Disney Dream วันที่สอง (เที่ยวเมือง Nassau ประเทศ Bahamas)

ซึ่งระหว่างที่เรากำลังหลับพักผ่อน เรือก็จะแล่นไปยัง เมืองแนสซอ (Nassau) ประเทศบาฮามาส (Bahamas) ซึ่งเป็นเมืองหลวง ของประเทศบาฮามาส นั่นเอง ซึ่งตามโปรแกรมเรือ มันขึ้นอยู่กับเราว่าจะซื้อแพ็คเกจทัวร์ ลงไปเที่ยวเมืองหรือเปล่า หากคนไม่ต้องการลงฝั่ง ก็สามารถพักผ่อนตามอัธยาศัย บนเรือได้ ซึ่งก็มีกิจกรรมต่างๆ มากมายให้ทำอยู่แล้ว มาดูกิจกรรมที่เราสองคนทำกันในวันนี้เลย

ตื่นนอน (07:00 น.)

หลังจากที่นอนกันมาอย่างเต็มอิ่มบนเรือคืนแรกแล้ว ก็ตื่นนอนมาตอนเช้า ออกไปดูนอกระเบียงเห็นบรรยากาศยามเช้า ที่ค่อนข้างจะแปลกตา สดใส เพราะปกติเวลาไปเที่ยวทะเล ตื่นมาเราก็ยังเห็นชายหาด ทรายสีขาว แต่นี่คือ ไม่มีชายหาด ไม่มีเม็ดทรายให้เห็น เพราะเราอยู่กลางมหาสมุทร !! เป็นบรรยากาศแปลกใหม่ ครั้งแรกในชีวิตที่ได้พบ สวดยวด

เรือแล่นเทียบท่าเมือง Nassau ประเทศ Bahamas (7.30 น.)

หลังจากดูวิวไปเรื่อยๆ เวลาประมาณ 7 โมงครึ่ง ตอนเช้า ในที่สุด เรือ Disney Dream ก็แล่นพาเทียบท่าที่เมืองแนสซอ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของ ประเทศบาฮามาส ก็มีโอกาสได้ดูกระบวนการเทียบท่าที่ชายฝั่ง ซึ่งก็แปลก และไม่เคยเห็นเหมือนกัน ว่ากัปตันเรือนั้น ต้องใช้ฝีมือขนาดไหน นั่งดูไปเรื่อยๆ เพลินดี

หลังจากนั้นก็ไปอาบน้ำ แต่งตัว พร้อมลงไปรับประทานอาหารเช้าที่ ห้องอาหารคาบาน่า ซึ่งเป็นห้องอาหารเดียวกับที่ไปกินอาหารเที่ยงมื้อแรกบนเรือ เมื่อวานนั่นเอง

รับประทานอาหารเช้า ห้องอาหารคาบาน่า (08:30 น.)

เมื่อลงไปก็พบกับลูกเรือ ที่กำลังคอยเตรียมอาหารเช้าให้พวกเรากินกัน เมนูอาหารก็จะเป็นแบบบุฟเฟต์ เดินเลือกตักรับประทานกันได้เลยตามใจชอบ ซึ่งเมนูที่นี่มีหลากหลายมากๆ ลองไปดูรูปภาพบรรยากาศอาหารเช้ากันเลย

ลงไปพบกับ Stitch ตัวการ์ตูนโปรด (10:00 น.)

สืบเนื่องจากในหนังสือ “Navigator” ที่พนักงานทำความสะอาดห้อง มาแจกเอาไว้เมื่อวานบนเตียง ได้มี โปรแกรมกิจกรรมบนเรือ และ ทราบว่าจะมีตัวการ์ตูน ของดิสนีย์ออกมาปรากฏตามจุดต่างๆ ตามวันและเวลาที่กำหนด ซึ่งเขาจะเรียกว่า “Character Appearances” ซึ่งเจ้า “สติซ – Stitch” หมาเอเลี่ยน อีกหนึ่งตัวการ์ตูนของดิสนีย์ ที่เป็นการ์ตูนตัวโปรดส่วนตัวของผมและภรรยา จะออกมาปรากฏตัว ให้กับผู้โดยสารมาถ่ายรูปด้วย ในเวลาประมาณ 10 โมง เช้า ที่ “Preludes” นั่นคือ อยู่หน้า โรงภาพยนตร์ วอลท์ดิสนีย์ (Walts Disney Theatre) ที่เดินมาสำรวจเมื่อวานนี่เอง

Disney Cruise Dream Day 2 Schedule
โปรแกรมและกิจกรรม บนเรือ Disney Dream วันที่ 2 ใครที่ชอบ อยากถ่ายรูปกับการ์ตูนโปรดตัวไหน ก็มาเจอกันได้เลย

หลังจาก ที่ลงมารอแล้ว สักพักก็จะมีเจ้าตัวมาสคอต (Mascot) ใส่ชุดสติซ เข้ามาให้คนต่อแถวถ่ายรูปด้วย ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็คือคนอยู่ข้างในนะแหละ ทั้งๆ ที่รู้ แต่ก็ไปยืนต่อแถวรอคิว ถ่ายรูปกับเด็กๆ อยู่ดี (จะบอกว่าจริงๆ ผู้ใหญ่แก่กว่าเราก็ยังมี เห็นมาต่อคิวด้วยนะ)

พอเมื่อถึงคิวของเรา ก็จะมีเจ้าหน้าที่ถ่ายรูปให้ โดยผมก็เอาโทรศัพท์มือถือไอโฟน (iPhone) นี่แหละ ยื่นให้เค้าไป มีหลายท่ามากๆ ตามที่เห็นในรูป ทั้งภาพเดี่ยว ภาพคู่ อิอิ น่ารักที่ซู๊ดดดด

เที่ยวเมือง Nassau เมืองหลวงประเทศ Bahamas (11:15 น.)

