Samsung POWERbot VR9000 Review

Samsung Powerbot VR9000

รีวิวนี้เป็นรีวิว หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot VR9000 หุ่นยนต์ดูดฝุ่นตัวเทพ จากค่ายแดนโสมขาว ประเทศเกาหลีใต้ นั่นเอง

เรียกได้ว่า ใครที่อ่านรีวิวจากเว็บ Thanop.com มาอย่างสม่ำเสมอ ป่านนี้คงจะต้องมีความคิดว่าเว็บนี้มันเป็นเว็บรีวิวหุ่นยนต์ดูดฝุ่นกันไปแล้วใช่มั้ยนี่ ? เพราะที่ผ่านมา เปิดหน้าเว็บมา หรือ ไปดูรีวิวย้อนหลัง ก็จะเจอแต่รีวิวหุ่นยนต์ดูดฝุ่นโผล่มาติดๆ กันทั้งนั้น แทบไม่มีหัวข้ออะไรอย่างอื่นเลย จริงๆ ไม่ใช่นะ ผมตั้งใจว่าจะทำเว็บไซต์นี้ให้เป็นเว็บวาไรตี้ มีรีวิวสินค้าที่หลากหลาย มีข่าวโน่นนี่นั่น แชร์ประสบการณ์ต่างๆ แต่ไหงกลับกลายมาเป็นดวงสมพงษ์ กับหุ่นยนต์ดูดฝุ่น นี้ได้อย่างไร ? สาเหตก็เพราะอยากให้มันครบวงจร ครบเครื่องจริงๆ ไหนๆ จะรีวิวหุ่นยนต์ดูดฝุ่นแล้ว ก็เอาให้มันครบทั้งไลน์เลยละกัน

ก่อนที่จะให้ทุกท่านไปอ่านรายละเอียดกัน ผมก็มีอัดคลิปที่มีโปรดักชั่นแบบบ้านๆ โดยใช้มือข้างนึงถือโทรศัพท์มือถือเอาไว้อัดคลิป อีกมีนึงก็โชว์หยิบ พลิก ประกอบ เครื่องให้ทุกท่านดู อาจจะไม่ค่อยดูดีเป็นมืออาชีพ แต่หวังว่าประโยชน์กับท่านได้ไม่มากก็น้อยนะครับ

สำหรับรีวิวฉบับนี้ ค่อนข้างที่จะเป็นรีวิวที่ยาว ดังนั้นผมจึงขอทำเมนูทางลัด ให้ผู้ใช้งานได้เลือกอ่านกันในแต่ละหัวข้อได้อย่างง่าย หากต้องการที่จะอ่านตรงส่วนไหน ก็สามารถที่จะกดเข้าไปอ่านได้โดยตรงเลย โดยไม่ต้องไล่ลงทีละหัวข้อ

รู้จักกับหุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung กันก่อน

Samsung Logo

คุณสามารถทำความรู้จักกับ ที่มาที่ไปของ หุ่นยนต์ทำความสะอาด Samsung ให้มากกว่านี้ พร้อมรายละเอียดติดต่อสั่งซื้อ รวมไปถึง ศูนย์บริการ ฯลฯ ได้ที่ลิงค์เชื่อมต่อไปยังหน้ารายละเอียดด้านล่างนี้เลย

⇒ ทำความรู้จักกับ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung

แกะกล่องหุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot VR9000

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา หลังจากที่ได้หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot มาแล้ว ก็ขอชักภาพ รอบๆ กล่องกันสักหน่อย ว่าหน้าตากล่องมันเป็นอย่างไรกันบ้าง ซึ่งภาพรวมของกล่อง เขาก็ใช้โทนสีขาว ดำ และ โลโก้ของ Samsung ซึ่งเป็นสีน้ำเงิน มาประกอบ ดูเรียบง่าย และไม่มีคำอธิบาย หรือ บรรยายคุณสมบัติอะไรของมัน มากมาย เราลอง มาเริ่มกันเลยดีกว่า

ด้านนอกกล่อง

Samsung Powerbot VR9000 Box Front
หน้ากล่อง หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot VR9000 Box Front

มาดูกันในส่วนของ ด้านหน้ากล่อง ก็มีการเขียนอยู่ที่มุมขวาบนว่า “Samsung POWERbot” พร้อมกับสโลแกนประจำซีรีย์ นี้คือ “Surprisingly Powerful, Thorough Cleaning” หรือภาษาไทยที่ (ผมแปลเองแบบเนียนๆ) ว่า “ทรงพลังอย่างน่าประหลาดใจ ใส่ใจไปกับการทำความสะอาด” พร้อมกับรูปภาพตัวเครื่องใหญ่ๆ โดดเด่นเป็นสง่า

ส่วนด้านหล่าง มีการกล่าวถึงความสามารถเด่นของเค้าเพิ่มเติมกันอีก 3 ข้อ ได้แก่

  1. Surprisingly Powerful : ส่วนนี้เขาอธิบายว่าหุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot ตัวนี้ มีการใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า “CycloneForce” ลิขสิทธิ์เฉพาะของ Samsung POWERbot ซึ่งมันคือ การดูดฝุ่นที่ไม่ได้เป็นการใช้แปรงกวาดปั่นตีฝุ่นเข้ามาเก็บในเครื่องอย่างเดียว แต่ยังมีพลังลมช่วยดูดจากในตัวเครื่อง (ลักษณะเหมือน เครื่องดูดฝุ่น ทั่วไป) เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการดูดมากขึ้น พวกเศษฝุ่น เศษผงเล็กๆ จะได้ถูกดูดเข้าไปเก็บในกล่องใส่ขยะฝุ่นละอองไปด้วย
  2. Maintains Suction Power : ด้วยเทคโนโลยี “CycloneForce” ทำให้มีการรักษาระดับของพลังการดูดฝุ่นที่คงที่ แม้ตัวเครื่องจะทำงานมานานแล้วก็ตาม เพื่อประสิทธิภาพการดูดฝุ่นที่สูงสุดอยู่ตลอดเวลา
  3. Comprehensive Scanning : มีการใช้ เทคโนโลยี ที่เรียกว่า “Full View Sensor™” ถือเป็นอีกหนึ่งลิขสิทธิ์เฉพาะ ที่คิดค้นวิจัยโดยทีมของ Samsung ที่ใช้อัลกอริทึม หรือ กระบวนการประมวลผลที่ซับซ้อน ในการประมวลผลให้เครื่องหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ผ่านอุปสรรค สิ่งกีดขวางต่างๆ อาทิ วัตถุ หรือ เฟอร์นิเจอร์ ที่อยู่รอบๆ ตัวมันไปได้ง่ายๆ โดยไม่ติดขัด และยังคงประสิทธิภาพของการทำความสะอาด เอาไว้ดีอย่างเดิม

มาดูในส่วนของด้านหลังกล่องกันบ้าง ลักษณะก็จะคล้ายๆ หน้ากล่องเลย แต่เขาจะมีระบุข้อแตกต่างด้านล่างคือ เขามีบอกความสามารถเด่นๆ 6 อย่าง ได้แก่

  1. Visionary Mapping™ Plus System
  2. Seven Cleaning Modes
  3. Point Cleaning™ (Optional)
  4. Auto Charge
  5. 311mm Wide Brush
  6. Easy Pass™

ส่วนรายละเอียดความสามารถของมันทั้งหมด เดี๋ยวผมจะมาอธิบายในหัวข้อด้านล่างนี้นะ อ้อ ! เครื่องหุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot ตัวนี้ถูกผลิตขึ้นในประเทศเวียดนาม (Made in Vietnam) แถบๆ เพื่อนบ้านเรานี่เองนะ

มาดูกันที่ด้านซ้ายของกล่องกันดูบ้าง หลักๆ ก็มีข้อมูลของสีที่หลักๆ ให้เลือกกันอยู่ 2 สีด้วยกันคือ

