไขที่กำหนดได้อีกด้วยอย่างเช่น ถ้าคุณเป็นคนแรกที่ถึงบ้าน แอร์จะเปิดทันทีโดยอัตโนมัติเมื่อคุณเลี้ยวเข้าหมู่บ้าน หรือแม้แต่ถ้าคุณออกจากบ้านเป็นคนสุดท้าย แอร์จะปิดเองโดยอัตโนมัติ นอกจากจะสะดวกแล้ว ยังไม่ต้องกลัวลืมปิดแอร์อีกด้วย

5. Access Anywhere and Analytics (เข้าถึงได้ทุกที่ พร้อมการวิเคราะห์ข้อมูล ที่สุดละเอียด)

Ambi Climate 2 Feature Access Anywhere and Analytics
เข้าถึงได้ทุกที่ พร้อมวิเคราะห์ข้อมูล (Access Anywhere and Analytics) (ภาพจาก : AmbiClimate.com)

ด้วยความสามารถของการควบคุม และสั่งงานด้วยแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไร้สาย Wi-Fi ที่ใช้งานได้ทั้งบนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ทำให้มันสามารถเข้าถึงได้จากทุกที่ทั่วโลก (ที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้)

นอกจากนี้แล้วยังสามารถใช้ แอพพลิเคชั่นดูข้อมูลเชิงลึก (Insight Data) ทั้งหมด ที่เครื่องเก็บรวบรวมมาได้จากเซ็นเซอร์ของตัวเครื่อง หรือระบบ AI ต่างๆ ซึ่งมันจะนำมาแสดงให้เราเห็นอีกด้วยว่า ในแต่ละช่วงเวลาที่ผ่านมานั้น มันจัดการกับอุณหภูมิ และความชื้นของห้องเราอย่างไรบ้าง

6. Simple Plug & Play and Easy to Use (ติดตั้ง และใช้งานง่าย)

Ambi Climate 2 Feature Easy to Use
แอพพลิเคชั่น Ambi Climate ถูกออกแบบมาเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน ใช้งานง่าย เร็วรู้ได้เร็ว (ภาพจาก : AmbiClimate.com)

ติดตั้งง่าย เพียงแค่ลงแอพพลิเคชั่น Ambi Climate บนมือถือ (รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android) ทำการเชื่อมต่อ และพร้อมใช้งานได้ทันทีภายใน 5 นาที โดย ไม่ต้องพึ่งช่างแอร์ ไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์ใดๆ เพิ่มเติมที่ตัวเครื่องแอร์เลยเช่นกัน (พูดง่ายๆ คือไม่ต้องยุ่งอะไร กับเครื่องแอร์เลย)

สำรวจส่วนประกอบของ รีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate 2

ด้านการออกแบบด้านบนสุดจะเป็นสีดำเงาทั้ง 2 ด้าน (ด้านหน้า และด้านหลัง) ภายในเป็น ตัวส่งสัญญาณอินฟราเรด (Infrared Transmitters) กระจายอยู่รอบๆ ทั้งหมด 7 ตัว

ถัดลงมาตรงกลางจะเป็นพลาสติกผิวหยาบสีขาว ด้านหน้าจะเป็นโลโก้ยี่ห้อของเขาคือ ตัว “a” นั่นเอง ซึ่งก็มาจากคำว่า “Ambi Climate” ซึ่งภายในโลโก้จะมี ไฟแสดงสถานะ LED (LED Status Indicator) ที่จะแสดงสีต่างๆ ด้วย ซึ่งแต่ละสีก็มีความหมายที่แตกต่างกันออกไป เช่น ไฟสีส้มกระพริบ คือ “เครื่องยังไม่พร้อมใช้งาน” ไฟสีเขียวสว่างค้าง คือ “เครื่องพร้อมใช้งานแล้ว” เป็นต้น

ในขณะที่ด้านหลังส่วนล่าง (ดูจากรูปประกอบด้านบน) ก็จะมีส่วนประกอบต่างๆ ดังต่อไปนี้ (เรียงจากซ้ายไปขวา)