หลังจากนั้นก็เดินเล่นสักพัก ก็ได้เวลาไปลงฝั่ง (ลงบก) กันแล้ว ซึ่งแพ็คเกจทัวร์ ที่ผมซื้อเอาไว้ จองเอาไว้ตั้งแต่บนอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่แรกแล้วนั่นก็คือ โปรแกรมทัวร์ ที่มีชื่อว่า “Discover Atlantis” ใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 4 ชั่วโมง แล้วแต่ใครจะกลับก่อน ใครเบื่อก็กลับขึ้นเรือก่อนได้เลย

แต่ว่าจริงๆ มันมีหลายทัวร์มากๆ ไม่ใช่แค่พาชมเมือง ดูสัตว์ใต้น้ำ อย่างที่ผมไป มันมีทัวร์แบบสอนดำน้ำ ดูปะการัง เล่นกะปลาโลมา รถลีมูซีนสุดหรูไปยังที่ที่คุณต้องการ พร้อมคนขับที่พูดภาษาอังกฤษได้ และมีใบรับรอง หรือจะไปชมสวนดอกไม้ หากใครไป ลองไปเลือกช้อปดูบนหน้าเว็บเขาได้เลย กดตรงนี้เพื่อดูรายละเอียดทัวร์ บนหน้าเว็บเลย (แต่พวกนี้ต้องเสียเงินเพิ่มนะ)

โดยจะได้ตั๋วมาคนละใบ เขาให้ตั้งแต่ตอนวันแรกที่ขึ้นเรือมาละ ซึ่งในตั๋วจะบอกหมดว่า รายละเอียดของผู้โดยสารเป็นใคร เจอกันที่ไหน อย่างไร สำหรับคนที่ไม่อยากจะลงเรือ ก็สามารถอยู่บนเรือทำกิจกรรมอย่างอื่นไปได้เลยนะ

ทัวร์ Port Adventure นี้หากสังเกตุดูดีๆ จะไม่ได้ดำเนินการโดยดิสนีย์ นะ จะเป็นบริษัททัวร์นำเที่ยวท้องถิ่น ที่มีชื่อว่า Kerzner International ที่มาดำเนินการดูแล

Disney Cruise Dream Port Adventure Ticket
Disney Cruise Line Port Adventure Ticket เป็นตั๋ว แสดงรายละเอียด ก่อนจะลงไปเที่ยวบนฝั่ง (Port Adventure) ที่เมือง Nassau เมืองหลวงของ Bahamas พร้อมบอกจุดนัดพบ

จากที่เห็นรูปตั๋วเขาบอกให้เราไปเจอที่ กลางเรือ ดี-เล้าจน์ (D-Lounge) ซึ่งก็จำได้อยู่ เพราะเมื่อวานไปเดินสำรวจมาแล้ว ซึ่งเอกสารที่จะต้องเตรียมก่อนลงเที่ยวบนฝั่ง จะต้องเตรียม 4 อย่างดังต่อไปนี้

  1. ตั๋ว Disney Cruise Port Adventure จากรูปด้านบน
  2. บัตรสมาร์การ์ดของเรือ ที่ให้มาตั้งแต่ตอนเช็คอินก่อนขึ้นเรือ
  3. พาสปอร์ต ของ ประเทศไทย
  4. หนังสือยอมรับข้อตกลง ในการลงไปเที่ยวที่เมืองแนสซอ ประเทศบาฮามาส (แจกตอนนั้นเลย)

ทัวร์ที่ผมซื้อคือ Discover Atlantis นั้น เป็นทัวร์พาเที่ยวขับรถชมเมืองแนสซอ เมืองหลวงของประเทศบาฮามาส พร้อมพาไปชมในโรงแรมสุดหรู ที่อยู่บน Atlantis Paradise Island โรงแรมระดับ 6 ดาว บนเกาะส่วนตัว หลังจากนั้นก็ปล่อยเดินเล่น ใครอยากจะกลับเรือ Disney Dream ก็สามารถกลับเมื่อไหร่ก็ได้ มีรถบัสรถอยู่ที่หน้าโรงแรม ไปส่งที่เรือ อยู่ตลอดเวลา ถึงประมาณ 4-5 โมงเย็น เท่านั้น ต้องบริหารเวลาดีๆ

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะพาลงจากเรือที่ด้านล่าง ทางชั้น 1 ของเรือ ที่เขาเรียกว่า “Gangway” ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยว่า “สะพาน หรือ ไม้พาดให้ขึ้นลงเรือ” นั่นเอง โดยก่อนที่จะออกจากเรือ ก็จะต้องมีการเอาบัตรสมาร์ทการ์ดเราไปแตะที่เครื่อง ว่าเราได้ออกจากเรือนั้นไปแล้วจริงๆ นอกจากนี้ยังจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบสัมภาระ (Security Control) ก่อนจะออกจากเรือ เพื่อเข้าประเทศบาฮามาส อีกด้วย

เมื่อลงจากเรือไปแล้ว เจ้าหน้าที่จะพาไปขึ้นรถบัส ขนาดเล็ก นั่งได้ประมาณ 15 ที่นั่ง เพื่อที่จะขับพาชมเมือง และ พาไปยังเกาะสวรรค์แอตแลนติส (Atlantis Paradise Island) ซึ่งบนเกาะนั้นจะมีโรงแรมสุดหรู 6 ดาว มีจำนวนห้องพักมากกว่า 1 พันห้อง โรงแรมนี้ มีชื่อว่า “Royal Towers Atlantis Resort” ตั้งตระหง่าน เด่นเป็นสง่า อยู่กลางเกาะเลยทีเดียว ราคาห้องพักนั้น หลังจากที่เที่ยวเสร็จกลับมา มาเช็คกับทางเว็บ Agoda.com พบว่า ราคาตกต่อคืนอยู่ที่ประมาณ $400 ถึง $700 กันเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าสูงมากๆ แต่ผมไปนี่ แค่ไปเดินผ่านนะ ไม่ได้เข้าพัก แม้แต่กินข้าว ยังไม่ได้กินที่นี่เลย เพราะแพง กลับไปกินบนเรือดีกว่า ฟรีอีกต่างหาก

โดยระหว่างที่อยู่บนรถบัส คนขับรถก็จะพาชมบ้านเมือง แนะนำว่านี่คือสถานีตำรวจ โรงพยาบาล ศาลากลาง และอื่นๆ ของเมืองนะ คนที่นี่ส่วนมากแล้วเป็นคนผิวสี แต่พูดภาษาอังกฤษได้ ส่วนมากแล้วนับถือศาสนาคริสต์ นี่คือข้อมูลที่จับใจความมาได้ขณะอยู่บนรถ