  1. Deep Blue (สีน้ำเงินเข้ม สลับดำ)
  2. Airborne Copper (สีขาวดำ ทองแดง)

นอกนั้นก็มีคำแนะนำของการดูแลผลิตภัณฑ์ ห้ามโดนน้ำ ห้ามวางของทับกล่อง ห้ามมีของมีคม อะไรแบบนี้เป็นต้น

ในส่วนของ ด้านขวาของกล่อง เป็นการนำเอารูป ความสามารถเด่น ทั้ง 3 ของมันที่อยู่หน้ากล่อง มาขยายความเป็นรูปภาพกราฟฟิก เพื่อให้ลูกค้าได้เข้าใจถึงความสามารถของมันมากยิ่งขึ้น

Samsung Powerbot VR9000 Box Top
ด้านบนของกล่อง หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot VR9000

ด้านในกล่อง

หลังจากที่ปลุกปล้ำก็กล่องด้านนอกกันมาแล้ว ก็ได้เวลาเปิดดูของภายในกล่องดันดูบ้างว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง เมื่อเปิดกล่องมา ก็พบกับอุปกรณ์ภายในต่างๆ มากมาย ส่วนมากแล้วก็รู้จักกันดีอยู่แล้วว่า แต่ละอย่างใช้ทำอะไร อย่างไรกันบ้าง เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

Samsung Powerbot VR9000 Box Unpacking
สิ่งที่เห็นแรกพบ เมื่อเปิดฝากล่อง Samsung POWERbot VR9000 ออกมา

ฝากล่องของ Samsung POWERbot VR9000 จะต้องถูกเปิดในแนวนอน ดังนั้นก่อนเปิดจะต้องวางกล่องนอนเป็นแนวราบบนพื้นห้องเสียก่อน เพราะมิเช่นนั้นมันอาจจะล้มตึ้ง ! ลงมาบนพื้นได้สร้างความเสียหายให้กับเครื่องหุ่นยนต์ดูดฝุ่นได้ และยังสร้างความตกใจ กับผู้คนในบ้านอีก (โดนมาแล้ว ถึงบอกประสบการณ์ได้ อิอิ)

และเมื่อเปิดฝากล่องออกมาแล้ว อุปกรณ์ทุกชนิดถูกบรรจุห่อหุ้ม อยู่ในโฟมกันกระแทกเป็นอย่างดี อุปกรณ์ทุกอย่างถูกจัดลงล็อกของมันเป็นสัดส่วน ดังนั้นสบายใจได้ เรื่องความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างการขนส่ง ถ้าไม่ตกแบบจังๆ โดนรถทับ ละก็มั่นใจได้เลยว่า หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot VR9000 ของคุณจะยังอยู่ในสภาพดี ใสใหม่กิ๊ก อย่างแน่นอน

อุปกรณ์ภายในกล่อง หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot VR9000

และแล้วก็ได้เวลามาสำรวจอุปกรณ์ที่ให้มาทั้งหมดในกล่อง ว่าเขามีอุปกรณ์อะไรติดไม้ติดมือมาให้บ้าง โดยส่วนมากก็เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ที่หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ยี่ห้ออื่นๆ ให้มาอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ก็จะแตกต่างกันที่ขนาดและรูปทรงของมันเสียมากกว่า

Samsung Powerbot VR9000 Component
รายการอุปกรณ์ ที่ให้มากับกล่อง Samsung POWERbot VR9000
  1. Robot Vacuum (1 เครื่อง) : ถือว่าเป็นพระเอกของกล่องนี้เลย นั่นคือตัวเครื่อง หุ่นยนต์ดูดฝุ่น โดดเด่นเป็นสง่า
  2. Charger (แท่นชาร์จ) : แท่นชาร์จ อุปกรณ์ตัวนี้ เป็นตัวถ่ายทอดพลังงานจากไฟบ้าน เข้าไปชาร์จเก็บเอาไว้ในแบตเตอรี่ที่ถูกติดตั้งอยู่ภายในตัวหุ่นยนต์ดูดฝุ่น โดยควรจะว่างในที่โล่ง และไม่มีอุปกรณ์ใดมาขวางในรัศมีที่วาง
  3. Virtual Guard (กำแพงจำลอง) (1 ชุด) : บางคนอาจจะเรียกอุปกรณ์ตัวนี้ว่า “กำแพงจำลอง” หรือ “กำแพงเสมือน” ก็ได้ แต่จะบอกว่าคู่มือการใช้งานของ Samsung POWERbot นี้เรียกมันว่า “กำแพงที่มองไม่เห็น” ซึ่งจะมีหน้าที่ป้องกันเอาไว้ไม่ให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นวิ่งเข้าไปในพื้นที่ที่เรา ไม่ต้องการให้มันวิ่งเข้าไป
  4. Spare Filter (1 แผ่น) : แผ่นกรองอากาศสำรอง มีหน้าที่เอาไว้ในการกรองอากาศที่ถูกดูดเข้ามาในเครื่องหุ่นยนต์ดูดฝุ่นพร้อมเศษฝุ่นละออง เศษผม เศษขน ต่างๆ แล้วจะถูกปล่อยพ่นกลับออกมาข้างนอกเครื่อง โดยก่อนที่อากาศจะถูกปล่อยออกมาในบรรยากาศอีกครั้งนั้น จำเป็นที่จะต้องมีการกรองอากาศให้สะอาดก่อน มิเช่นนั้น ถ้าไม่มีตัวกรองนี้ ฝุ่นก็จะฟุ้ง คลุ้ง อยู่ในห้องอยู่อย่างนั้น ซึ่งคงไม่ดีแก่ผู้อยู่อาศัยแน่ๆ
  5. User Manual & Quick Guide (1 ชุด) : คู่มือการใช้งาน เป็นภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และ ภาษาเวียดนาม อย่างละเอียด ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะแปลไม่ออก
  6. Remote Control (1 อัน) : รีโมทคอนโทรล อุปกรณ์ใช้สำหรับสั่งการหุ่นยนต์ดูดฝุ่น จากระยะไกล โดยไม่ต้องลุกไปเดินตามไล่ กดฟังก์ชั่นการทำงาน ที่ตัวเครื่องเอง สะดวก แถมยัง ปลอดภัย อีกด้วย
  7. Adapter & Power Cord (อย่างละ 1 ชุด) : ชุดอะแดปเตอร์แปลงกระแสไฟฟ้า และ สายไฟ ซึ่งได้ความยาวของสายไฟ รวมกันทั้งชุดจะได้ประมาณ 3 เมตร
  8. Cleaning Brush (1 แปรง) : แปรงทำความสะอาด เอาไว้ใช้ทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆ ตามซอกมุม ของอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่ภายในเครื่อง ซึ่งถือว่าหาได้น้อยยี่ห้อนัก ที่หุ่นยนต์ดูดฝุ่นจะแถมมาให้ ตัวล่าสุดที่ผมเจอคือ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น LG นอกนั้นไม่มีมาให้เลย

คุณสมบัติ ความสามารถ ของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot VR9000

Samsung Powerbot VR9000 Tilt View
อีกมุมสวยๆ กับ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot VR9000

มาดูกันที่ความสามารถเด่นของ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot VR9000 ที่เขาเขียนกันไว้ข้างกล่องทั้ง 6 อย่างกันดูบ้าง ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง เขาหยิบจุดไหนมาขายกันบ้าง ขอเริ่มกันเลยดีกว่า