  1. Micro USB Power Supply (พอร์ตจ่ายไฟ USB แบบไมโครเข้าเครื่อง) : จ่ายไฟเข้าไปในรีโมทแอร์อัจฉริยะ
  2. USB Plug (ปลั๊กไฟ USB) : เป็นพอร์ต USB ธรรมดา ไว้จ่ายไฟให้อุปกรณ์อื่น อย่างชาร์จไฟให้มือถือ เป็นต้น
  3. Reset Button (ปุ่มรีเซ็ต) : ปุ่มขนาดเล็ก ที่ต้องใช้เข็มจิ้ม เพื่อล้างการตั้งค่าทั้งหมด (เริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง)

นอกจากนี้แล้วที่ส่วนของฐานเครื่อง ยังเป็นลายไม้สีเบจ เพื่อความหรูหรา แฝงไปด้วยความโมเดิร์นทันสมัย และข้างใต้ส่วนของฐานเครื่องยังมีแผ่นสักหลาดรอง เพื่อเพิ่มแรงเสียดทาน ป้องกันไม่ให้ตัวรีโมทแอร์อัจฉริยะลื่นไถลหล่นจากโต๊ะเป็นต้น

Ambi Climate 2 Size Comparison
เปรียบเทียบ รีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate 2 กับ iPhone XS และ รีโมทแอร์แบบดั้งเดิม (Traditional Air Conditioner Remote Control)

เตรียมเครื่อง และเปิดใช้งานจริง รีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate 2

Ambi Climate 2 Line of Sight
วางรีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate 2 ในตำแหน่งที่ปราศจากสิ่งกีดขวาง กับ เครื่องแอร์ ในระยะระหว่าง 2 ถึง 4 เมตร
  1. วางรีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate 2 ในรัศมีทำการของเครื่องแอร์ของห้องคุณ (ประมาณ 2-4 เมตร) โดยให้ด้านหน้าของตัวรีโมทฯ หันหน้าไปทางเครื่องแอร์ของคุณ
  2. เสียบสายไฟ USB ฝั่งที่เป็นพอร์ต Micro USB เข้ากับตัวรีโมทฯ และอีกฝั่งที่เป็นพอร์ต USB ปกติ เข้ากับอะแดปเตอร์แปลงไฟ USB ที่ติดมาให้ พร้อมเสียบปลั๊ก

Application Connection via Wi-Fi (การเชื่อมต่อแอพพลิเคชั่น ผ่าน Wi-Fi)

Ambi Climate App Logo
โลโก้แอพพลิเคชั่น Ambi Climate

ในการควบคุมรีโมทคอนโทรลอัจฉริยะตัวนี้ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่าทั้งหมด รวมไปถึงสั่งงาน ดูสถิติข้อมูลต่างๆ นั้นจะต้องทำผ่านแอพพลิเคชั่น Ambi Climate ที่พัฒนาโดย Ambi Labs Ltd. เท่านั้น

โดยรีโมทแอร์อัจฉริยะตัวนี้ จะมีให้เลือกใช้กันทั้ง 2 ระบบปฏิบัติการเลยคือ iOS และ Android

  1. ดาวน์โหลดแอพ Ambi Climate สำหรับ iOS ผ่าน App Store (iOS 9.0+)
  2. ดาวน์โหลดแอพ Ambi Climate สำหรับ Android ผ่าน Play Store (Android 4.1+)