เมื่อถึงที่โรงแรม “Royal Towers Atlantis Resort” แล้ว เจ้าหน้าที่ก็พาเดินไปพบกับไกด์นำเที่ยวที่รออยู่ เขาให้ใส่หูฟังที่เครื่องรับสัญญาณเป็นวิทยุขนาดเล็ก เพื่อที่จะคอยรับเสียงจากไกด์ ที่จะเดินนำเราไปยังสถานที่ต่างๆ ในโรงแรม สามารถได้ยินชัดแจ๋ว โดยไกด์ ก็ไม่ต้องตะโกนพูดให้เจ็บคอ พูดค่อยๆ ผ่านระบบหูฟังวิทยุอันนี้ได้เลยทันที

การเดินก็เริ่มจากการแนะนำโรงแรม และก็พาไปดูสัตว์ทะเลใต้น้ำ อารมณ์ก็ประมาณ สยามโอเชียนเวิลด์ (Siam Ocean World) ที่ห้างสยามพารากอน บ้านเรานี่แหละ แต่ว่ามีขนาดที่ใหญ่กว่ามาก ซึ่งแต่ละตัวก็น่าสนใจมากๆ แปลกตาดี (เพราะยังไม่เคยมาดูที่ สยามโอเชียนเวิลด์ ด้วยแหละมั้ง) ใช้เวลาเดินดูก็ประมาณ 45 นาที เห็นจะได้ โดยพี่ไกด์ ก็พูดโน่นนี่บรรยายไปเรื่อย ลองดูรูปประกอบด้านล่างนี้ได้เลย

หลังจากที่เดินเสร็จ เขาก็พาชมบรรยากาศรอบๆ โรงแรม ซึ่งก็เป็นสวนน้ำ (Water Park) ที่ให้เด็กๆ ผู้ใหญ่ มาเล่นน้ำกัน แบบธรรมชาติ ซึ่งก็แนวๆ เหมือนสวนสยามบ้านเรานี่แหละ พร้อมชมบรรยากาศภายนอกของโรงแรม Royal Towers Atlantis Resort โรงแรมหรูระดับ 6 ดาว ก็ดูอลังการดีนะ ภาพล่างนี่ถ่ายจากตรงกลางโรงแรม ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่สวย และเด่นที่สุดของโรงแรมนี้

Royal Towers Atlantis Resort Nassau Bahamas
โรงแรม Royal Towers Atlantis Resort โรงแรมหรูระดับ 6 ดาว ที่ Nassau ประเทศ Bahamas

นอกจากนี้แล้วที่นี่ยังมีคาสิโน (Casino) ที่ถือว่าใหญ่มาก เดินเข้าไปด้านในให้บรรยากาศเหมือนคาสิโน ตามโรงแรมชื่อดังในลาสเวกัส (Las Vegas) เป็นอย่างมาก มีเครื่องสล็อตแมตชีน ให้โยกเล่นมากมาย มีไพ่หลากหลายรูปแบบ พร้อม รูเล็ต และอื่นๆ ให้เล่นเพียบ เรียกได้ว่าหากได้เริ่มเล่นมันเมื่อไหร่ ติดแน่นอน เด็กและเยาวชน ควรอยู่ห่างๆ เอาไว้เลยนะ

และเมื่อโปรแกรมทัวร์ “Discover Atlantis” จบลง ทางไกด์นำ เขาก็บอกว่าถ้าใครอยากจะกลับที่เรือ ก็สามารถกลับได้เลย มีรถบัสรออยู่ ถ้าหากยังอยากเดินเล่น ชมวิว เล่นคาสิโน ต่อที่นี่ก็ยังสามารถอยู่ได้จนถึงประมาณเกือบ 5 โมงเย็น ซึ่งเขาจะบอกไว้ชัดเจนว่ากี่โมงกันแน่ (ขออภัยจำเวลาที่แน่นอนไม่ได้)

กลับขึ้นเรือ Disney Dream (13:45 น.)

เมื่อเสร็จแล้ว แฟนบอกอยากไปกินกาแฟสตาร์บัค ที่บาฮามาส ซะหน่อยก็เลยจัดไปตามคำขอ หลังจากนั้นก็เดินกลับไปที่จอดรถบัส เพื่อนั่งรถกลับเรือ Disney Dream ทันที เพราะหวังว่าจะไปทานอาหารเที่ยงบุฟเฟต์เรือ เพราะว่าถ้าหากว่ากินในโรงแรม Royal Towers นี่จะเสียเงินอีก เรื่องอะไรละ 🙂

บุฟเฟต์รอบกลางวันปิดบริการ ไปกินพิซซ่า แทน (14:10 น.)

เมื่อกลับขึ้นเรือ Disney Dream กว่ารถจะขับจากโรงแรมไปจอดที่เรือ กว่าจะต้องผ่านกระบวนการตรวจเช็คสัมภาะ เพื่อความปลอดภัยแล้ว จะได้ขึ้นเรือก็โน่นเลย บ่าย 2 โมงกว่าๆ และแล้วก็เจอเรื่องเงิบ คือ บุฟเฟต์ที่ห้องอาหารคาบาน่า ปิดตอนบ่าย 2 โมง (14:00 น.) พอดี แต่นี่ขึ้นไปก็ประมาณ บ่าย 2 โมง 15 นาที ซึ่งแน่นอน สายไปเสียแล้ว

แต่ก็ยังไม่หมดหวัง เมื่อเดินไปพบกับเจ้าหน้าที่คนไทย ที่บอกให้เดินไปดูอีกมุมนึงของห้องอาหาร ก็จะพบว่ายังมีมุมอาหารที่เปิดให้บริการอยู่ นั่นคือพิซซ่า (Pizza) นั่นเอง หลังจากนั้นก็หยิบมาสวาปาม กันอย่างไม่คิดชีวิต เพราะหิวมากๆ

Disney Cruise Dream Pizza Buffet
บุฟเฟต์พิซซ่า แบบแป้งบางกรอบ พร้อมโรยชีสด้วยบน ในห้องอาหาร Cabana บนเรือ Disney Dream หลังจาก บุฟเฟต์มื้อกลางวันปิดไปแล้ว

ขึ้นไปว่ายน้ำ และ เล่น Aqua Duck สไลด์เดอร์ในท่อ (15:00 น.)