  1. Visionary Mapping™ Plus System : ระบบสร้างแผนที่ห้องที่ชาญฉลาด จากกล้องที่ติดอยู่ด้านบนของตัวเครื่องหุ่นยนต์ดูดฝุ่น เพื่อที่จะให้ตัวหุ่นยนต์ดูดฝุ่นได้รับรู้ว่า รูปแบบของห้องที่คุณต้องการให้มันทำความสะอาดนั้น มีรูปแบบ ลักษณะของห้องเป็นอย่างไรบ้าง
  2. Seven Cleaning Modes : มีรูปแบบหรือโหมดการทำความสะอาดให้เลือกใช้งานกันทั้งหมด 7 โหมด
  3. Point Cleaning™ (Optional) : มีระบบการสั่งงานให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่น วิ่งไปทำความสะอาดตามทิศทางที่ต้องการได้ คุณสามารถสั่งงานให้มันซ้ายหัน ขวาหัน เดินหน้า ถอยหลัง ให้วิ่งไปทำความสะอาดในจุดที่ต้องการให้มันไปได้ตามต้องการ ผ่านรีโมทคอนโทรล
  4. Auto Charge : ระบบวิ่งกลับเข้าแท่นชาร์จเองอัตโนมัติ โดยไม่ว่ามันกำลังดูดอยู่ที่ไหน มันสามารถจดจำจุดที่วางแท่นชาร์จ และ วิ่งกลับเข้าแท่นชาร์จเอง โดยอัตโนมัติได้ด้วยสาเหตและเงื่อนไข 3 ประการคือ
    1. ปฏิบัติภารกิจเสร็จสิ้น
    2. แบตเตอรี่ใกล้หมด
    3. ผู้ใช้งานสั่งให้มันกลับเข้ามาแท่นชาร์จเอง
  5. 311mm Wide Brush : อีกหนึ่งความสามารถเด่นของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot VR9000 รุ่นนี้คือ มีแปรงกวาดหลัก ที่มีขนาดกว้างและใหญ่มาก โดยมีความกว้างกว่า 311 มิลลิเมตร หรือ 31.1 เซนติเมตร เลยทีเดียว ซึ่งตรงนี้ผมก็ยอมรับว่ามันยาวที่สุดจริงๆ หลังจากที่รีวิวมาหลายๆ ตัวแล้ว
  6. Easy Pass™ : มีระบบเซ็นเซอร์ที่ชาญฉลาดและทันสมัยมากๆ ด้วยระบบ FullView Sensor™ ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่ามันจะวิ่งเข้าไปติดแหงกอยู่ตามซอกมุม ของห้อง หรือของบ้านคุณ มันมีความสามารถที่จะเอาตัวรอดกลับไปชาร์จไฟยังแท่นชาร์จได้โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้แล้วมันยังสามารถวิ่งผ่านพื้นที่ต่างระดับ อาทิ พื้นที่ระหว่างกระเบื้องกับพรม หรือ แผ่นไม้กั้นระหว่างห้อง ได้สูงมากอีกด้วย

 

ความคิดเห็นส่วนตัว

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot VR9000 ตัวนี้ถือว่าให้ความสามารถมาแบบจัดเต็ม เรียกได้ว่าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นยี่ห้ออื่น เขามีความสามารถแบบไหนมาให้ ตัวนี้มีมาให้ครบหมด ไม่ว่าจะเป็น รีโมทคอนโทรล กำแพงจำลอง แปรงทำความสะอาด และอื่นๆ ซึ่งนี่คืออุปกรณ์เสริมทั้งหมด ที่ทางหุ่นยนต์ดูดฝุ่นตัวท็อป ตัวแพงยี่ห้ออื่นๆ ที่วางจำหน่ายในปัจจุบัน (ยุค ค.ศ.2015) นี้มีมาให้

โหมดทำความสะอาด Samsung POWERbot VR9000

คุณสมบัติอีกอย่างนึงที่ถือเป็นจุดเด่น ของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ตัวนี้คือ โหมดหรือรูปแบบในการทำความสะอาด (Cleaning Modes) ของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นตัวนี้ ซึ่งเขามีมาให้คุณเล่นกันได้มากมายถึง 7 โหมด !! อยู่ด้วยกัน ซึ่งถือว่าเยอะที่สุด ถ้าเทียบกับหุ่นยนต์ดูดฝุ่นในระดับเกรดเดียวกัน มาดูกันว่ามีโหมดอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง

  1. Auto Mode (โหมดดูดฝุ่นอัตโนมัติ) : โหมดการดูดฝุ่นแบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นการดูดฝุ่นแบบทั่วไปเบสิค ที่หุ่นยนต์ดูดฝุ่นทุกเครื่องต้องมี นั่นคือปล่อยมันดูดไปเรื่อยๆ วิ่งเข้าห้องโน้นที ห้องนี้ที จนกว่าดูดจะเสร็จ
  2. Spot Mode (โหมดการทำความสะอาดเฉพาะจุด) : ใช้ในการทำความสะอาดกรณีที่มีเศษยางลบ ขนมขบเคี้ยวหก ขนสัตว์ เศษผมที่คุณผู้หญิงคุณผู้ชายเพิ่งเป่าผมเสร็จ หรือเศษอะไรก็ได้ที่ หล่นอยู่เฉพาะจุด สามารถใช้โหมดนี้ได้ ซึ่งมันจะวิ่งดูดทำความสะอาด ในพื้นที่รัศมีไม่เกิน 1.5 เมตร รอบตัวของมัน จากจุดที่มันเริ่มทำงาน
  3. Max Mode (โหมดดูดฝุ่นอย่างเต็มพลัง) : โหมดดูดฝุ่นแบบอัตโนมัติ แต่งัดประสิทธิภาพ งัดพลังออกมาเต็ม โดยการดูดแบบนี้ประโยชน์ของมันคือดูดสะอาด เสร็จเร็ว แต่ เสียงจะดังมาก ดังที่สุด (มากกว่า 70 dB. แต่ไม่เกิน 75 dB.)
  4. Manual Mode (โหมดบังคับควบคุมทิศทางเอง) : บังคับทิศทางด้วยรีโมทคอนโทรล ซึ่งมีปุ่มลูกศรให้ควบคุมทิศทางได้ 3 ทิศได้แก่ ลูกศรขึ้น (เดินหน้า) ลูกศรซ้าย (เลี้ยวซ้าย) และ ลูกศรขวา (เลี้ยวขวา) ทำไมไม่มีลูกศรถอยหลัง ไม่ทราบ
  5. Point Mode (โหมดทำความสะอาดแบบชี้จุด) : ความสามารถนี้ผมชอบคือ มันสามารถเอารีโมทคอนโทรล กดที่ปุ่ม “Point Cleaning” แล้วชี้ไปที่จุดที่ต้องการจะทำความสะอาดได้เลย โดยมันจะเป็นแสงเลเซอร์สีแดงๆ ไปสว่างที่จุดนั้น แล้วเครื่องจะวิ่งตามจุดที่เราชี้ไปทำความสะอาดที่นั่นเลย
  6. Timer Mode (โหมดตั้งเวลาทำความสะอาดเฉพาะครั้ง) : ตั้งเวลาทำความสะอาดแบบล่วงหน้าได้ว่าจะให้มันออกไปทำความสะอาดตอนกี่โมง แต่แค่ครั้งเดียวนะ
  7. Daily Mode (โหมดตั้งเวลาทำความสะอาดรายวัน) : ตั้งเวลาทำความสะอาดแบบกิจวัตรประจำวัน คือจะออกมาทำความสะอาดดูดฝุ่นกันทุกวัน ตามเวลาที่เรากำหนดเช่น ทุกวันเวลา 6.00 PM หรือหกโมงเย็น ก่อนเรากลับบ้านเป็นต้น แล้วมันก็จะวิ่งกลับแท่นชาร์จเองโดยอัตโนมัติ วันรุ่งขึ้นมันก็ออกมาอีก เป็นแบบนี้ทุกวันจนกว่าเราจะยกเลิกมันด้วยการกดค้างไว้ที่ปุ่ม “Schedule” เป็นเวลา 3 วินาที
Samsung Powerbot VR9000 Point Cleaning Mode
ระบบการทำความสะอาดแบบชี้จุด (Point Cleaning) แค่มือถือรีโมท กดที่ปุ่ม Point Cleaning แล้วชี้ไปที่จุดที่ต้องการ แล้ว Samsung POWERbot VR9000 จะวิ่งตามเราไปตรงจุดนั้นเองโดยอัตโนมัติ