โดยขั้นตอนการเชื่อมต่อแอพพลิเคชั่น อาจจะดูยุ่งยากก็มีอยู่ดังต่อไปนี้

  1. เปิดแอพ Ambi Climate จะแสดงหน้าจอต้อนรับ โดยมี 3 ปุ่มให้เลือกดังต่อไปนี้
    1. ปุ่ม Login” : สำหรับเข้าสู่ระบบ เพื่อไปควบคุม สั่งงานเครื่องแอร์ตัวโปรดของเรา
    2. ปุ่ม Sign Up” : สำหรับผู้ใช้งานครั้งแรก กดเข้าไปเพื่อลงทะเบียน
    3. ปุ่ม Demo” : สำหรับเข้าไปลองใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ของแอพฯ โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออะไรใดๆ กับเครื่องแอร์
  2. ให้กด “ปุ่ม Sign Up” เพื่อทำการลงทะเบียนก่อน (กรอกแค่ชื่อ อีเมล และยืนยันอีเมล เท่านั้น)
  3. ระบบจะส่งอีเมลมาเพื่อยืนยันตามอีเมลที่เราได้ลงทะเบียนเอาไว้ ให้กลับเช็คอีเมลของเราอีกครั้งก่อนกด “ปุ่ม Validate Email” ที่อีเมลเพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของ
  4. กลับมาที่แอพ Ambi Climate อีกครั้ง แล้วกด “ปุ่ม Sign Up” เข้าสู่ระบบ
  5. เมื่อเข้าไปครั้งแรก จะพบกับข้อความ “Add your first Ambi device!” หมายความว่า มันยังไม่พบอุปกรณ์ใดๆ ในบัญชีของเราเลย โดยจะต้องกด “ปุ่ม Add a Device” เพื่อเพิ่มอุปกรณ์เข้าในบัญชีผู้ใช้งานของเราก่อน
  6. การเพิ่มอุปกรณ์ จะมีอยู่ทั้งหมด 4 ปุ่ม (เมนู) ด้วยกันคือ
    1. ปุ่ม Add Device from Invitation” : เพิ่มอุปกรณ์จากการได้รับเชิญจากบัญชีอื่น
    2. ปุ่ม Add Ambi Climate 2” : เพิ่มอุปกรณ์ของรุ่นที่สอง ← กดปุ่มนี้
    3. ปุ่ม Add Ambi Climate” : เพิ่มอุปกรณ์ของรุ่นแรก
    4. ปุ่ม Buy new Device” : ซื้ออุปกรณ์ใหม่ (กดแล้วออกไปที่เว็บไซต์ของผู้ผลิต)
  7. หน้าจอจะแสดงคำอธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนการเชื่อมต่อทั้งหมด 3 ขั้นตอน ว่ามีอะไรบ้างเริ่มตั้งแต่ (ถ้าอ่านทำความเข้าใจแล้วกด “ปุ่ม Let’s Get Started” ได้เลย)
    1. Device Location (ระบุตำแหน่งของรีโมทแอร์อัจฉริยะ)
    2. Wi-Fi Settings (ตั้งค่าการเชื่อมต่อ Wi-Fi)
    3. AC Pairing (จับคู่เชื่อมต่อรีโมทแอร์อัจฉริยะ กับเครื่องแอร์)
  8. หน้าจอจะแสดงหน้าให้คุณระบุตำแหน่ง (Location) (ปักหมุดจาก GPS ได้) พร้อมกับ ตั้งชื่อห้อง (Room Name) ที่ตัวรีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate 2 ตั้งอยู่ (เพราะมันสามารถมีได้หลายตัว เพื่อใช้ในการควบคุมหลายห้อง หลายบ้าน) ถ้าตั้งค่าต่างๆ เสร็จแล้วให้กด “ปุ่ม Done
  9. หน้าจอจะแสดงว่าเสร็จสิ้นขั้นตอนแรก (Device Location) แล้วให้กด “ปุ่ม Set up Wi-Fi” เพื่อไปตั้งค่าการเชื่อมต่อ Wi-Fi ต่อได้เลย
  10. หน้าจอจะแสดงคำแนะนำในการวางตัวรีโมทแอร์อัจฉริยะ ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม โดยวางห่างจากตัวเครื่องแอร์ประมาณ 2-4 เมตร โดยปราศจากสิ่งกีดขวางคั่นระหว่างกลาง หากทำความเข้าใจแล้วกด “ปุ่ม Next”
  11. หน้าจอจะแสดงคำแนะนำเปลี่ยนการเชื่อมต่อจาก SSID ของเรา ไปเป็น SSID ของ Ambi Climate โดยให้ออกไปที่หน้าตั้งค่า Wi-Fi ของโทรศัพท์มือถือเรา โดยตรงทันที (เพราะถึงจุดนี้จะกด “ปุ่ม Next” ต่อไม่ได้แล้ว)
  12. เมื่ออยู่ในหน้าตั้งค่า Wi-Fi แล้ว ให้เลือก SSID ของของรีโมทฯ (ชื่อจะประมาณ “AmbiClimate xxxxxx“)
  13. กลับไปที่แอพ Ambi Climate อีกครั้งแล้วกด “ปุ่ม Next” (คราวนี้จะสามารถกดได้แล้ว)
  14. เลือก SSID ของ Wi-Fi ที่เราใช้เชื่อมต่อเป็นประจำพร้อมกับใส่รหัสผ่าน (Password) เพื่อให้ตัวรีโมทแอร์อัจฉริยะ สา่มารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้
  15. รอสักครู่ประมาณเกือบๆ 2 นาทีเพื่อให้เชื่อมต่อระบบระหว่าง Ambi Climate 2 กับคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ ของทางผู้ผลิต
  16. หน้าจอจะแสดงความคืบหน้าการติดตั้ง ว่าเสร็จสิ้นไปสองขั้นตอนแล้วเหลือขั้นตอนสุดท้ายคือ การจับคู่เชื่อมต่อรีโมทแอร์อัจฉริยะ กับเครื่องแอร์ (AC Pairing) ก็ง่ายๆ เพียงแค่ค้นหาด้วยชื่อยี่ห้อแอร์ หรือรุ่นของรีโมทแอร์แบบดั้งเดิม (Search by Remote Brand/ Model No.) ที่เราใช้อยู่
  17. ระบบจะให้เราทดสอบการส่งข้อมูลไปยังเครื่องแอร์ ผ่านอินฟราเรด ด้วยการกด “ปุ่ม Start Test” ถ้าได้ยินเสียงตี๊ด (Beep) ก็กด “ปุ่ม YES” เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการเชื่อมต่อ