หลังจากนั้นก็เป็นช่วงฟรีสไตล์ ไม่มีอะไรละ รอรับประทานอาหารเย็นตอนทุ่มตรง (19:00 น.) สาเหตุที่วันนี้เราทานเร็วเพราะว่า ไม่ได้ไปทานกับคณะ ที่ตามบัตรสมาร์ทการ์ดของเรือ นัดเอาไว้เวลา 20:15 น. เพราะว่าเราได้จองห้องอาหารอิตาเลี่ยนสุดพิเศษเอาไว้ ส่วนตัว ชื่อห้องอาหารพาโล (Palo Restaurant) นั่นเอง

ก็เลยได้โอกาสที่ไปเล่นเครื่องเล่นบนดาดฟ้า ที่ถือได้ว่าเป็น ซิกเนเจอร์ (Signature) ของเรือลำนี้เลยก็ว่าได้ นั่นคือ เครื่องเล่นที่มีชื่อว่า อะควาดั๊ก (Aqua Duck) หรือเจ้าสไลด์เดอร์ ที่อยู่ในท่อใสๆ นั่นเอง

ก่อนอื่นก็ไปเปลี่ยนกางเกงว่ายน้ำมาก่อน จริงๆ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนก็ได้ ใส่ชุดอะไรก็เล่นได้ (ถ้าไม่กลัวชุดเปียก) เสร็จแล้วก็ขึ้นไปต่อคิว ซึ่งคนที่มาเล่น มีตั้งแต่เด็กๆ ยันผู้ใหญ่แก่ๆ สูงอายุก็ยังมี มันไม่ได้น่ากลัวอะไรเลยเพราะเป็น สไลด์เดอร์ที่ต้องนั่งบนห่วงยาง แล้วไหลไปตามทาง ที่มีน้ำเป็นตัวนำพา แค่นั้นเอง บรรยากาศเป็นอย่างไร ดูรูปด้านล่างได้เลย

ซึ่งจริงๆ แล้วขณะเล่น ก็อยากถ่ายคลิปวีดีโอเอาไว้ แต่เจ้าหน้าที่เขาไม่ให้ถ่าย ก็เลยไม่เป็นไร ช่างมัน ถ่ายรูปมาอย่างเดียวก็พอ

พอเล่นเจ้านี่เสร็จ ก็ไปว่ายน้ำขำๆ ที่สระว่ายน้ำด้านบนต่อ ซึ่งสระลึกสุดของมันก็ตรงกลมๆ ตรงกลางของสระ (ที่เห็นมีบันไดลงไป) ลึกอยู่ประมาณเมตรกว่าๆ แค่นั้น

Disney Cruise Dream Swimming Pool Adult
สระว่ายน้ำผู้ใหญ่ บนดาดฟ้าเรือ Disney Dream

หลังจากขึ้นสระว่ายน้ำมานั้นก็ไม่มีอะไรละ นั่งเล่นนอนเล่น เดินดูโน่นนี่ เลยขอข้ามไปที่ดินเนอร์อาหารเย็นเลยละกัน

ดินเนอร์ @ ห้องอาหารพาโล (Palo Restaurant) (19:00 น.)

เมื่อถึงเวลาทุ่มตรง เราก็ออกไปที่ห้องอาหารพาโล ที่ตั้งอยู่ที่ชั้น 12 (Deck 12) ของเรือ ความจริงเจ้าหน้าที่ประจำร้านพาโล ได้โทรมาหาถึงห้องตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เพื่อคอนเฟิร์ม และเน้นย้ำว่าให้แต่งตัวแบบสุภาพ ห้ามขาสั้น รองเท้ากีฬา ซึ่งแน่นอน เราสองคนก็รู้อยู่แล้ว ตั้งแต่เมืองไทย เลยเตรียมชุดไปด้วย มาดูภาพกันเลยด้านล่าง

เมื่อเข้ามาถึงที่โต๊ะก็มีพนักงานเอาเมนูอาหารมาเสิร์ฟให้ ซึ่งคนที่มาเสิร์ฟ ก็จะสังเกตุเห็นปายชื่อของพนักงานซึ่งเป็นคนตุรกี ที่จะมาให้บริการที่โต๊ะของเราสองคน เมื่อสังเกตุเมนูก็บอกได้คำเดียวเลย อ้าวแม่โจ้ – โอ้แม่เจ้า ทำไมมันช่างอ่านและแปลยากขนาดนี้ เท่าที่พอแปลได้ก็ พอร์ค ชิกเก้น ฟิช อะไรพวกนี้แหละ ก็จิ้มๆ ไป สรุปอาหารที่ได้ออกมาก็หน้าตาประมาณนี้เลย

นอกจากนี้แล้วเมื่อรับประทานอาหารเสร็จ ทางเจ้าหน้าพนักงานเสิร์ฟ ก็มีทำเซอร์ไพร์ส ฉลองวันเกิดผม และฮันนีมูน (Honeymoon) ด้วย 

Disney Cruise Dream Palo Dinner Birthday and Honeymoon Celebration 1
มีจานมาวาง พร้อมเขียน Happy Birthday Thanop และ Happy Honeymoon Puntharee and Thanop พร้อม สังเกตุ เทียนเขาใช้ ผ้ากันเปื้อน นี่แหละมาพับจนออกมาเป็นเหมือนเทียน เพราะบนเรือเขาห้ามจุดเทียนจริงๆ มันอันตรายนะ
Disney Cruise Dream Palo Dinner Birthday and Honeymoon Celebration 2
หลังจากที่ได้มาแล้ว เจ้าหน้าที่ก็แช๊ะภาพให้ เป็นที่ระทึก เอ้ย ที่ระลึก ซะหน่อย

หลังจากทุกอย่างเรียบร้อยพนักงานเขาก็จะเอาใบเสร็จรับเงินมาให้ ซึ่งจะบอกว่าไม่ต้องจ่ายเงินจริงๆ ให้พนักงานเขา เพราะทุกอย่างจะไปเรียกเก็บจากบัตรเครดิตของคุณ ที่ผูกกับบัตรสมาร์ทการ์ด ที่ให้มากับเรือแล้ว ซึ่งตรงจุดนี้จะมีสิ่งที่เรียกว่า “Additional Gratuity” นั่นคือทิปส์พิเศษ หากคุณชอบพนักงานบริการ (บริกร) มากๆ คุณสามารถให้เพิ่มได้ แต่ถ้าไม่ได้ชอบอะไรมากมาย ก็ใส่เลขศูนย์ “0” ไปก็ได้ พร้อมกับคุณจะต้องเขียนผลรวมของค่าใช้จ่ายทั้งหมดด้วยตัวเอง เพราะค่าอาหารเดิมคนละ $25.00 ไป 2 คนก็ $25.00 x 2 = $50.00

แต่เนื่องจากผมประทับใจบริการของเจ้าหน้าที่ทีมบริกร เลยให้เขาเพิ่มไปอีก $10.00 ผลรวมคือ ($50.00 + $10.00) จึงเท่ากับ $60.00 บริบูรณ์ ซึ่งสุดท้ายก็จะไปเรียกในใบเรียกเก็บบัตรเครดิตของเราเลย ในรอบบิลถัดไปทันที

Disney Cruise Dream Palo Dinner Receipt
ใบเสร็จรับเงิน พร้อมทิปส์ หากคุณมีความประสงค์จะให้เขาเพิ่ม ถ้าไม่ให้ก็ไม่เป็นไร

ร่วมฉลอง ค่ำคืนแห่งโจรสลัด Pirate Night (22:00 น.)