ความคิดเห็นส่วนตัว

ระบบทำความสะอาดของเขามีลูกเล่นให้เลือกมากมาย อยู่ที่เจ้าของจะใช้ละ ว่าจะใช้มันทำงาน ทำความสะอาดให้เราแบบไหน ถ้าใช้ถูกโหมดละก็ จะประหยัดทั้งเวลา ทั้งทุ่นแรงเราไปได้เยอะเลย

ข้อมูลจำเพาะของ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot VR9000

รายละเอียด
(Specification)
ขนาดมิติ
(Dimension)
378 x 362 x 135 มม.
น้ำหนัก
(Weight)
4.8 กิโลกรัม
ไฟเข้า
(Input)
AC 100-240V 50/60 Hz
ไฟออก
(Output)
DC 21.6V 2.0A (กินไฟ 70W)
ประเภทของแบตเตอรี่
(Battery Type)
Li-Ion
ปริมาณความจุแบตเตอรี่
(Battery Capacity)
3,600 mAh
ระดับเสียง
(Noise Level)
76 เดซิเบล (dB.)
(วัดจากที่ระยะห่าง 1 เมตร ขึ้นอยู่กับโหมด)
ขนาดกล่องใส่ขยะ (ลิตร)
Dustbin or Dirt Bin Capacity (Litre)
0.70 ลิตร (700 mL)

สำรวจหุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot VR9000

คุณสมบัติออปชั่นของ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot เจ้านี้ เขาระบุมาค่อนข้างน้อย ทั้งข้างกล่องเอย ในคู่มือการใช้งานเอย ก็บอกมาน้อยมากๆ เช่นกัน หากเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ เรียกได้ว่ามันจะเป็นประเภทพูดน้อย ต่อยหนักหรือเปล่า ต้องมาสำรวจดูความสามารถของมันแบบทุกมุม ทุกองศากันดูนะ

ด้านบน หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot VR9000

เมื่อลองสังเกต ที่ด้านบนของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot ตัวนี้แล้วนั้น จะพบว่า รูปทรงของมันหากดูแล้ว จะว่ากลมดิ๊กก็ไม่ใช่ จะว่าเหลี่ยมก็ไม่ใช่ ซะทีเดียว แถมมีรูปทรงเว้าอยู่ตรงกลางลำอีกด้วย จากที่รีวิวหุ่นยนต์ดูดฝุ่นมาหลายตัว ตัวนี้ก็ถือว่ามีรูปทรงที่ไม่เหมือนใครเลยทีเดียว

Samsung Powerbot VR9000 Top View
ส่วนประกอบด้านบน ของ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot VR9000

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมขออธิบายส่วนประกอบต่างๆ ด้านบนของมันกันเลย โดยแต่ละตำแหน่งจะมีหมายเลขกำกับระบุเอาไว้ ลองไปดูคำอธิบายด้านล่างได้เลย

  1. Display Panel (แผงจอแสดงผล การทำงาน) : ตรงนี้จะเป็นแผงหน้าจอ ที่เอาไว้แสดงผล สถานะเครื่อง ค่าต่างๆ ของ Samsung POWERbot ตัวนี้ โดยรูปประกอบด้านบนถ่ายขณะที่ยังปิดเครื่องอยู่ จอแสดงผล เลยไม่มีค่าอะไรแสดงขึ้นมา โดยด้านล่าง ก็จะเป็นปุ่มควบคุมการทำงานของเครื่อง มี 3 ปุ่มด้วยกัน (เรียงจากซ้ายไปขวา) ได้แก่
    1. Cleaning Mode Button (ปุ่มปรับโหมดการทำความสะอาดของเครื่อง)
    2. Start and Stop Button (ปุ่มสั่งให้เครื่องเริ่มทำงาน หรือ หยุดทำงาน)
    3. Recharging Button (ปุ่มสั่งให้เครื่องวิ่งกลับไปยังแท่นชาร์จ)
  2. Dustbin Holder (มือจับของที่เก็บฝุ่น) : เป็นตัวล็อคของกล่องใส่ขยะฝุ่นละออง (Dustbin) ไม่ให้หลุดออกจากเครื่อง
  3. Dustbin Remover (ที่ดึงที่เก็บฝุ่นออกจากเครื่อง) : จุดนี้จะสังเกตเห็นง่ายๆ ที่จะมีคำกำกับคือ “Pull” นั่นหมายความว่าเป็นที่ดึงเอากล่องใส่ขยะฝุ่นละออง ออกมาจากตัวเครื่อง เพื่อเอาเศษขยะ เศษฝุ่น ที่อยู่ในกล่องไปทิ้งถังขยะ และนำไปทำความสะอาด
  4. Mapping Camera (กล้องสร้างแผนที่) : เป็นเครื่องดูดฝุ่นตัวแรก ที่ผมเห็นกล้องชัดเจนแล้วส่องขึ้นบนเพดานแบบนี้ หน้าที่ของมันคือ เอาไว้สร้างแผนที่ ด้วยเทคโนโลยี Visionary Mapping™ Plus System ทำให้การวิ่งทำความสะอาดดูดฝุ่นของมัน เป็นไปได้อย่างแม่นยำ และไม่ทำงานซ้ำซาก มันจะตรวจสอบพื้นที่ต่างๆ ห้องของคุณ โดยอัตโนมัติ ว่าพื้นที่ไหนทำความสะอาดไปแล้วบ้าง พื้นที่ไหนยังไม่ได้ทำบ้าง
  5. Virtual Guard Sensor (เซ็นเซอร์ตรวจจับกำแพงจำลอง) : เซ็นเซอร์ ตรวจจับกำแพงจำลอง (Virtual Guard) ว่ามีอยู่ในบริเวณที่มันกำลังทำความสะอาดอยู่หรือไม่ เพราะถ้ามีกล่องกำแพงจำลอง นี้ตั้งขวางประตู หรือ ขวางทางของมันอยู่ หากเซ็นเซอร์ตัวนี้ตรวจับได้ มันจะไม่วิ่งเข้าไปทำความสะอาด ตรงบริเวณนั้น โดยเด็ดขาด
  6. Dustbin (กล่องใส่ขยะฝุ่นละออง) : ส่วนนี้เป็นที่เก็บกล่องใส่ขยะฝุ่นละออง ที่ตัวเครื่องดูดฝุ่น เศษผม ขน ต่างๆ เสร็จก็จะถูกนำเข้ามาเก็บอยู่ในกล่องขนาด 0.7 ลิตร ตัวนี้ พร้อมรอคุณถอดนำเศษฝุ่นไปทิ้งขยะ และ ล้างทำความสะอาด ในลำดับต่อไป
  7. CycloneForce (พลังลมดูดเสริมช่วยดูดฝุ่น) : ที่เห็นเป็น ทรงกระบอกสีทอง (Gold Cylinder) ส่วนนี้ ด้านในเป็นพัดลมดูดอากาศ ที่จะช่วยเพิ่มพลังดูดการดูดฝุ่นจากพื้นห้อง เข้ามาเก็บเอาไว้ในกล่องใส่ขยะฝุ่นละอองให้มีพลังสูงมากยิ่งขึ้น (หลักการ เหมือนเครื่องดูดฝุ่นสมัยก่อน) เพราะนอกจากที่หุ่นยนต์ดูดฝุ่นนี้จะมีแปรงกวาดหลัก (Main Brush) แล้ว ยังมีพลังลมดูดเสริมช่วยดูดฝุ่น ให้สะอาดหมดจด มากยิ่งขึ้นไปอีก