คุณสมบัติ และความสามารถของแอพพลิเคชั่น Ambi Climate

  1. การวิเคราะห์ข้อมูล (Analytics)
    1. ดูประวัติการบันทึกค่า (History) ในแต่ละช่วงเวลา ของวัน/ สัปดาห์/ เดือน (เลือกได้) ข้อมูลจะดูได้ทั้ง
      1. อุณหภูมิภายนอก และภายใน (Outdoor/ Indoor Temperature)
      2. ความชื้นภายนอก และภายใน (Outdoor/ Indoor Humidity)
    2. ข้อมูลเชิงลึก (Insights) (ดูได้ทั้งแบบในแต่ละสัปดาห์ต่อเดือน และดูย้อนหลัง 7 วันล่าสุด)
      1. ดูประวัติการใช้งานเครื่องแอร์ (AC Run Time) (หน่วยเป็นชั่วโมง)
      2. ดูค่าเฉลี่ยจุดที่ค่าอุณหภูมิถูกตั้งเอาไว้ (Average AC Set Points)
      3. ดูกราฟของอุณหภูมิ และความชื้นย้อนหลังทั้งภายใน และภายนอก
      4. ดูข้อมูลการใช้โหมดต่างๆ (Mode Usage) (หน่วยเป็นชั่วโมง)
      5. ดูข้อมูลความสบายที่ได้เรียนรู้มาจากผลตอบรับของผู้ใช้งาน (Comfort Feedback Learned)
      6. ดูข้อมูลปัจจัยที่มีผลต่อความสบาย (Importance of Comfort Factors) (หน่วยเป็นเปอร์เซ็นต์ %)
    3. การนำมาใช้ (Deployments)
      1. ดูข้อมูลการตั้งค่าต่างๆ ที่ส่งคำสั่งออกไปยังเครื่องแอร์ ซึ่งกระทำโดย AI หรือแม้แต่จากผู้ใช้งานเอง
  2. การตั้งค่าเครื่องแอร์ (AC Settings)
    1. การควบคุมเครื่องแอร์เอง (AC Controls)
      1. ปรับโหมดการทำความร้อน และความเย็น หรือโหมดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น
        1. โหมดอัตโนมัติ (Auto)
        2. โหมดเปิดพัดลมอย่างเดียว (Fan Mode)
        3. โหมดทำความเย็น (Cool Mode)
        4. โหมดทำความร้อน (Heat Mode)
        5. โหมดลดความชื้นในอากาศ (Dry Mode)
      2. ปรับระดับความแรงของพัดลม (Fan Speed) (ระดับต่ำ/ กลาง/ สูง/ อัตโนมัติ)
      3. ปรับระดับแผ่นเบนทางลมแนวตั้ง (Louver) (มีการสวิงขึ้นลง ทั้งหมด 7 ระดับ รวมอัตโนมัติ)
    2. การควบคุมเครื่องแอร์ด้วยเทคโนโลยี AI (AI Controls) โดยสามารถเลือกได้ว่าจะให้ AI ควบคุมเครื่องแอร์ เพื่อทำงานในโหมดไหนบ้าง ไม่ว่าจะเป็น
      1. โหมดอัตโนมัติ (Auto)
      2. โหมดเปิดพัดลมอย่างเดียว (Fan Mode)
      3. โหมดทำความเย็น (Cool Mode)
      4. โหมดทำความร้อน (Heat Mode)
      5. โหมดลดความชื้นในอากาศ (Dry Mode)
  3. การจัดการอุปกรณ์ (Device Manager)
    1. การตั้งเวลาเปิดปิดเครื่องแอร์ หรือตั้งเวลาเพื่อปรับเปลี่ยนโหมดการทำงาน (Device Timers)
    2. การตั้งค่าอุปกรณ์ (Device Settings)
      1. การระบุตำแหน่ง (Device Location) และตั้งชื่อห้อง (Room Name) (ที่ Ambi Climate 2 ตั้งอยู่)
      2. การตั้งค่า Wi-Fi (Wi-Fi Settings)
      3. การจับคู่เชื่อมต่อรีโมทแอร์อัจฉริยะ กับเครื่องแอร์ (AC Pairing)
      4. การบริหารจัดการผู้ใช้งาน (User Management) (สามารถเชิญผู้ใช้งานท่านอื่นเข้ามาได้ที่นี่)
      5. การเปลี่ยนภาพพื้นหลัง (Change Wallpaper)
      6. การสอบเทียบเซ็นเซอร์ (Sensor Calibration)
      7. ปรับความสว่างไฟ LED (LED Brightness)
      8. ปรับความดังของเสียงแจ้งเตือน (Beeper Loudness)
      9. ดูสถานะของอุปกรณ์ และค่าของอุปกรณ์ (Device Check)
      10. ลบอุปกรณ์ออกจากการควบคุม (Remove Device)
  4. เลือกโหมดการทำงานหลักได้ 4 โหมด ตามความต้องการของเรา (รายละเอียดโหมดการทำงานหลักๆ) ได้แก่
    1. โหมดปรับตามความรู้สึก (Comfort Mode)
    2. โหมดกำหนดอุณหภูมิเอง (Temperature Mode)
    3. โหมดขณะอยู่นอกบ้าน (Away Mode)
    4. โหมดตั้งค่าเอง (Manual Mode)
    5. สั่งปิดเครื่องแอร์ (Turn Off AC)