หลังจากที่รับประทานอาหารอิตาเลี่ยนกันมาอย่างอิ่มหนำแล้ว ค่ำคืนวันนี้ ซึ่งมันคือคืนวันที่ 2 ของการเดินทางทางเรือดิสนีย์ เขาได้มีการจัดปาร์ตี้ ที่มีชื่อว่า “Pirate Night” นั่นคือปาร์ตี้โจรสลัดนั่นเอง ซึ่งมียึดธีมการจัดงานมาจากภาพยนตร์ของดิสนีย์เอง ที่มีชื่อว่า ไพเรท ออฟ เดอะ แคริบเบียน (Pirates of the Caribbean) นั่นเอง

โดยคืนนี้แต่ละคนก็จะแต่งตัวเป็นแนวโจรสลัด มีการประดับประดาเครื่องแต่งกาย ให้เป็นแนวๆ นี้หมด โดยเขาจะมีปาร์ตี้กันที่ชั้นดาดฟ้า มีการแสดงโชว์ จุดพลุ แสดงแสงสีเสียง เรียกได้ว่าอลังการ ตระการตา มากๆ เลยทีเดียว

ทางเรือจะเริ่มจากการให้เจ้าหน้าที่ทำความสะอาด นำเอาผ้าผันคอ พร้อม เครื่องประดับ หรือ พร็อพ ต่างๆ ที่เป็นธีมโจรสลัด วางอยู่บนเตียงในแต่ละห้อง ก่อนงานเริ่ม (ประมาณ 4 ทุ่ม) เรียกได้ว่าถ้าใครเข้ามาในห้องพักช่วงบ่ายๆ ก็จะเห็นไอ้นี่ละ แล้วสามารถนำไปผูกคอ มีผ้าปิดตา (ให้เหมือนโจนสลัด) ก็นำมาเรียงราย เอาไว้บนเตียงให้เรียบร้อยแล้วเช่นกัน (แต่ผมไม่ได้หยิบไปแต่งด้วยนะ)

Disney Cruise Dream Pirate Night Neckerchief
ผ้าพันคอธีมคืนโจรสลัด (Pirate Night) ถูกวางไว้บนเตียงนอน ของห้องพักทุกห้อง ให้แต่งได้อย่างเต็มที่เลย

เมื่อขึ้นไปบนดาดฟ้าของเรือ เวลาประมาณ 4 ทุ่ม ก็จะมีผู้คน เด็กๆ ยืนรอ ดูการแสดงบนดาดฟ้า ใครไปก่อนก็ได้ที่ริมระเบียง ใครที่ไปช้าก็ต้องยืนเขย่ง เมื่อยกันหน่อย เพราะแถวหน้าเต็มหมดแล้วนั่นเอง

และเมื่อการแสดงเริ่มต้นขึ้น ความมันส์ก็เริ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งจะสังเกตุดูจากรูปด้านล่าง หากคุณไปเร็ว คุณก็จะสามารถจับจองพื้นที่ด้านหน้าของเรือได้เลยง่ายๆ โดยไม่ต้องไปยืนแออัดกันด้านบน รอบๆ ระเบียง

Disney Cruise Dream Pirate Night Party 1
(1) บรรยากาศแสดงแสงสีเสียง บนชั้นดาดฟ้าของเรือ Disney Dream จัดเต็มมากๆ เอฟเฟคเพียบ

บรรยากาศ เพิ่มเติมของการแสดงคืนโจรสลัด “Pirate Night” เพิ่มเติม สุดๆ กันไปเลย

หลังจากใช้เวลาประมาณ 20 นาที การแสดงโชว์โจรสลัดจบลง และเมื่อโชว์จบลง บนดาดฟ้าของเรือ ก็ได้มีการจุดพลุชุดใหญ่ฉลองจากบนเรือเรานี่แหละ ยิงขึ้นไปบนท้องฟ้า เรียกเสียงกรี๊ด ให้กับทุกๆ คนที่มาชมได้มากอยู่เหมือนกัน

และเมื่อการแสดงพลุจบลงก็จะเป็นการเปิดเพลงแดนซ์กัน เหมือนตามผับ เปิดเพลงฝั่งสากล และก็แดนซ์กันตรงนั้นเลย ส่วนผมก็ยืนดูเค้าแดนซ์ ไปสัก 4-5 เพลงหลังจากนั้นก็เดินกลับห้องพัก เวลาประมาณห้าทุ่มกว่าๆ

ขณะเดินกลับ ก็ได้เดินผ่านห้องอาหารบุฟเฟต์คาบาน่า เจ้าเก่า ก็ได้พบกับอาหารว่าง ของว่าง ของหวาน ต่างๆ มากมาย ที่จัดเอาไว้เป็นซุ้มๆ ซึ่งสามารถเดินหยิบ เดินตัก เดินชิม ลิ้มลองได้เลยตามสบาย แต่ส่วนตัวไม่ได้ ตัก หยิบ ชิม อะไรแล้ว เพราะอิ่มมากๆ มาจากร้านปาโล เมื่อช่วงหัวค่ำแล้ว ก็ได้แต่ถ่ายรูปและก็เดินผ่านไป กลับห้องพักผ่อน เตรียมสู้ศึกในวันพรุ่งนี้ต่อไป

Disney Cruise Dream Night SeaView
บรรยากาศนอกเรือ Disney Dream ตอนกลางคืน ขณะกำลังแล่น มีไฟส่องข้างๆ เรือด้วย

กลับมาที่ห้องพัก พบซองใส่ทิปส์ โปรแกรมเรือวันพรุ่งนี้ (23:30 น.)