รูปด้านล่างนี้ซูมให้ดูเห็นชัดๆ ถึงกล้องด้านบน พร้อมฉลากเขียนว่า “Visionary Mapping™ Plus” เป็นระบบสร้างแผนที่ของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot VR9000 ลิขสิทธิ์เฉพาะจากซัมซุง

หลักการทำงานของมันคือ มันจะถ่ายภาพห้องที่มันดูด พร้อมใช้หน่วยประมวลผล สร้างแผนที่จำลองขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ พอมันวิ่งไปที่จุดไหน มันก็จะจดจำว่าพื้นที่ตรงนี้มันเคยวิ่งไปแล้ว ก็จะได้ไม่วิ่งมั่วกลับไปซ้ำยังที่เก่า ประหยัดได้ทั้งเวลา และ แบตเตอรี่

Samsung Powerbot VR9000 Visionary Camera
กล้องด้านบน เพื่อเอาไว้ใช้สร้างแผนที่ห้อง เพื่อการวิ่งดูดฝุ่นที่แม่นยำ

นอกจากนี้แล้วดูจากภาพด้านล่าง ตรงลูกศรสีแดงๆ ที่ชี้เข้าไปนั้น ด้านหน้าตัวเครื่อง มันยังมีสิ่งที่เรียกว่า “กันชน – Bumper” ที่มันจะให้ตัว เด้งเข้าเด้งออก ได้ในระดับนึง เพื่อเอาไว้ใช้ดูดซับแรงกระแทก ระหว่างตัวหุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot VR9000 กับ เฟอร์นิเจอร์ และ อุปกรณ์ของใช้ภายในห้องของคุณ ที่มันอาจจะไปวิ่งชนได้ ซึ่งกันชนนี้จะทำให้ไม่เกิดความเสียหายใดๆ ทั้งสองอย่างเลยละ

Samsung Powerbot VR9000 Bumper
กันชน ดูดซับแรงกระแทก ลดความเสียหาย ของ Samsung POWERbot VR9000

ความคิดเห็นส่วนตัว

สังเกตุดูแล้วตัวเครื่องใหญ่มากๆ จุดที่ประทับใจคือ กล้องสร้างแผนที่ ที่เห็นเด่นเป็นสง่าชัดเจน ทำให้เกิดความมั่นใจในระดับนึงแล้วละว่า มันมีความเฉลียวฉลาดอยู่พอสมควร (จริงไม่จริงไม่รู้ละ ต้องไปลองใช้งานดูก่อนนะ)

ส่วนจุดที่แอบผิดหวังเล็กๆ คือ หน้าจอแสดงผลการทำงาน (Display Panel) น่าจะดีไซน์ออกมาให้ดูดีกว่านี้ อันนี้คล้ายๆ กับหน้าจอแสดงผลโทรศัพท์มือถือ รุ่นเก่า รุ่นแรกๆ ไปหน่อยนะ

ระบบ CycloneForce พลังลมดูด ดูดสะอาด

ในสมัยก่อน หุ่นยนต์ดูดฝุ่นส่วนมาก จะมีแค่แปรงกวาดหลัก (Main Brush) เพื่อใช้ในการตีฝุ่น ปัดฝุ่นขึ้นมาเพื่อเก็บเอาไว้ในกล่องใส่ขยะฝุ่นละอออง เท่านั้น ซึ่งผลลัพธ์คือ ฝุ่นที่มีขนาดเล็กมากๆ จะไม่ถูกปัดกวาดขึ้นมาเก็บในกล่องใส่ขยะฝุ่นละอองได้ เพราะแปรงมันมีขนาดไม่ละเอียดพอที่จะดูดมันขึ้นไปได้ทั้งหมด

แต่ในปัจจุบันนี้ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น หลายนี่ห้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวท็อป ราคาแพงๆ สูงๆ นอกจากที่จะมีแปรงกวาดที่ขนาดใหญ่แล้ว ยังจะมีระบบที่ใช้ลมอัดดูดเสริม เพื่อให้ฝุ่น หรือ อนุภาค ที่มีขนาดเล็กสามารถดูดเข้าไปใส่ในกล่องใส่ขยะฝุ่นละอองได้อีกด้วยเช่นกัน

แน่นอน หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ตัวที่คุณกำลังอ่านอยู่นี้ ก็มีระบบนี้เช่นกัน โดยเขาใช้ชื่อว่า ระบบ CycloneForce ซึ่งระบบนี้หากสังเกตที่ตัวหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ก็จะเห็นเป็นทรงกระบอกสีทองๆ เด่นเป็นสง่าอยู่ด้านบน หากดูดีๆ คล้ายกับ ถ่านอัลคาไลน์ Duracell เลย (คนอื่นจะมองยังไงไม่ทราบ แต่ผมคิดอย่างนั้น)

Samsung Powerbot VR9000 CycloneForce System
หากเอากล่องใส่ขยะฝุ่นละอองออก จะเห็นช่องลม (ตรงลูกศรสีแดง) ที่จะช่วยเสริมพลังการดูดฝุ่น เข้ามาในเครื่องอีกที

จากรูปที่เห็นจะสังเกตเป็นมอเตอร์ตัวใหญ่ ที่เป็นตัวเสริมพลังลมดูดออกมาอย่างทรงพลัง ทำให้การดูดฝุ่นที่มีอนุภาคขนาดเล็ก แบบที่แปรงกวาดปัดเข้ามาไม่ได้ ก็ยังจะมีพลังลมดูด ช่วยดูดเข้าไปเก็บไว้ในกล่องใส่ขยะฝุ่นละอองได้อย่างสะอาดสะอ้าน ส่วนลมที่ถูกดูดเข้าไปจะปล่อยออกด้านข้างๆ ของตัวเครื่อง (ดูรูปประกอบด้านล่าง)

ช่องที่ปล่อยลมออกจากระบบ CycloneForce ที่เสริมพลังลม ช่วยดูดฝุ่นละอองขนาดเล็ก
ช่องที่ปล่อยลมออก (ตรงลูกศรสีแดง) จากระบบ CycloneForce ที่เสริมพลังลม ช่วยดูดฝุ่นละอองขนาดเล็ก

กล่องใส่ขยะฝุ่นละออง Samsung POWERbot VR9000

มาดูกันอีกส่วนที่ค่อนข้างจะเป็นส่วนที่สำคัญของ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ทุกรุ่นกันดูบ้าง นั่นก็คือ ส่วนของกล่องใส่ขยะฝุ่นละออง ซึ่งทางซัมซุงเขาเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า “Dustbin” แต่บางยี่ห้ออย่างไอโรบอท เขาก็เรียกว่า “Dirt Bin” ซึ่งก็แล้วแต่จะเรียกกันไป แต่จริงๆ หน้าที่เหมือนกันเป๊ะๆ เลย

กล่องใส่ขยะฝุ่นละออง ของตัวนี้เขาจะใช้ พลาสติกทรงกระบอกใส เพื่อจะให้เห็นปริมาณฝุ่นที่มีอยู่ในกล่องอย่างชัดเจนว่า ควรจะนำไปทำความสะอาดแล้วหรือยัง นอกจากนี้แล้ววัสดุของพลาสติกที่ใช้ยังมีความเหนียวและแข็งแรงสูง อีกด้วย

ความคิดเห็นส่วนตัว

กล่องใส่ขยะฝุ่นละออง (Dustbin) ของ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot VR9000 ตัวนี้ถือว่ามีขนาดใหญ่ มีขนาดความจุให้เก็บเศษฝุ่น เศษผม ได้กว่า 0.7 ลิตร และที่สำคัญ สามารถถอดเอาไปล้างด้วยน้ำสะอาด เพื่อทำความสะอาดได้ง่ายๆ มีที่ยึด ที่ล็อค ส่วนประกอบต่างๆ อย่างชัดเจน