รู้จักกับ โหมดการทำงานหลักทั้ง 4 โหมด

รีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate 2 นี้มีโหมดการทำงานหลักทั้ง 4 โหมด ที่ตอบโจทย์ในทุกความต้องการ และทุกไลฟ์สไตล์ หรือการใช้ชีวิตของผู้ใช้งาน มาดูกันเลย

Ambi Climate 2 Main Working Mode All
จากซ้ายไปขวา โหมดปรับตามความรู้สึก ( Comfort Mode) → โหมดกำหนดอุณหภูมิเอง (Temperature Mode) → โหมดขณะอยู่นอกบ้าน (Away Mode) → โหมดตั้งค่าเอง (Manual Mode) (สามารถกดที่ภาพเพื่อขยายได้)

1. Comfort Mode (โหมดปรับตามความรู้สึก)

โหมดนี้ไม่ยากเลย เพียงแค่ป้อนความรู้สึกของเราเข้าไปในแอพฯว่า รู้สึกร้อน (Hot) รู้สึกหนาว (Cold) หรือ รู้สึกสบาย (Comfortable) โดยมีให้เลือกทั้งหมด 7 ระดับด้วยกัน โดยระบบมันจะเรียนรู้จักความรู้สึกของคุณที่ป้อนเข้าไป และมันจะปรับอุณหภูมิที่เหมาะสมกับตัวคุณเอง (ควรให้ข้อมูลบ่อยๆ ในช่วงสัปดาห์แรกที่ใช้งาน เพื่อเป็นประโยชน์ของระบบในการประมวลผล)

2. Temperature Mode (โหมดกำหนดอุณหภูมิเอง)

โหมดนี้จะเหมือนการใช้งานรีโมทแอร์แบบดั้งเดิม คือ เราจะต้องกำหนดอุณหภูมิที่ต้องการเอง แต่การทำงานของรีโมทแอร์อัจฉริยะตัวนี้ จะซับซ้อนกว่านั้นคือ มีการประมวลผลที่ซับซ้อนกว่า นั่นคือการเอาเรื่องของความชื้น เวลา และฤดู เข้ามาประมวลผลร่วมกันกับอุณหภูมิปัจจุบัน เพราะบางทีถ้าหากเราปรับอุณหภูมิเป็น 25 องศาเซลเซียส แต่ถ้าเกิดว่า ในขณะนั้นฝนตกด้วย (มีความชื้นสูง) เราจะรู้สึกหนาวกว่านั้นอีกก็ได้ แต่โหมดนี้จะช่วยปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม ในจุดที่มันควรจะเป็นจริงๆ