หลังจากที่ได้กลับมาจาก “Pirate Night” กิจกรรมของทางเรือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็เดินกลับมาที่ห้อง เมื่อเข้ามาที่ห้องก็พบกับ โปรแกรมเรือ สำหรับวันพรุ่งนี้ ที่วางอยู่บนเตียงอย่างสวยงาม พร้อมกับดอกกุหลาบสีแดง โปรยอยู่บนเตียงนอน สำหรับคู่ฮันนีมูน อย่างเรา (กุหลาบ ไม่ได้มีวางทุกห้องนะ เฉพาะคู่ฮันนีมูน เท่านั้นนะจ๊ะ)

Disney Cruise Dream Day3 Schedule1
โปรแกรมเรือ Disney Dream วันที่ 3 และ ดอกไม้โปรยบนเตียง สำหรับคู่รักฮันนีมูน

นอกจากนี้แล้ว อีกสิ่งนึงที่ได้รับมาอยู่บนเตียงนั่นคือ ซองใส่ทิปส์ ที่พนักงานทำความสะอาดห้องเรา (Host Hostess) เขาได้วางไว้บนเตียง โดยมีทั้งหมด 4 ซองด้วยกัน

ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่า ทางเรือ เขาได้เก็บเงินค่าทิปส์จากคุณไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จำนวนทั้งสิ้นคนละ $32.00 แล้ว โดยแบ่งการจ่ายออกเป็นดังต่อไปนี้

  1. Restaurant Server (พนักงานเสิร์ฟอาหาร) – $12.00
  2. Restaurant Assistant Server (ผู้ช่วยพนักงานเสิร์ฟอาหาร) – $9.00
  3. Head Server $3.00 (หัวหน้าพนักงานเสิร์ฟอาหาร) – $3.00
  4. Stateroom Host(ess) (คนทำความสะอาดห้องพัก) – $12.00
Disney Cruise Dream Tips Envelope
ซองใส่ทิปส์ ให้กับ พนักงานบนเรือ ที่บริการเรา ใส่เงินสดเข้าในในกรณีที่เราต้องการจะให้เขาเพิ่ม

แต่การที่เขาให้ซองเรามานั้น จะใช้ในกรณีที่ หากคุณประทับใจบุคคลทั้ง 4 ที่ได้กล่าวมาด้านบนแบบเว่อร์ๆ ฟินเว่อร์ อะไรประมาณนี้ คุณสามารถเอาเงินสด เหรียญ ต่างๆ ใส่ซอง แล้วยื่นให้เขาเป็นการส่วนตัว (ให้กับตัว) เลยก็สามารถทำได้เช่นกัน

ส่วนตัวผมยื่นให้กับ “Stateroom Host” ไปอีก $10.00 เนื่องจากเป็นมิตร คุยเก่ง อัธยาศัย บริการดีเลยจัดให้เพิ่มอีกสักเล็กน้อย

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

21 ความคิดเห็น

  1. ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากๆเลยค่ะ ได้จองไปเรียบร้อยแล้ว
    คราวนี้พยายามหาในเอกสารของดีสนีย์ว่าหากไปทางครูสจะ “ไม่ต้องใช้วีซ่าบาฮามาส” จะสามารถดูได้จากตรงไหนไหมคะ พอดีกลัวจะมีปัญหาตอน check-in

  2. สวัสดีครับคุณThanop ผม ไก่ครับ ถามหน่อยครับว่าเรือ Disney dream มีบริการฟรี wifi ม้ัยครับ หรือ ถ้าเราต้องการ wifi สามารถ ซื้อในเรือได้มั้ยครับ ราคาเท่าไหร่ มีแพคเก็จwifi มั้ยครับ ขอบคุณครับ

    • มีครับผม ตอนผมไปเรตราคา ตามปริมาณ Bandwidth หรือ ข้อมูลที่รับส่งครับ ตอนของผมไป ไม่มีราคาโปรโมชั่น (Promotional Price) นะครับ มีแต่ ราคาปกติ (Regular Price) ครับ ราคาค่อนข้างแพงมาก ห้ามเปิดคลิปเลยทีเดียว เพิ่งรู้สึกว่า การใช้อินเทอร์เน็ตมีค่า ก็ตอนนี้แหละครับ ส่วนราคาเรต ก็ตามลิงค์ด้านล่างนี้เลยนะครับ

      http://disneycruiselineblog.com/wp-content/uploads/2014/01/DCL-Connect-at-Sea-Data-Plans-Magic-Feb-2014-Introductory-Pricing.jpg

  3. ขอบคุณที่มารีวิวค่ะ มีแพลนจะไปเที่ยวทางแถบนั้นช่วงปลายปี เดินทางจากซิดนีย์ มีเวลา 7 อาทิตย์ เริ่มต้นทริปจากแคนาดาเที่ยวโตรอนโต้ ออตตาวา มอนทรีออล แล้วสกีอีก 1 อาทิตย์ จากนั้นมาบอสตัน นิวยอร์ค เช่ารถจากนิวยอร์ค แล้วขับลงใต้มาเรื่อย ๆ จนถึงไมอามี่ ปิดทริปที่ Bahamas พออ่านเจอรีวิวของคุณเลยคิดจะขับมาแค่ออแลนโด้ซะแล้ว 555 มีแนวโน้มจะไป Disney cruise 80% แล้วค่ะ จากตอนแรกว่าจะจัดทริปไป scuba dive ที่ Bahamas แต่คิดไม่ตกเพราะต้องนั่งเครื่องกลับมาซิดนีย์อีก ขอบคุณมากที่มารีวิว ได้ข้อมูลมากมายแถมเขียนได้ดีจนเทใจไปกะ Disney cruise แล้วค่ะ

    • โหดมากครับ ได้เที่ยวตั้ง 7 สัปดาห์ ส่วนเรื่องเรื่องดิสนีย์ นั้น ขอบอกว่าน่าไปเที่ยวมากๆ ครับ นี่ผมเองก็เพิ่งกลับมาจาก เรื่อง Disney ครับ (พอดีไปมาอีกรอบ) คราวนี้ไปมา 8 วัน 7 คืน เลย ชอบมากๆ (นี่ขนาดไปมาครั้งที่ 2 แล้วนะ) ยังไงต้องไปอีกครับ

  4. ขอบคุณมากๆเลยค่ะ สำหรับริวิว เขียนและอธิบายให้เข้าใจตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ ได้สาระและความรู้มากเลยค่ะ!
    กำลังจะไปเที่ยว Eastern Carribean เดือนกุมภาพันธ์ 2017 แต่ไปของ Royal Carribean .
    ได้อ่านจากประสบการณ์ของคุณธนพแล้ว เหมือนเรียนรู้ทางลัดเลยค่ะ เขียนได้ละเอียดมากจริงๆเลย สุดยอดค่ะ!