ด้านล่าง หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot VR9000

หลังจากที่ดูด้านบนตัวเครื่องกันมาแล้ว ลองมาหงายท้องดูด้านใต้เครื่องหุ่นยนต์ดูดฝุ่นกันดูบ้าง ว่ามีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง เพราะใต้เครื่องนี้ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของเครื่องหุ่นยนต์ดูดฝุ่นเลยทีเดียว เพราะทั้งระบบขับเคลื่อน ระบบเซ็นเซอร์ ระบบการรับน้ำหนัก รวมไปถึงระบบการดูดฝุ่นเข้าไปเก็บไว้ในเครื่อง ล้วนแต่อยู่ใต้เครื่องทั้งนั้น ลองไปดูกันตามหมายเลขที่ระบุกำกับเอาไว้ได้เลย

Samsung Powerbot VR9000 Underside View
ใต้เครื่องด้านล่าง หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot VR9000
  1. Roller หรือ Caster Wheel (ล้อเลื่อน) : สังเกตเห็นว่า ในรูปประกอบด้านบน มีหมายเลข 1 กำกับ อยู่ทั้งหมด 4 ตำแหน่ง ประกอบไปด้วยล้อที่หมุนฟรีได้ 360 องศา จำนวน 2 ล้อ และ ล้อที่หมุนฟรีไม่ได้อีก 2 ล้อ ซึ่งทั้งหมดนี้คือล้อเลื่อน ทำหน้าที่เป็นล้อรับน้ำหนักของตัวเครื่อง เป็นที่น่าสังเกตอีกเรื่องนึงคือ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ตัวนี้มีล้อเลื่อนรับน้ำหนักเครื่องมากถึง 4 ตำแหน่ง ซึ่งมากที่สุด ตั้งแต่เคยรีวิวมา ส่วนนึงอาจจะเป็นเพราะตัวเครื่องที่มีขนาดใหญ่ และ น้ำหนักมาก จึงต้องมีล้อเลื่อนรับน้ำหนัก อยู่เป็นจำนวนมาก รอบๆ ตัวของมัน นั่นเอง
  2. Emergency Switch (สวิตซ์ฉุกเฉิน) : เป็นสวิตซ์หลัก (Main Switch) ที่เอาไว้เชื่อมวงจรหรือตัดวงจรไฟฟ้า ระหว่างตัวเครื่อง กับ แบตเตอรี่ แหล่งเก็บไฟ ซึ่งหากคุณจะต้องไม่ใช่บริการ ใช้งานหุ่นยนต์ดูดฝุ่นตัวนี้เป็นระยะเวลานานๆ ก็ควรจะปิดสวิตซ์ฉุกเฉินตรงนี้ไว้ด้วย เพื่อเป็นการยืดอายุและถนอมแบตเตอรี่ ให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากยิ่งขึ้น
  3. Battery (แบตเตอรี่) : แหล่งเก็บพลังงานสำคัญของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ความจุไฟของแบตเตอรี่ ที่เขาให้มา นั้นมีความจุอยู่ที่ 3,900 mAh ซึ่งก็ถือว่ามากพอสมควร ในหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ที่อยู่ในเกรดและระดับเดียวกัน (มากกว่าแบตเตอรี่ iPhone 6 Plus ที่มีแค่ 2,915 mAh อยู่ 985 mAh)
  4. Drive Wheel (ล้อขับเคลื่อนหลัก) : หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ทุกตัวจะต้องมีสิ่งที่เรียกว่า ล้อขับเคลื่อนหลัก ซึ่งทุกรุ่น ทุกยี่ห้อในขณะที่รีวิวอยู่ในปัจจุบันนั้น ถือมีว่าหลักการเดียวกันหมด คือ จะมีล้อขับเคลื่อนหลัก อยู่ทั้งหมด 2 ล้อหลักๆ (ล้อซ้าย และ ล้อขวา) การทำงานของมันคือ หากต้องการเดินหน้าหรือถอยหลัง 2 ล้อนี้จะหมุนเดินหน้า ถอยหลัง ไปพร้อมๆ กัน แต่ถ้าหากต้องการจะเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ก็จะมีล้อใดล้อหนึ่งที่หยุดอยู่กับที่ และอีกล้อหมุน เพื่อปรับเปลี่ยนทิศทางการวิ่งนั่นเอง โดยขนาดหน้ากว้างของล้อขับเคลื่อนหลัก นี้จะมีหน้าสัมผ้สพื้นที่ไม่มาก เพื่อลดแรงเสียดทานระหว่างตัวเครื่องกับพื้นห้อง (ช่วยประหยัดแบตเตอรี่) และทำมาจากวัสดุยาง ซึ่งมีความเหนียว ยึดเกาะกับพื้นห้อง ทุกประเภท ได้เป็นอย่างดีเยี่ยม
  5. Power Brush & Cover (แปรงกวาดหลัก พร้อมฝาปิด) : อีกหนึ่งจุดเด่นมากๆ ของ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot VR9000 นี้ นั่นก็คือ มันมีแปรงกวาดหลัก ที่เขาใช้ชื่อเฉพาะเรียกมันว่า “Power Brush” ที่มีขนาดความกว้าง กว้างมากๆ ถึง 311 mm. (มิลลิเมตร) หรือ ยาวประมาณไม้บรรทัด 1 ฟุตเลยทีเดียวก็ว่าได้ ซึ่งถือว่ากว้างที่สุด กว่าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นอื่นๆ ตั้งแต่เคยรีวิวและสัมผัสมา

    Samsung Powerbot VR9000 Brush Width
    Samsung POWERbot VR9000 มีขนาด ความกว้างของแปรงกวาดหลัก (Main Brush) ที่กว้างที่สุดกว่า 311 มิลิเมตร
  6. Charge Pins (จุดสัมผัสแท่นชาร์จ) : สังเกตจุดที่เป็นโลหะ 2 จุดนี้จะใช้เป็นจุดที่เวลาเครื่องหุ่นยนต์ดูดฝุ่น วิ่งกลับมาที่แท่นชาร์จ มันก็จะนำเอา จุดสัมผัสแท่นชาร์จ ตัวนี้ไปสัมผัสกับ จุดสัมผัสหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ที่อยู่ที่แท่นชาร์จ นั่นเอง เพื่อเป็นการถ่ายทอดพลังงานไฟ จากไฟบ้าน ลงไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ ที่เครื่องนั่นเอง
Samsung Powerbot VR9000 Underside Label
ล้อรับน้ำหนัก พร้อม ฉลากใต้เครื่อง รายละเอียด หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot VR9000

ด้านล่างมีบอกรายละเอียดของ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot VR9000 ซึ่งมีบอกปริมาณการบริโภคไฟฟ้า DC 21.6 โวลท์ (V) กำลังไฟฟ้า 70 วัตต์ (W) น้ำหนักเครื่อง (รวมอุปกรณ์) 4.8 กิโลกรัม ส่วนตรง ผลิตในประเทศ นั้นตรงนี้เขาไม่ได้บอก ใต้เครื่องเขียนว่า “ผลิตโดยซัมซุง” (ตอบไม่ตรงคำถามนะนี่) แต่จากที่สังเกตเห็นข้างกล่องของตัวมันเองนะแหละคือ ผลิตในประเทศเวียดนาม (Made in Vietnam) จ้า

ความคิดเห็นส่วนตัว

ใต้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นตัวนี้จุดเด่นคือ มีแปรงกวาดฝุ่นที่มีขนาดใหญ่มากๆ และมีล้อรับน้ำหนักที่มากด้วยเช่นกัน เหมาะสมกับขนาดตัวเครื่องที่ใหญ่ทั้งคู่ ส่วนตัวคิดว่า ถ้าได้แปรงข้าง (Side Brush) ที่จะมาคอยช่วยปัดฝุ่นที่อยู่ตามขอบมุมกำแพง มุมตู้ มุมเฟอร์นิเตอร์ต่างๆ มาอีกสักหน่อยจะเพอร์เฟค มากๆ เลยทีเดียวละ