3. Away Mode (โหมดขณะอยู่นอกบ้าน)

โหมดที่ให้เครื่องแอร์ที่บ้านของคุณ เข้ามาช่วยดูแล อุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน พืชผัก เสื้อผ้า หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยงของคุณที่อยู่ในบ้าน เพื่อไม่ให้มันมีอุณหภูมิ หรือความชื้น ที่มากจนเกินไป* ในขณะที่คุณอยู่นอกบ้าน ถือว่าโหมดนี้เหมาะสำหรับเจ้าของบ้านที่ไม่ค่อยอยู่บ้านเท่าไหร่ (ไปต่างประเทศ ต่างจังหวัด หรือทำงานนอกบ้านบ่อย)

คุณสามารถตั้งระดับอุณหภูมิ และความชื้น (Temperature and Humidity Thresholds) ได้ว่าจะให้รักษาระดับอุณหภูมิ และความชื้น ว่าไม่ให้เกิน หรือต่ำกว่าเท่าใด (Keep Above/ Below Temperature and Humidity) โดยถ้าหากเกินหรือต่ำกว่าค่าที่ตั้งเอาไว้ เครื่องแอร์จะเปิดทำงานโดยอัตโนมัติทันที และจะหยุดทำงานเมื่อค่าต่างๆ อยู่ภายในเกณฑ์ที่เรากำหนดไว้ ทั้งหมดนี้จะช่วยสร้างสภาวะสบาย ให้กับข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยงตัวโปรดของคุณได้เช่นกัน

เพิ่มเติม* : การมีความชื้นในอากาศมาก อาจเป็นสาเหตของการเกิดเชื้อราในอากาศที่ทำให้คนเป็นโรคภูมิแพ้ได้ หรือทำอันตรายให้กับสัตว์เลี้ยงของคุณได้ นอกจากนี้แล้วเชื้อราอาจเกิดขึ้นได้บนเฟอร์นิเจอร์ หรือเสื้อผ้าในตู้ของคุณได้เช่นกัน

4. Manual Mode (โหมดตั้งค่าเอง)

โหมดนี้จะเหมือนการใช้งานด้วยรีโมทแอร์แบบดั้งเดิม (Traditional Air Conditioner Remote Control) โดยที่ไม่มีการเสริมเติมแต่งด้วยเทคโนโลยี AI หรืออะไรใดๆ เลยแม้แต่น้อย

ความรู้สึกหลังการใช้งาน รีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate 2

  • ตอนแรก การใช้งานในโหมดปรับตามความรู้สึก (Comfort Mode) อาจจะยังไม่คุ้นชินกับการใช้งานเท่าไหร่ ต้องถามความรู้สึกของตัวเองจริงๆ ว่าต้องการไหม ต้องให้ข้อมูลไปเรื่อยๆ เพื่อให้มันได้ข้อมูลไปประมวลผลให้ได้มากที่สุด
  • ชอบตรงที่มันสามารถตั้งเวลาเปิดเครื่องในโหมดต่างๆ หรือแม้แต่ปิดเครื่องได้ตามต้องการ (แต่ต้องเปิดเบรคเกอร์แอร์ก่อนนะ)
  • ข้อมูลเชิงลึกค่อนข้างละเอียดมากๆ ว่าฝ่ายเรา หรือฝ่าย AI ได้ปรับเปลี่ยนอะไรไปบ้าง ดูได้หมดเลยชอบมากๆ
  • ถ้ารู้สึกว่าอุณหภูมิ หรือความชื้น ไม่ค่อยตรงกับความจริงเท่าไหร่ สามารถเข้าไปที่เมนู “Device Settings → Sensor Calibration” เพื่อปรับตั้งค่าให้ตรงกับความเป็นจริง (Calibrate) ได้
  • สามารถเพิ่มผู้ใช้งานเข้าไปได้ ในกรณีที่พักอาศัยอยู่กันหลายคน โดยผู้ที่เริ่มต้น (เป็นแอดมิน) จะต้องส่งคำเชิญไปยังคนที่ต้องการจะให้ร่วมใช้งานด้วยทางอีเมล

คำถามที่คุณต้องอยากรู้ (FAQs) ของรีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate 2

1. จะรู้ได้อย่างไรว่า เครื่องแอร์ของเรา จะสามารถใช้งาน รีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate 2 ตัวนี้ได้ ?