  5. รีวิวละเอียดยิบมากเลย ชอบมากค่ะ มีประโยชน์สำหรับคนที่กำลังแพลนจะไปอย่างมาก มีภาพประกอบตลอดๆด้วย อ่านไม่เบื่อเลยค่ะ ถึงจะยาว 6พันคำ ก็อ่านทีละบรรทัดรวดเดียวจบนะคะ 55 ขอบคุณนะคะสำหรับรีวิวดีๆ

    อยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ กำลังจะไป Florida กุมภานี้ค่ะ ขอเล่าเรื่องแพลนของเราคร่าวๆก่อนนะคะ
    เราวางไว้หมดแล้วว่าวันไหนไปไหนทำอะไร แต่การเดินทางเป็นอะไรที่ยากและคิดไม่ตกจริงจังค่ะ เลยอยากได้คำแนะนำค่ะ ไปทั้งหมด 17 วัน 15 คืนค่ะ (รวมเดินทาง)
    วันแรก เดินทางไปถึง Miami ประมาณ 5 โมงเย็นค่ะ แล้วจะดิ่งไปนอนที่ Disney World เลย เพราะ 3วันต่อมาจะลุยอยู่ในนี้ค่ะ จากนั้นก็ไป Universal 2 วัน ตามด้วย Disney Cruise 8 วัน แล้ววันที่กลับเข้าฝั่งก็ฟรี 1 วัน แล้วถึงจะเดินทางกลับกรุงเทพตอนเย็นวันต่อมาค่ะ

    ประเด็นที่หนึ่งคือ บินไปลง Miami ถ้าจะบินต่อไป Orlando ก็แค่ชั่วโมงเดียว แต่ไหนจะรอเอากระเป๋า ตรวจคนเข้าเมือง เช็คอินอีกรอบ รอเครื่อง แล้วที่สำคัญ ถ้า Flight ที่จะถึง Miami ดีเลย์ นี่ยุ่งเลย แล้วบินภายในประเทศก็แพง จำกัดน้ำหนักกระเป๋าอีก แค่เริ่มต้นก็มึนแล้วค่ะ
    แต่ถ้าเช่ารถไป ก็ขับไป 3 ชั่วโมง สะดวกดี แต่เราจะอยู่ในสวนสนุกอย่างเดียวจริงๆ รถเหมือนจะเช่ามาเพื่อมาจอด คุณธรรณพว่าเราควรไปยังไงดีคะ

    ปัญหาการเดินทางอย่างที่สองคือ จาก Disney World ไป Universal คงต้อง Taxi ใช่มั้ยคะ แต่ราคาจะสูงมั้ยคะ หรือมีช่องทางอื่นแนะนำมั้ยคะ อันนี้คือเราย้ายไปนอนที่ Universal ด้วยนะคะ

    ต่อมาจาก Universal ไป Port Canaveral เท่าที่เช็คมาคือ Universal มีรถไปส่งที่สนามบิน Orlando แล้ว Disney Cruise ก็มีรถมารับที่นี่ แต่ถ้าอย่างนี้คือต้องเสียค่ารถคนละ USD55 เราไป 3คน ทั้งหมดก็ USD165 อย่างนี้นั่ง Taxi ตรงไปเลยจะคุ้มกว่ามั้ยคะ หรือจะแพงกว่าคะ

    ปัญหาการเดินทางสุดท้ายคือ จาก Port Canaveral จะกลับไปสนามบิน Miami เนื่องจากเราจะฟรีวันที่กลับเข้าฝั่ง แล้วก็ครึ่งวันเช้าของวันที่เราต้องบินกลับกรุงเทพ เราก็อยากไปซื้อของฝาก ช้อปปิ้ง แล้วไหนจะกระเป๋าเดินทางอีก เลยอยากเช่ารถ ก็เลยกะว่า คงต้องยอมเช่า One-Way แล้วขับจากท่าเรือ แล้วเที่ยวเลาะๆไป แล้วไปนอนแถวๆสนามบิน หรือควรบินกลับจาก Orlando ไป Miami ดีคะ แล้วค่อยไปเช่ารถจากที่นั่น

    รบกวนด้วยนะค้า

    • สวัสดีครับคุณ Dew

      ผมขอตอบเป็นประเด็นๆ ตามที่คุณ Dew ถามมาดังต่อไปนี้นะครับ

      ประเด็นแรก :

      เรื่องการต่อ Flight ไม่ต้องห่วงครับ ถ้าหากเป็นสายการบินเดียวกัน น่าจะพอครับ และส่วนมาก Flight ที่คุณบินมาถึง Miami นั้นน่าจะเป็น Flight บินไกลแน่ๆ ซึ่งแน่นอน Flight บินไกลๆ ส่วนมากแล้วจะบินมาถึงก่อนเวลานะครับ ไม่ค่อยจะดีเลย์เท่าไหร่ ส่วนเรื่องการเช่ารถแล้วขับขึ้นไป Orlando เพื่อไปเล่นสวนสนุกอย่างเดียวนี่บอกตรงๆ ว่าไม่คุ้มอย่างแรงเลยครับ เพราะไหนจะค่าเช่ารถ ไหนจะค่าจอดรถภายในสวนสนุก Disney World อีก ไม่คุ้มมากๆ เลยครับ

      ประเด็นที่สอง :