รีโมทคอนโทรล (Remote Control)

คำว่า “รีโมทคอนโทรล (Remote Control)” ชื่อนี้คงไม่ต้องสาธยาย บรรยายความหมายอะไรมากมาย มันเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ ที่หุ่นยนต์ดูดฝุ่นระดับไฮโซราคาแพง มักจะให้มาด้วย เพื่อตอกย้ำความขี้เกียจ เอ้ยไม่ใช่ ความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งาน โดยเจ้ารีโมทคอนโทรล ตัวนี้ถือว่ามีความสำคัญเอามากๆ สำหรับ Samsung POWERbot ตัวนี้ เพราะการตั้งค่าต่างๆ ของระบบ (System Settings) ต้องทำผ่านรีโมทคอนโทรลเท่านั้น ไม่สามารถกดที่ปุ่มหน้าเครื่องได้ ดังนั้นต้องรักษาเอาไว้ยิ่งชีพ อย่าให้หาย อย่าให้พัง หลีกเลี่ยงมือเด็กเล็กไว้ด้วยนะ

Samsung Powerbot VR9000 Remote Control
รีโมทคอนโทรล ของ Samsung POWERbot VR9000 หัวใจสำคัญของตัวเครื่อง (ในกล่องให้มาพร้อมถ่านขนาด AA จำนวน 2 ก้อน)

จากที่ผมสัมผัสหุ่นยนต์ดูดฝุ่นมาหลายรุ่น สำหรับรีโมทคอนโทรล ของตัวนี้ถือว่ามีลูกเล่น และสามารถทำอะไรต่อมิอะไรได้หลายอย่างมากๆ ไม่ใช่แค่การบังคับทิศทาง หรือ เปลี่ยนโหมดการดูดฝุ่นอย่างเดียว แต่มันยังสามารถใช้ตั้งค่าเวลา ตั้งเวลาการทำความสะอาด หรือแม้แต่การเปิดปิดเครื่อง และอะไรต่อมิอะไรได้อีกมากมาย

ลองมาดูที่ปุ่มกดกันดูว่ามีอะไรสำคัญบ้าง โดยหุ่นยนต์ดูดฝุ่นตัวนี้แบ่งปุ่มกดออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ด้วยกันได้แก่

  1. ส่วนบน : เป็นส่วนของการควบคุมหลักของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น สามารถที่จะเปิดปิดเครื่อง เรียกมันวิ่งกลับแท่นชาร์จ หรือ ปรับเปลี่ยนโหมดการดูดฝุ่น ไม่ว่าจะเป็นโหมดอัตโนมัติ (Auto) โหมดดูดฝุ่นเฉพาะจุด (Spot) โหมดดูดฝุ่นเต็มพลัง (Max) และ โหมดดูดฝุ่นบังคับทิศทางเอง (Manual)
  2. ส่วนกลาง : จะสังเกตุเห็น ลูกศรชี้ขึ้น ↑ ชี้ซ้าย ← และ ชี้ขวา →  เพื่อใช้บังคับทิศทางของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ด้วยตัวเอง แต่ถ้าหากขี้เกียจบังคับทิศทางมันไปยังทิศทางที่ต้องการ มันก็ยังมีปุ่ม “Point Cleaning” ที่ให้คุณชี้ไปยังจุดที่ต้องการให้มันวิ่งไปทำความสะอาดได้เลย แล้วมันจะวิ่งตามไปเอง และนอกจากนี้ยังมี ปุ่มเพลย์หรือสั่งมันเริ่มทำงาน และ ปุ่มหยุดทำงานชั่วคราว (ปุ่มเดียวกัน) อยู่ตรงส่วนกลาง
  3. ส่วนล่าง : จะเป็นส่วนของการตั้งค่า (Setting) ต่างๆ ที่จำเป็นของตัวเครื่อง เช่นการตั้งเวลา (ปุ่ม Clock) ตั้งเวลาทำความสะอาดอัตโนมัติ (ปุ่ม Schedule) ปรับโหมดเป็นโหมดดูดเงียบ (ปุ่ม Silence) ปิดเสียง ตี๊ดๆ เวลากดปุ่มส่งคำสั่งต่างๆ ที่เครื่อง (ปุ่ม Sound) และอื่นๆ อีกมากมาย

เรียกได้ว่าสำหรับตัว หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot VR9000 ตัวนี้ รีโมทคอนโทรล ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เลยทีเดียว เพราะการตั้งค่าเวลา ตั้งเวลาทำความสะอาดล่วงหน้า และอื่นๆ อีกมากมาย ล้วนแต่ทำกันจากรีโมทคอนโทรล ได้เท่านั้น ไม่สามารถทำผ่านปุ่มกดที่ตัวเครื่องได้

รู้จักกับ Virtual Guard กล่องสีดำ คืออะไร ?

Samsung Powerbot VR9000 Virtual Guard Front
หน้าตา Virtual Guard ด้านหน้า ก่อนแกะห่อพลาสติก

อุปกรณ์สร้างกำแพงจำลอง หรือ “Virtual Guard” อุปกรณ์ชิ้นนี้บางคนบางยี่ห้อ อาจจะเรียกมันว่า กำแพงเสมือน แน่นอน ! ตัวนี้เปรียบเสมือนกำแพง ที่จะมากั้นเอาไว้ไม่ให้ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot VR9000 วิ่งเข้าไปทำความสะอาดด้านใน ในห้องห้องหนึ่ง คุณมีพื้นที่ส่วนตัว เช่นมุมของเด็กเล็ก หรือ ห้องที่ค่อนข้างจะรก แล้วไม่ต้องการให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่น นี้วิ่งเข้าไปทำความสะอาดละก็ เราสามารถใช้กล่องสีดำๆ อันนี้ ใส่ถ่าน แล้วไปวางขวางมันอยู่ได้เลย ส่วนมากแล้วอุปกรณ์พวกนี้จะพบเจอในหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นท็อปๆ ราคาแพงๆ ตัวถูกๆ ไม่เคยเจอ

โดยปกติแล้ว หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Samsung POWERbot VR9000 ตัวนี้ถือว่าวิ่งสู้ฟัดอยู่แล้ว มันมีความสามารถเอาตัวรอดจากอุปสรรคต่างๆ ได้สูงมาก อาทิ เอาตัวรอดจากสายไฟ พรมเช็ดเท้าต่างๆ รวมไปถึงการวิ่งผ่านพื้นที่ต่างระดับต่างๆ หากไม่สูงมาก ก็สามารถวิ่งผ่านได้สบายๆ เรียกได้ว่าฉลาดมาก แต่ขอบอกว่า เมื่อเจอกำแพงจำลอง ตัวนี้เข้าไปก็เปรียบเสมือน งูกับเชือกกล้วย ที่เจอะเจอกันเมื่อไหร่ มีอันต้องหลีกหนีตลอด

ด้านการใช้งานมันก็เพียงแค่ใส่ถ่านขนาด 3C จำนวน 2 ก้อน เข้าไปที่ด้านใต้เครื่อง พร้อมเปิดสวิตซ์ ที่เป็นจุกกลมๆ อยู่ด้านบน แล้ววางเอาไว้ปากประตูห้อง หรือ พื้นที่ที่ไม่ต้องการให้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นนี้วิ่งเข้าไป เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อย

19 ความคิดเห็น

  1. ขอบคุณรีวิวดีๆ ครับ
    ไม่ทราบว่า ถ้าใช้กับพื้นไม้ปาร์เก้ พื้นจะเป็นรอยมั้ยครับ

    • ต้องขออภัยครับ รุ่นนี้ ผมทดสอบ ที่คอนโดมิเนียม ซึ้งมีแต่พื้นกระเบื้อง และ พื้นไม้ยาง แต่ ผมไม่เคยลองกับ พื้นไม้ปาร์เก้ ที่บ้านครับ