Ambi Climate 2 Remote Compatibility
ถ้ารีโมทแอร์แบบดั้งเดิมของคุณ มีหน้าจอ LCD หมายความว่า มีโอกาสสูง ที่เครื่องแอร์คุณจะรองรับ Ambi Climate 2 (ภาพจาก : AmbiClimate.com)

ข้อสังเกตง่ายๆ เลยคือ ถ้ารีโมทแอร์ของคุณ มีหน้าจอ LCD ละก็ เครื่องแอร์ของคุณมีโอกาสสูง (มากๆ) ที่จะรองรับการใช้งานร่วมกับรีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate 2 ตัวนี้

แต่ถ้าจะเอาให้ชัวร์ก็ลองเข้าไป ดูรายชื่อยี่ห้อ และรุ่นของแอร์ ที่ทาง รีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate 2 ให้การรองรับ จะดีที่สุด

2. ต้องเสียบปลั๊กไฟเอาไว้ตลอดหรือเปล่า ?

ตัวนี้ควรจะเสียบปลั๊กไฟเอาไว้ตลอด เพราะแม้ว่าเครื่องแอร์จะปิด แต่ยังมีการเก็บข้อมูลอย่างอุณหภูมิ และความชื้นภายในห้องอยู่ตลอดเวลาเพื่อเก็บสถิติ และนำไปประมวลผล

แต่ถ้าถามว่าสามารถถอดปลั๊กออกได้ไหม ก็ถอดได้ ไม่ได้เสียหายอะไร เพียงแต่ตัวเครื่องจะไม่สามารถเก็บข้อมูลอุณหภูมิ และความชื้น ในช่วงดังกล่าวได้

3. ถ้าเสียบปลั๊กไฟทิ้งเอาไว้ตลอด จะเสียค่าไฟต่อเดือนประมาณเท่าไหร่ ?

Ambi Climate 2 Power Consumption
อัตราการกินไฟขณะที่ รีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate 2 กำลังทำงาน (เสียบปลั๊กอยู่)

ลองใช้เครื่องทดสอบอัตราการกินไฟดิจิตอล (Digital Power Consumption Meter) เพื่อวัดอัตราการกินไฟ ขณะที่รีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate 2 กำลังทำงานอยู่

สถานการณ์
(Situation)
การกินไฟ
(Power Consumption)
การคำนวณค่าไฟ
(Power Consumption Calculation)
ค่าไฟ / เดือน
(Electricity Charge / Month)
1. ขณะกำลังทำงาน
(When Operating)
≈ 1.2 วัตต์ (1.2 วัตต์ x 24 ชั่วโมง x 30 วัน x 5 บาทต่อยูนิต*) / 1,000 4.32 บาท

หมายเหตุ* : คุณสามารถเปลี่ยน ค่าไฟต่อยูนิต (ในตัวอย่างนี้คิด 5 บาทต่อยูนิต – ถือว่าอยู่ในอัตราที่สูง) ให้เป็นตามที่จ่ายจริง เพราะที่พักอาศัยในแต่ละที่อาจจะคิดไม่เท่ากัน

4. รีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate 2 สามารถใช้งานได้กับแอร์กี่เครื่อง ?

มันสามารถ “ใช้งานได้กับ เครื่องแอร์ทีละเครื่องเท่านั้น” แต่ถ้าต้องการจะเปลี่ยนไปใช้กับแอร์เครื่องอื่นๆ ก็จะต้องทำการจับคู่เชื่อมต่อกับเครื่องแอร์ (AC Pairing) ใหม่อีกครั้ง โดยไปที่เมนู “Device Settings → AC Pairing

5. สามารถสั่งซื้อรีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate 2 นี้ได้จากที่ไหน ?