      เรื่องการนั่งแท็กซี่จาก Disney World ไป Universal นั้น ค่าแท็กซี่ขาเดียว เที่ยวละ ประมาณ $30.00 (ไปกลับก็ประมาณ $60.00) ตอนนั้นผมพักที่ Holiday Inn Orlando SW – Celebration Area (ลอง Search ดูใน Google ได้) มันจะอยู่ปากประตู Disney World นะครับ การเดินทางช่องทางอื่นคือ พอดีที่โรงแรมผมจะมีรถ Shuttle Bus วิ่งไปที่ Universal เหมือนกัน แต่ข้อจำกัดคือ ต้องไปตามเวลา กลับตามเวลาเขา (ขออภัยผมจำเวลาไม่ได้) ส่วนราคาผมก็จำไม่ได้อีก 555 แต่ถูกกว่านั่งแท็กซี่มากๆ แน่นอนครับ ลองถามที่ล็อบบี้ของโรงแรมดูนะครับ

      ประเด็นที่สาม :

      การนั่งรถไป Port Canaveral ตามที่คุณ Dew บอกครับ ถ้าไปกันเยอะ 3 คน นั่ง Taxi ตรงไปลงที่ Port Canaveral เลยจะดีกว่าครับ เพราะไม่อย่างนั้นต้องนั่งแท็กซี่ไปลงสนามบิน และจากสนามบินต้องเสียค่ารถบัส ให้ Disney ไปเป็นรายหัวอีก ตรงไปเลยดีกว่าครับ

      ประเด็นที่สี่ สุดท้าย :

      ถ้าถามผม เช่ารถจาก Orlando ไปดรอปลง Miami ก็ได้ครับ จะได้เที่ยวลัดเลาะ และ ดูวิวข้างทาง ไปด้วย แต่เช่ารถไปดรอปคนละที่กันแพงกว่าพอสมควรนะ แต่ผมคิดว่าคงถูกกว่า ค่าเครื่องบิน Flight จาก Orlando -> Miami ของทั้ง 3 คนรวมกันนะครับ

      มีอะไรสอบถามผมเพิ่มเติมได้เลยนะครับ ขอให้สนุกกับการเดินทางนะครับ 🙂

      ประเด็น

      • ขอบคุณมากๆค่ะสำหรับคำแนะนำ พึ่งกลับมาสดๆร้อนๆเลยค่ะ เดินทางตามที่คุณธรรณพแนะนำ แต่ใช้บริการ Uber แล้วมี Promotion Code เลยยิ่งถูกไปอีก ต้องขอขบคุณอีกครั้งค่ะ

    • ไม่รวมครับผม ค่าเครื่องต่างหากครับ แต่ 6 หมื่นนี่ สำหรับ 2 คนนะครับ ไม่ใช่ต่อคน ก็ตกประมาณ คนละ 30,000 หารออกมาก็วันละหมื่นบาท / คน ครับผม

  6. รีวิวดีมากๆ เลยค่ะ อ่านตามแล้วได้ความรู้สึกดี ภาพก็เยอะ ขอเพิ่มเติมนิดนึงเรื่องโรงแรม… ถ้าจะพักคืนนึงที่ Orlando ก่อนจะขึ้นเรือ พักที่โรงแรมในสนามบินออร์แลนโด (MCO) เลยก็ได้ค่ะ จะสะดวกกว่าเยอะเลย

    • ขอบคุณมากๆ นะครับสำหรับคำแนะนำ ผมก็เห็นด้วยกับคุณ pearlelpis เหมือนกันว่าควรจะให้อยู่โรงแรมในสนามบินเลย ถึงอาจจะแพงกว่าข้างนอกหน่อย แต่ก็ประหยัดค่าเดินทางอย่างแท็กซี่ ไปได้เยอะเลยครับ

  7. ขอบคุณมากค่ะ เป็นสถานที่ในฝันเลย อยากสอบถามด้วยว่าถ้าไปเส้นทางเดียวกับคุณจะต้องทำวีซ่าเข้าบาฮามาสไหมคะสำหรับเข้า นาซอร์ กับ castaway kays
    เส้นทางที่คุณไปชื่ออะไรคะ
    เคยดูเวปแต่กลัวต้องทำวีซ่าที่ไม่มีสถานฑูตในไทยค่ะ
    ขอบคุณจากใจค่ะ มีประโยชน์มาก

    • “ไม่ต้อง” ทำวีซ่าของประเทศ Bahamas ครับทางเรือ Disney เขาจะพาเข้าให้เลย น่าจะอารมณ์ประมาณให้เข้าได้ชั่วคราว และคงจะมีข้อตกลงกันไว้ครับ เส้นทางที่ผมไปไม่ทราบเหมือนกันว่าชื่ออะไรครับ แต่เป็นแพคเกจแบบ 4 วัน 3 คืน จะเป็น

      Port Canaveral -> Nassau -> Castaway Cay -> Port Canaveral

      • คุณพี่ขา อยากทราบว่าค่าขึ้นเรือตกคนละเท่าไกร่อะค่ะ 3 คืน อ่ะค่ะ

        • ตอนผมไป 2 คนคือประมาณ 6 หมื่นนะครับ ก็สรุป คนละประมาณ 3 หมื่นนิดๆ ครับ ลองเข้าไปดูในเว็บได้เลยนะครับ

          • คุณพี่ค่ะ จาก new york ไป disney world, universal orlando ลงที่สนามบิน MCO ใข่รึเปล่าค่ะ ถามเพื่อความชัวร์ 2. จาก orlando ไปหาด ไมอามี่ หนูจะนั่งรถ เกรย์ฮาว ไป ดีรึเปล่าค่ะไปกับเพื่อน อีก 1 คน 3. NASA อยุ่ที่ไมอามี่ ใช่มั้ยค่ะ หนูว่าจะไปเที่ยว แล้วค่อยขึ้นเรือ disney dream ที่ ไมอามี่ ตอนนี้ หนูจอง ตั๋ว ไปกลับ bkk-jfk กับ เรือ disney dream แล้วค่ะ 4. นั่งเรือเสร็จหนูจะกลับมา new york สนามบินที่ไมอามี่ ชื่อ MIA ใช่รึเปล่าค่ะ หนูเหลือ จองตั๋วบินในประเทศ เพราะยังไม่ชัวร์ เรื่องสนามบิน รู้สึกสับสนอะค่ะ รบกวนหน่อยนะค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ

          • พี่ค่ะ จะขึ้นเรือ disney dream ที่ port Canaveral คือ ท่าเริอ อยุ่ในออแรนโด้ นี้ใช่มั้ยค่ะ ไม่ได้อยุ่ที่ maimy ใช่มั้ยค่ะ รู้สึกสับสน ขอบคุณมากๆค่ะ

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็น
กรุณาใส่ชื่อของคุณตรงนี้