      แต่ถ้าวิเคราะห์จริงๆ ถ้าหากดูกันละเอียดแล้ว ไม่น่าจะทำให้เกิดรอยขีดข่วนแบบเห็นได้ชัด นะครับ เพราะตรงแปรงกวาด ลักษณะก็จะเป็นแปรงแบบขนๆ และตรงล้อขับเคลื่อนหลัก ก็เป็นยาง ไม่ใช่ล้อเหล็ก จะมีหนักใจก็แค่ ล้อเลื่อนเล็กๆ (Caster Wheels) ที่อยู่รอบๆ ตัวเครื่อง แต่ส่วนตัวผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นอะไรมาก ถ้าเป็น ก็อาจจะเป็นแค่รอยขนแมวเล็กๆ เพราะ ตัวเครื่องมันก็ไม่ได้มีน้ำหนักลงต่อล้ออะไรมากมายครับผม

  2. ถ้าราคาเท่ากัน ควรเลือกตัวไหนคะ ระหว่าง Neato Botvac Series กับ Samsung Powerbot

  3. ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูล ขอสอบถามเพิ่มเติมนะครับ ระหว่าง Neato Botvac และ Samsumg Powerbot ตัวไหนที่มีกำลังดูดที่แรงกว่า สะอาดกว่า ครับ และ ตัวไหนที่น่าจะมีบริการหลังการขายที่ดีกว่ากันครับ คือ ของพวกนี้ ช่วงปีแรกยังไม่น่ามีปัญหา แต่พอเริ่มปีที่ 2 คงจะต้องเริ่มหาศูนย์บริการ เช่น แบตเสื่อม
    อะไรแบบนี้ครับ

    รบกวนด้วยนะครับ
    ขอบคุณครับ
    ดริษ

    • ส่วนตัวผมคิดว่า เรื่องพลงการดูดระหว่าง Samsung Powerbot กับ Neato Botvac นี่พอๆ กันครับ เพราะเป็นตัวใหญ่ พลังแรงทั้งคู่ มีระบบลมดูดช่วยเสริมพลังอีกด้วย ส่วนเรื่องบริการหลังการขายของทั้ง 2 เจ้า ผมขอวิเคราะห์ (ด้วยความคิดผมเอง) ดังนี้

      1. Samsung : เป็นแบรนด์ใหญ่ นำเข้าโดย ซัมซุง ประเทศไทย ซึ่ง Samsung เข้ามาบุกตลาดไทยอย่างเป็นทางการ ในอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเกือบทุกแขนง ไม่ใช่แค่หุ่นยนต์ดูดฝุ่น เพียงอย่างเดียว ศูนย์บริการมีมากมาย แต่สุดท้าย หากเครื่องมีปัญหา ก็ต้องส่งเข้ามาที่ศูนย์ซ่อม อีกที ซึ่ง Process การดำเนินงาน ค่อนข้างนาน กว่าจะส่งจากศูนย์บริการ ไปยังศูนย์ซ่อม ก็น่าจะมี อาทิตย์นึงเป็นอย่างต่ำละครับ

      2. Neato : ตัวนี้นำเข้าโดย บริษัท โรบอทเมคเกอร์ จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายหุ่นยนต์ดูดฝุ่นทั้ง Autobot และ Neato มีศูนย์บริการอยู่แถวๆ สามย่าน และมีบูท Kiosk จัดจำหน่ายอยู่ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป อย่าง เดอะมอลล์ เซ็นทรัล คุณสามารถนำเอาเครื่องหุ่นยนต์ดูดฝุ่นไปฝากไว้ตามบูธ ต่างๆ เหล่านี้เพื่อให้เขาส่งเครื่องกลับมายังศูนย์ซ่อมได้ โปรเซสการดำเนินงานก็ประมาณ 7 วัน แต่ถ้าเอาเครื่องไปซ่อมที่ศูนย์ซ่อมตรงสามย่านเลย ก็ใช้เวลาประมาณ 2 วันครับ เพราะจะต้องมีการเทสให้มันเดิน วิ่ง และ ชาร์จแบตเตอรี่ เสียก่อนครับ

      ส่วนเรื่องอะไหล่ทุกตัวนั้น ผมเชื่อว่าทั้ง 2 ยี่ห้อนี้มีจัดจำหน่ายทั้งคู่ครับ โดยเฉพาะแบตเตอรี่ สำคัญมากๆ มีจำหน่ายชัวร์ครับ

  4. พอจะรู้ไหมครับว่าเขารับประกันชิ้นส่วนไหนกี่ปีบ้างพอดีสนใจแต่คนขายอธิบายไม่เข้าใจเลย

    • ต้องขออภัยครับคุณตั้ม ผมไม่ทราบเหมือนกัน สงสัยต้องถาม Call Center ละครับ ไว้มีโอกาส ผมจะโทรไปถามมาให้นะครับผม

  5. ถ้าเทียบรุ่น Samsung Powerbot VR9000 กับ iRobot Roomba 880 ตัวไหนน่าใช้กว่ากันค่ะ รบกวนแนะนำด้วยค่ะ

    • ความคิดเห็นส่วนตัวของผม หากให้เลือกแค่ 2 ยี่ห้อนี้เท่านั้น ผมเลือก Samsung Powerbot ครับ เพราะปัจจัยเรื่องราคาที่ถูกกว่า ส่วนออปชั่นอื่นๆ คล้ายๆ กันเลยครับ ตัดสินใจยาก กินกันไม่ลงเลยทีเดียว สำหรับทั้ง 2 ยี่ห้อนี้ครับ

  6. อ่อ มีข้อสงสัยค่ะ พอดีตอนไปซื้ออยากได้สี Deep Blue มากๆ แต่ทางคนขายบอกว่า ของไทยจะนำเข้าแค่สีขาวเท่านั้น สีน้ำเงินจะมีที่เกาหลีค่ะ ไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จ กวางไปซื้อที่ Home Pro ค่ะ ถ้าใช้ดี อาจจะต้องซื้อเพิ่มเพื่อใช้ชั้นล่างค่ะ ^^

  7. ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆ
    อ่านรีวิววันนี้ตอนบ่าย
    ตอนเย็นวิ่งไปซื้อเลยค่ะ 555+

  8. ตอนนี้ผมกำลังลังเลระหว่าง irobot 880 กับ samsung vr9000 ไม่รุ้ว่าจะซื้อตัวไหนดี

  9. ตัวนนี้ผมซื้อมาใช้อยู่ครับ ตอนแรกลังเลกับ Hombot ตัว Top ฝาแดง ราคาถูกกว่าครึ่งนึง แต่ตัวนี้ที่ซื้อเพราะ Cyclone เลยครับ ไม่ผิดหวังจริงๆ
    ถ้าซื้อลองดูใน HomePro ครับถูกกว่า 27,XXX ครับ

    ตอนซื้อยังไม่มี Review นี้ครับแต่มาหาข้อมูลจาก Page K’Thanop นี่ล่ะครับ ต้องขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆและเป็นประโยชน์ครับ

  10. ถ้าเทียบรุ่นนี้กับ Neato Botvac อันไหนน่าใช้กว่ากันคะ เอาแบบในสถานการณ์การใช้งานจริง ลูกเล่นแพรวพราวแต่ยุ่งยากจนคนใช้ทำไม่เป็นก็ไม่ถือว่าเป็นคุณสมบัตินะคะ

    • ส่วนตัวผมชอบ Botvac มากกว่าครับ เพราะ

      1. ราคาถูกกว่า 1-2 พันบาท
      2. เวลาดูด ดูดทั่วทั้งบริเวณจริงๆ ไม่มีลืมดูดห้องไหน หรือตรงพื้นที่ไหน

      แต่ลูกเล่นการดูดยอมรับว่า Samsung Powerbot พกมาให้เยอะจริงๆ Botvac ไม่มีรีโมทคอนโทรลมาให้ด้วยครับ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here