ในประเทศไทยสามารถสั่งซื้อได้จากร้าน .life ที่มีอยู่หลายสาขาทั่วประเทศ (ดูแผนที่ร้าน .life ในแต่ละสาขา) หรือจะสั่งซื้อผ่านทางช่องทางออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ดอทไลฟ์ดอทสโตร์ (ลิงค์สั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ dotlife.store) หรือทางเว็บไซต์ลาซาด้า (ลิงค์สั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ Lazada.co.th) สำหรับราคาจำหน่าย ก็อยู่ที่ประมาณเกือบๆ 5 พันบาท

บทสรุปหลังการใช้งาน ข้อดี ข้อเสีย ของรีโมทแอร์อัจฉริยะ Ambi Climate 2

ข้อดี 🙂

  • เป็นรีโมทแอร์อัจฉริยะเจ้าแรกที่นำเอาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ เพื่อให้การทำงานของเครื่องแอร์เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และผู้ใช้งานเกิดความสบายมากที่สุด โดยมันจะมีการปรับอุณหภูมิเองโดยอัตโนมัติ ตาม ปัจจัยต่างๆ ที่ระบบ AI ใช้พิจารณา และประมวลผลออกมาได้
  • ตัวเครื่องรีโมทฯ มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก พกใส่กระเป๋ากางเกงยังได้เลย
  • ตัวเครื่องรีโมทฯ มีความทันสมัย สวยงาม เป็นเฟอร์นิเจอร์ ตกแต่งบ้านได้
  • ติดตั้งง่ายแค่หาที่วางที่เหมาะสม (หันหน้าไปทางเครื่องแอร์ที่ต้องการควบคุม) และตำแหน่งใกล้กับปลั๊กไฟ โดยไม่ต้องเดินสายไฟอะไรให้ยุ่งยาก หรือติดอุปกรณ์อะไรเพิ่มเติมที่เครื่องแอร์เลย
  • สายไฟ USB มีความยาว 1.75 เมตรค่อนข้างมาก สามารถลากไปวางยังตำแหน่งที่ต้องการได้อย่างสะดวก
  • มีการเก็บสถิติย้อนหลัง และมีการวิเคราะห์ข้อมูล การใช้งาน ค่าอุณหภูมิ ความชื้นต่างๆ ที่อยู่ในอากาศ อย่างละเอียดมากๆ ทั้งรายวัน รายสัปดาห์ หรือแม้แต่รายเดือนพร้อมนำไปประมวลผลด้วยเทคโนโลยี AI
  • แอพพลิเคชั่น Ambi Climate ถือว่าใช้งานง่าย ไม่ยาก ทั้งๆ ที่ตอนแรกคิดไว้ว่าน่าจะมีความซับซ้อนมากกว่านี้

ข้อเสีย 🙁

  • การใช้งานในแรก (1-2 สัปดาห์แรก) อาจจะต้องหมั่นขยันให้ข้อมูลความรู้สึกของเราอยู่บ่อยๆ ในแต่ละช่วงเวลา ว่ารู้สึกร้อน หรือหนาว เพื่อให้ระบบ AI มันเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด และจะเป็นผลดีต่อประสิทธิภาพการใช้งานในระยะยาว
  • น่าจะมีออปชั่นให้นำตัวเครื่องรีโมทแอร์อัจฉริยะ สามารถแขวนติดผนังได้ เพื่อการประหยัดเนื้อที่ใช้สอย
ทบทวนภาพรวม
ความสบายที่ให้เรา
9
รูปทรง และความสวยงาม
9
ความสะดวก และ ง่ายของการเริ่มต้นใช้งาน
9
ความสามารถของแอพพลิเคชั่น
10
ความสะดวก และ ง่ายของการใช้แอพพลิเคชั่น
8
ความคุ้มค่าเทียบกับราคา
7
ความพึงพอใจโดยรวม
8
บทความก่อนหน้านี้เก้าอี้นวดไฟฟ้า RESTER ARENA EC-355A นวดคอ นวดไหล่ นวดหลัง นวดแขน นวดขา นวดเท้า
บทความถัดไปBISSELL MultiReach Ion XL 36V เครื่องดูดฝุ่นไร้สายอเนกประสงค์ ดูดพื้น โซฟา ดูดหยากไย่บนเพดาน
Thanop.com Founder + Thaiware.com Co-Founder + Business Director, Cloud Business Co.,Ltd. + Committee Thai Webmaster Association

1 ความคิดเห็น

  1. อยากทราบว่ามันช่วยประหยัดค่าไฟได้จริงๆ รึเปล่าครับ ยิ่งถ้าใช้ในห้องนอนที่ปกติเปิดแอร์แค่ตอนนอน?

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here